รายงานการประชุมคณะกรรมการประสานงานสาธารณสุขระดับจังหวัด
ครั้งที่ 1/ 2547 9 กุมภาพันธ์ 2547
ณ โรงแรมกรีนเวิด์ล
ระเบียบวาระที่ 1 เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
1.โครงการอาหารปลอดภัย (Food safety) เป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล ต้องการให้อาหารของประเทศไทยได้มาตรฐานเทียบเท่ามาตรฐานสากลโลก และต้องการให้ประเทศไทยเป็นครัวอาหารของโลก
2.เมืองไทยสุขภาพดี Healthy Thailand
3.ข้อตกลงการพัฒนาการปฏิบัติราชการของจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นข้อตกลงที่นายแพทย์ สาธารณสุขจังหวัดได้ลงนามทำสัญญากับผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มีรายละเอียดว่าสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา ได้ทำข้อตกลงว่าในปี 2547 นี้จะดำเนินการในเรื่องใดบ้าง เพื่อพัฒนางานสาธารณสุขของจังหวัดสงขลาให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะมีการตกลงทำสัญญาระหว่างนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลากับระดับอำเภอด้วย
ทั้ง 3 เรื่องนี้ ได้รับเกียรติจาก ทพญ.อรพินท์ เค้าสงวนศิลป์ นักวิชาการสาธารณสุ 9 ด้าน ส่งเสริมพัฒนา นำเสนอรายละเอียด
ทพญ.อรพินท์ เค้าสงวนศิลป์ นักวิชาการสาธารณสุข 9 ด้านส่งเสริมพัฒนา :
ในเรื่อง โครงการอาหารปลอดภัย (Food safety) และเมืองไทยสุขภาพดี Healthy Thailand จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน โดยโครงการอาหารปลอดภัย (Food safety)จะเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลในปี 2546 สำหรับปี 2547 โครงการอาหารปลอดภัย (Food safety) จะเป็นตัวชี้วัดในเมืองไทยสุขภาพดี Healthy Thailand
สำหรับ เมืองไทยสุขภาพดี Healthy Thailand (HT) ท่านปลัดกระทรวงฯ ได้แจ้งนโยบายนี้ในการประชุมสัมมนาการบริหารนโยบายสาธารณสุขที่สำคัญ ในปี 2547 ที่โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ เมื่อวันที่ 7-8 มกราคม 2547 ในส่วนรายละเอียดของเมืองไทยสุขภาพดี Healthy Thailand (HT) ทางงานแผนงานได้บรรจุในเวบไซด์ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแล้ว ซึ่งวันนี้จะได้อธิบาย
ท่านปลัดกระทรวงฯ ได้พูดในเรื่องของยุทธศาสตร์ของกระทรวงสาธารณสุข ระยะปานกลาง 3 ปี (2548-2550) โดยในการทำยุทธศาสตร์จะต้องเกี่ยวข้องทั้ง 3 ด้าน คือ ยุทธศาสตร์ชาติ(Agenda รัฐบาล) ยุทธศาสตร์ของหน่วยงาน (Function ด้านสุขภาพ) และ ยุทธศาสตร์เฉพาะพื้นที่ (Area ด้านสุขภาพ) ยุทธศาสตร์(AGENDA) ของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงสาธารณสุขมี 3 เรื่อง คือ 1) การพัฒนาสังคม การแก้ไขปัญหาความยากจนและยกระดับคุณภาพชีวิต 2) การบริหารจัดการ และ 3) การเพิ่มสมรรถนะและขีดความสามารถในการแข่งขัน ในส่วนของยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุข(Function ด้านสุขภาพ) มี 6 เรื่อง รายละเอียดปรากฏใน power point ที่นำเสนอ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ตามการนำเสนอในช่องที่ 3 เป้าหมายของกระทรวงฯ 3 ปี (2548-2550) GOAL จริงๆ คือ เมืองไทยสุขภาพดี Healthy Thailand ในส่วนเป้าหมายของกระทรวงฯ ที่กำหนดไว้ คือ
1.ปัญหาสุขภาพที่สำคัญของประชาชนลดลง
2.ประชาชนได้รับการคุ้มครองและส่งเสริมให้มีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพและสิ่งแวดล้อมด้านสุขภาพที่มีคุณภาพและมาตรฐาน
3.ผลิตภัณฑ์และบริการด้านสุขภาพมีคุณภาพมาตรฐานเพียงพอและแข่งขันได้ในระดับสากล
4.ระบบบริหารจัดการด้านสุขภาพที่เอื้อให้งานด้านสุขภาพบรรลุผล
ในเรื่องวาระ ( AGENDA) ด้านสุขภาพของกระทรวงฯ
1.ปัญหาสุขภาพที่สำคัญของประชาชนลดลง ในส่วนของ AGENDA ด้านสุขภาพของกระทรวงฯ จะมี
1.1 แม่และเด็ก(Birth asphysia)
1.2 โภชนาการ (Over Nutrition ในเด็ก) และได้ตั้งเป้าหมายในเด็กก่อนวัยเรียน คือ เด็กไทยไม่กินหวาน
1.3 ยาเสพติด ,สุขภาพจิต,อุบัติเหตุ
1.4 โรคติดต่อ (โรคไข้เลือดออก,โรคเอดส์,โรควัณโรค)
1.5 โรคไม่ติดต่อโดยตรง (เบาหวาน,ความดันโลหิตสูง,มะเร็ง,สุราและบุหรี่)
2.ประชาชนได้รับการคุ้มครองและส่งเสริมให้มีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพและสิ่งแวดล้อมด้านสุขภาพที่มีคุณภาพและมาตรฐาน ในส่วนของ AGENDA ด้านสุขภาพของกระทรวงฯ จะมี
2.1 โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า(30 บาท)
2.2 Food safety
2.3 To Be Number One
2.4 ออกกำลังกาย
3.ผลิตภัณฑ์และบริการด้านสุขภาพมีคุณภาพมาตรฐานเพียงพอและแข่งขันได้ในระดับสากล
ในส่วนของ AGENDA ด้านสุขภาพของกระทรวงฯ จะเป็นเรื่องการส่งเสริมสินค้า OTOP ให้ได้มาตรฐาน และ ในเรื่อง Spa จุดมุ่งหมายอีกตัวคือจะต้องเป็น Healthy Service Center of Asia
4.ระบบบริหารจัดการด้านสุขภาพที่เอื้อให้งานด้านสุขภาพบรรลุผล ในส่วนของ AGENDA ด้านสุขภาพของกระทรวงฯ Good Government of Health
ในทั้งหมดนี้กลุ่มเป้าหมายการพัฒนา (5 อ.) จะคล้ายกับปี 2546 ที่ผ่านมา
1.Excercise
2.Diet
3.Emotion
4.Disease Reduction
5.Environment
ก่อนหน้านี้ก็ยึดตามกลุ่มอายุ ช่วงหลังเรื่องของกลุ่มอายุลดลงไป กลายเป็นเรื่องของกิจกรรมขึ้นมา แต่พอแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี จะย้อนกลับมาเพื่อไปสู่เมืองไทยสุขภาพดี หรือกลุ่มเป้าหมาย 5 อ. โดยยึดกลุ่มอายุ 4 กลุ่มคือ
1. เด็ก - ประชาชน > 6 ปี ออกกำลังกาย 50%
- ศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่ e 50%
- โรคไข้เลือดออก < 50/แสนประชากร
2. วัยรุ่น - วัยรุ่นเป็นสมาชิก To Be Number One > 50%
- โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ > 30%
3.วัยทำงาน/วัยผู้ใหญ่ - ประชาชน> 40ปี ตรวจปัสสาวะและวัดความดัน ปีละครั้ง > 70%
- สตรีอายุ > 35 ปี ตรวจเต้านมเองทุกเดือน > 50%
- อาหารปลอดจากสารปนเปื้อน 6 ชนิด มีการเก็บอาหารตรวจ > 9%
- ร้านอาหาร/แผงลอย ได้ CLEAN FOOD GOOD TASTE >30%
- ตลาดสดน่าซื้อ > 20%
4.วัยสูงอายุ - > 50% ของผู้สูงอายุมีกิจกรรมในชมรมทุกเดือน
ทั้งหมดนี้ ถ้าดูตัวชี้วัดของเมืองไทยสุขภาพดี จะออกมาเป็นในด้านของ AGENDA กับ AGE Group โดย AGENDA ด้านสุขภาพมี 5 เรื่อง คือ Exercise,Diet,Emotion,Disease Reduction และ Environment ถ้าจะมองในด้าน AGE Group จะมี 4 Group คือ เด็ก,วัยรุ่น,วัยผู้ใหญ่ และวัยสูงอายุ จะมีหน่วยงานที่รับผิดชอบ คือ กรมควบคุมโรค กรมการแพทย์ กรมอนามัย กรมสุขภาพจิต
สรุปในเรื่องของเมืองไทยสุขภาพดี ซึ่งเริ่มทำเดือนมกราคมถึงธันวาคม 2547 นี้ อยากให้ดูช่องสุดท้ายของ Road Map จะเริ่มตั้งแต่หมู่บ้านสุขภาพดี ทำตั้งแต่ 2547 ไปเป็น ตำบลสุขภาพดี อำเภอสุขภาพดี จังหวัดสุขภาพ และไปสู่ เมืองไทยสุขภาพดี ในปี 2558 ซึ่งเป็นแผนระยะยาว
ในปี พศ.2548 จะมีการประชุมระดับนานาชาติ ที่กรุงเทพฯ เป็นการประชุม Health Promotion conference ครั้งที่ 6 และในปี พ.ศ 2558 เป็นเป้าหมายการพัฒนาแห่งศตวรรษ Millinium Development Goal
AGENDA ด้านสุขภาพ 5 เรื่อง เป็นสิ่งที่ทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ต้องทำ จะเห็นว่าเป้าหมาย 5เรื่อง จะมีตัวชี้วัดระดับหมู่บ้าน/ตำบล 10 ข้อ หากทำได้ 8 ใน 10 ข้อ ก็จะเป็นหมู่บ้านสุขภาพดี ซึ่งในปี 2547 ถ้าได้ 75% ของหมู่บ้าน จะได้เป็นหมู่บ้านสุขภาพดีในภาพรวมของจังหวัด ในระดับตำบล ถ้ามีความสำเร็จเกิน 80% คือ 8 ข้อ จะเป็นตำบลสุขภาพดี ซึ่งทุกจังหวัดต้องทำให้ได้ 50% ของตำบล ในส่วนของตัวชี้วัดของอำเภอและจังหวัด จะมี 6 ข้อ(ในช่องที่ 3) ตัวชี้วัดของอำเภอถ้าทำได้ 80% ใน 6 ข้อ ก็จะเป็นอำเภอสุขภาพดี ซึ่งทุกจังหวัดต้องทำให้ได้ 50% ของอำเภอ ในระดับจังหวัด ใน 6 ข้อ ต้องทำให้ได้ 80% จังหวัดนั้นก็จะเป็นจังหวัดสุขภาพดี
ตัวชี้วัดของหมู่บ้านและตำบล 10 ข้อ
1.ประชาชนอายุมากกว่า 6 ปี ออกกำลังกายตามวัยมากกว่า 50%
2.อาหารปลอดจากสารปนเปื้อน 6 ชนิด ต้องตรวจให้ได้ 90%
3.ตลาดสดเข้ากระบวนการ ตลาดสดน่าซื้อผ่านเกณฑ์ระดับ 1 * ทุกแห่ง
4.วัยรุ่นเป็นสมาชิก To Be Number One มากกว่า 50%
5.ผู้สูงอายุ 50% ต้องมีกิจกรรมชมรมทุกเดือน
6.มีโรคไข้เลือดออกไม่เกิน 50 คน/แสนประชากร
7.ประชากรอายุมากกว่า 40 ปี ตรวจปัสสาวะและวัดความดัน 1 ครั้ง/ปี 70%
8.สตรีอายุมากกว่า 35 ปี ตรวจเต้านมเองทุกเดือน มากกว่า 40%
9.ศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่ ระดับตำบลมีศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่ อย่างน้อย 1 แห่ง
10.โรงเรียนเข้ากระบวนการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ ทุกแห่ง
ที่วัด 80% เข้าเกณฑ์ เนื่องจากบางหมู่บ้านไม่มีโรงเรียน จะได้เป็นข้อยกเว้น
ตัวชี้วัดระดับอำเภอ/จังหวัด
1.ร้านอาหารและแผงลอยที่มีมาตรฐานตามเกณฑ์ CLEAN FOOD GOOD TASTE ต้องได้มากกว่า 30%
2.มีตลาดสดน่าซื้ออย่างน้อย 1 แห่ง
3.มากกว่า 50% ของสถานประกอบการผ่าน GMP
4.ศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่ ต้องให้ได้มากกว่าหรือเท่ากับ 50%
5.โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ ต้องมากกว่า 30%
6.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ อย่างน้อยอำเภอละ 1 แห่ง หรือในระดับจังหวัดต้องมีเท่ากับหรือมากกว่า 50%
ในการประเมินผล จะประเมินผล 1 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน 2547 โดยสำนักวิชาการสาธารณสุข สำนักตรวจและประเมินผลและศูนย์วิชาการเขต จะประเมินผล 5 ด้าน
2.โครงการอาหารปลอดภัย (Food safety)
เป็นโครงการที่ต่อเนื่องกันมาในปี 2546 ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ ในปี 2546 รัฐบาลได้กำหนดความปลอดภัยในเรื่องของอาหาร และตั้งเป้าจะเป็นครัวโลก ในปี 2547 เนื่องจากทางกระทรวงฯ ตั้งเป้าหมายไปสู่เมืองไทยสุขภาพดี เพราะฉะนั้น ในการดำเนินงาน Food safety จะมีมาตรการเพิ่มขึ้นในปี 2547 มีแนวคิดหรือหลักการสำคัญทางรัฐบาล โดยมีแนวทางว่าอาหารที่บริโภคต้องปราศจากเชื้อโรค ปราศจากการปนเปื้อนรวมทั้งสารเคมี จึงไม่ใช่เป็นงานกระทรวงสาธารณสุขกระทรวงเดียว ต้องมีระบบการดูแล ควบคุม ตรวจสอบ คุณภาพความปลอดภัยอาหารที่ผลิตทุกขั้นตอน โดยใช้คำว่าตลอดห่วงโซ่อาหาร(FOOD Chain) ตั้งแต่วัตถุดิบ การเพาะปลูก เพาะเลี้ยง การผลิต การแปรรูป การจัดจำหน่ายจนถึงผู้บริโภค ใช้คำว่า จากฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร หรือจากฟาร์มสู่ช้อน จึงต้องมีทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ในระดับประเทศกำหนดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบ 2 กระทรวง คือ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงเกษตรฯ ดูแลในเรื่องวัตถุดิบ การเพาะปลูก เพาะเลี้ยง มีการประชุมร่วมกันใน ครม. ได้มีการแบ่งภาระหน้าที่ระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงสาธารณสุข มีมติ ในเรื่องของ Food safety ให้กระทรวงสาธารณสุขเป็น เลขานุการ ระดับจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดต้องรับภารกิจเพื่อบูรณาการแผนทั้งจังหวัด สำหรับจังหวัดสงขลา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลาได้ทำโครงการ Food safety โดยได้มีการตั้งคณะกรรมการ และได้มีการประชุมไปแล้ว จากกรรมการในระดับจังหวัดจะมีกรรมการชุดใหญ่เป็นกรรมการอำนวยการ ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และมีรองผู้ว่าฯ เป็นรองประธาน นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเป็นเลขานุการ โดยในระดับอำเภอต้องไปตั้งคณะกรรมการรูปแบบคล้ายกับคณะกรรมการที่จังหวัดตั้ง แต่เป็นคณะกรรมการระดับอำเภอ โดยสาธารณสุขอำเภอเป็นเลขานุการเหมือนกัน
ตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข ได้ทำแผนยุทธศาสตร์ความปลอดภัยด้านอาหาร ซึ่งรวมทุกกระทรวง จะมีส่วนของยุทธศาสตร์การดำเนินงาน 5 ด้าน ซึ่งจังหวัดต้องทำแผนยุทธศาสตร์ 5 ด้านเหมือนกัน แต่ในด้านที่ 1 และ 5 จะเป็นภารกิจของกระทรวง เพราะฉะนั้นในระดับจังหวัดจะเป็นด้านที่ 2,3,4 ในระดับอำเภอ ต้องดำเนินการตามภารกิจคล้อยตามกัน 3 ด้าน
ยุทธศาสตร์ 5 ด้าน คือ
1.ด้านพัฒนากฎหมายให้เป็นสากล
2.ด้านความเข้มแข็งในการกำกับ ดูแลอาหารให้ปลอดภัย ต้องสร้างความเข้มแข็งในการกำกับดูแลอาหารให้ปลอดภัยอย่างครบวงจร ตั้งแต่การควบคุม การนำเข้า การผลิต การจำหน่าย และการขนส่ง
3.ด้านสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการมีคุณภาพได้มาตรฐาน
4.ด้านพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค เป็นเรื่องรณรงค์เผยแพร่ผู้บริโภคให้มีความรู้ พฤติกรรมที่ถูกต้องในการเลือกซื้อ ประกอบและบริโภคอาหารอย่างปลอดภัย
5.ด้านพัฒนาบุคลากรและกระบวนการ เป็นเรื่องของพัฒนาหน่วยงานเอง ฝึกอบรมบุคคลให้มีความรู้ ความสามารถ ในระดับจังหวัด จังหวัดจะฝึกอบรมเจ้าหน้าที่หน่วยงานใครก็หน่วยงานนั้น แต่ทุกอย่างจะรวมในแผนฝึกอบรมตามยุทธศาสตร์ในแผนใหญ่ของจังหวัด
ในส่วนคณะกรรมการความปลอดภัยด้านอาหาร ที่จังหวัดได้ตั้งขึ้นมา ในการประชุมครั้งที่ 1 มีการประชุมคณะกรรมการอำนวยการไปแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้ให้นโยบายเน้นหนักในเรื่องนี้ จากคำสั่งแต่งตั้งคณะอำนวยการแล้ว เพื่อจะทำงานให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ 3 ด้านที่ต้องรับผิดชอบ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ได้ตั้งอนุคณะกรรมการขึ้นแต่ละคณะ เพื่อรับผิดชอบในส่วนของการควบคุมดูแล คือ จะมีคณะอนุกรรมการชุดที่ 1 เป็นคณะอนุกรรมการควบคุมดูแลแหล่งผลิตอาหาร จะมีรองผู้ว่าฯ ด้านเศรษฐกิจเป็นประธาน เนื่องจากแหล่งผลิต การเลี้ยง การปลูก โดยมีปศุสัตว์ เป็นเจ้าภาพ
คณะอนุกรรมการชุดที่ 2 เป็นคณะอนุกรรมการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์อาหาร จะมีรองผู้ว่าฯ ด้านสังคมและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นประธาน โดยมีสาธารณสุขเป็นเจ้าภาพ
คณะอนุกรรมการชุดที่ 3 เป็นคณะอนุกรรมการพัฒนาตลาดสด สถานที่ปรุงประกอบและจำหน่ายอาหาร จะมีรองผู้ว่าฯ ด้านการเมืองการปกครอง เป็นประธาน โดยมีสาธารณสุขเป็นเจ้าภาพ
ใน 2 เรื่องที่ทางสาธารณสุขเป็นเจ้าภาพ จะกระจายลงไปถึงระดับตำบลและหมู่บ้าน จึงเป็นที่มาของกรรมการ 2 ชุดนี้ โดยจะมี สสอ. และ ผอ.รพ. เป็นกรรมการด้วย
ได้มีการประชุม และคณะอนุกรรมการแต่ละชุดได้รวบรวมแผนงานโครงการ ของแต่ละหน่วยงาน ในส่วนของสาธารณสุข จะรวบรวมแผนงานโครงการในภาพรวมของกระทรวงฯ โดยมีกลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค รับผิดชอบ จะดูแลและถอดแนวทางเป็นแผนทั้งหมด และกระจายลงสู่ระดับอำเภอ ตำบล
หลังจากประชุมในแต่ละคณะอนุกรรมการแล้ว ได้แผนงานความปลอดภัยด้านอาหารของจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นแผนงานทุกหน่วยงาน กิจกรรมทั้งหมดจะอยู่ในแผนนี้หมด จะมีการประชุมคณะกรรมการอำนวยการ ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2547 เพื่ออนุมัติแผนงานโครงการทั้งหมด ซึ่งในแผนงานย่อยๆ มีหลายส่วนที่อำเภอทำขึ้นมา และหลังจากประชุมวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2547 แล้ว ก็จะถ่ายทอดแผนฯ ลงสู่อำเภอและตำบล เพื่อทางอำเภอได้นำแผนฯ ลงไปดำเนินการต่อไป
ประธาน : เนื่องจากเป็นนโยบายที่สำคัญของปี 2547 ขอให้ผู้เกี่ยวข้องทุกระดับให้ความสำคัญให้มาก และจะลงติดตามอย่างจริงจังใกล้ชิด ต่อเนื่อง ขอให้พื้นที่ ผู้เกี่ยวข้อง ได้สนองนโยบายของรัฐบาล กระทรวงฯ และของจังหวัดด้วย
จากการประชุมคณะกรรมการความปลอดภัยด้านอาหาร ตามคำสั่งจังหวัดที่ 2319/2546 เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2546 โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน สรุปประเด็นสำคัญจากการประชุม ดังนี้
1.ให้ถือว่าโครงการความปลอดภัยด้านอาหารเป็นนโยบายของจังหวัดที่ต้องดำเนินการร่วมกัน
2.ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเป็นประธานกรรมการอำนวยการ และให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา เป็นเลขานุการอำนวยการ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก และให้มีผู้ช่วยเลขานุการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
3.การดำเนินงานตามโครงการฯ ให้บูรณาการแผนงานจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ถือว่าเป็นงานของจังหวัดสงขลา ไม่ยึดติดหน่วยงาน โดยให้มีการประสานแผนงานโครงการไปที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา ส่วนผลการดำเนินงานสามารถรายงานไปยังต้นสังกัดของแต่ละกระทรวงได้
4.ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน พิจารณาคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการว่าจะเพิ่มเติม ปรับเปลี่ยนคณะกรรมการท่านใดให้แจ้งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลาเพื่อจัดทำคำสั่งเพิ่มเติม
5.การประชาสัมพันธ์โครงการฯ เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการดำเนินงาน
ทพญ.อรพินท์ เค้าสงวนศิลป์ นักวิชาการสาธารณสุข 9 ด้านส่งเสริมพัฒนา :
ชี้แจงเพิ่มเติม ตามคำสั่งดังกล่าวมีคณะอนุกรรมการ ชุดที่ 4 เป็นคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดเป็นประธาน หัวหน้างานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา เป็นเลขานุการ ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ทั้งหมด คณะกรรมการจะประกอบด้วยหัวหน้าสถานีวิทยุ ทุกแห่ง
ประธาน : ประเด็นต่อไป
6.หลังการปรับคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการให้ครอบคลุมทุกส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว ให้คณะอนุกรรมการทุกคณะ ประชุม เพื่อจัดทำแผนบูรณาการส่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา เพื่อรวบรวมนำเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการต่อไป ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว และจะมีการเสนอต่อคณะกรรมการอำนวยการระดับจังหวัด ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2547
งานดำเนินการตามกฎหมาย : การประชุมวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2547 เป็นการประชุมคณะกรรมการอำนวยการ ตามคำสั่งคณะกรรมการฯ เป็นนายอำเภอ ซึ่งอาจมอบให้สาธารณสุขอำเภอเข้าประชุม ตอนนี้แผนงานฉบับสมบูรณ์เสร็จแล้ว ซึ่งจะแจกให้คณะกรรมการฯ ทุกท่านพิจารณาทบทวนก่อนการประชุม
ทพญ.อรพินท์ เค้าสงวนศิลป์ นักวิชาการสาธารณสุข 9 ด้านส่งเสริมพัฒนา :
การดำเนินงานการพัฒนาระบบราชการ งานแผนงานได้บรรจุไว้ใน Website ของ สสจ.แล้ว เป็นพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 และได้ออกเป็นกฎหมายแล้ว จาก พรบ. ทำให้ต้องมีการพัฒนาการปฏิบัติราชการของข้าราชการ ทุกส่วนราชการ กพร.ได้ทำแนวทางการดำเนินงานพัฒนาระบบราชการ และออกกติกาเป็น 3 แบบ คือ
1. ทุกหน่วยงานจะต้องพัฒนาโดยระบบบังคับ
2. โดยสมัครใจ
3. โดยลักษณะที่เป็นจังหวัดบูรณาการ
หน่วยงานย่อยอาจมีการสับสน ในฐานะของ สสจ. จะต้องพัฒนาการปฏิบัติราชการของหน่วยงาน ในฐานะที่เป็นจังหวัดบูรณาการ จะมีแนวทางการพัฒนาของจังหวัดซึ่งครอบคลุมทุกหน่วยงาน ขณะเดียวกัน ทุกหน่วยงานต้องมีการพัฒนาการปฏิบัติราชการของหน่วยงาน เพราะฉะนั้นนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เซ็นต์สัญญากับผู้ว่าราชการจังหวัด
สำหรับสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยปลัดกระทรวงสาธารณสุขเซ็นต์สัญญาไว้จะมีบางส่วนที่ครอบคลุมหน่วยงานเราด้วย
ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะต้องทำในส่วนที่นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดได้เซ็นต์สัญญากับ ผู้ว่าราชการจังหวัด คณะทำงานจึงพยายามรวมให้เป็นแนวทางเดียวกันทั้งหมด
แนวทางที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลาทำตอนนี้ คือ ส่วนที่นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทำสัญญากับผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งครอบคลุมไปถึงแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานในอำเภอ ซึ่งไม่แน่ใจว่านายอำเภอให้ทางสาธารณสุขอำเภอทำสัญญาหรือไม่ เพราะนายอำเภอจะต้องเขียนครอบคลุมทั้งอำเภออยู่แล้ว เพราะฉะนั้นแนวทางปฏิบัติคือ เมื่ออำเภอรับทราบแล้วสามารถนำรายละเอียดที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเขียนให้ในส่วนที่ครอบคลุมระดับอำเภอไปทำให้นายอำเภอได้เลย
แนวทางการพัฒนาการปฏิบัติราชการ จะแบ่งเป็น 4 มิติ ซึ่งได้บรรจุใน Website ของ สสจ.แล้ว
1.มิติด้านประสิทธิผลตามพันธกิจ จะวัดด้วยผลสำเร็จในการพัฒนาการปฏิบัติราชการตามประสิทธิผลของพันธกิจ ในส่วนของ สป. เป็นการยกเลิกกฎระเบียบ ซึ่งจะไม่ครอบคลุมในส่วนของจังหวัด
2.มิติด้านประสิทธิภาพของการปฏิบัติราชการ จะมี 2 เรื่อง คือ เรื่องลดค่าใช้จ่ายกับเรื่องการลดรอบระยะเวลาการให้บริการ
3.มิติด้านคุณภาพการให้บริการ จะเป็นเรื่องการปรับปรุงแก้ไขในเรื่องของบริการและระดับความพึงพอใจของผู้รับบริการ
4.มิติด้านการพัฒนาองค์กร จะเป็นเรื่องการลดอัตรากำลัง หรือการจัดสรรอัตรากำลังให้คุ้มค่า
สรุปคือ ส่วนของ สป. ที่ครอบคลุมหน่วยงานภูมิภาค ในเรื่องของประสิทธิภาพด้านการปฏิบัติราชการ คือเรื่องการลดระยะเวลาการให้บริการ จะเน้นไปที่ รพศ./รพท./รพช. ในเรื่องของการลดเวลาของการรับบริการ ตั้งแต่ OPD ไปถึงการรับยา ซึ่งจะอยู่ในการทำ HA อยู่แล้ว
มิติที่ 1 มิติด้านประสิทธิผลตามพันธกิจ ได้นำเรื่องพันธกิจของจังหวัดซึ่งจะครอบคลุมยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดและยุทธศาสตร์จังหวัดและนโยบายเร่งด่วนของจังหวัดมาเป็นข้อสัญญา ในส่วนสาธารณสุขไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง เพราะฉะนั้นแนวทางที่จังหวัดทำมาให้ จึงไม่มีในส่วนของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จะมีเกี่ยวข้องในเรื่องกองทุนหมู่บ้าน เนื่องจากนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเป็นกรรมการในการตั้งกองทุนหมู่บ้าน แต่ไม่ได้เป็นหน่วยงานหลัก จึงไม่ได้นำมาเป็นข้อสัญญา
ในส่วนที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทำสัญญา มิติที่ 2 ,3 และ 4
2.มิติด้านประสิทธิภาพของการปฏิบัติราชการ ในส่วนของประสิทธิภาพของการปฏิบัติราชการจะมีเรื่อง ร้อยละของงบประมาณที่สามารถประหยัดได้ จะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกในเรื่องของสาธารณูปโภค ส่วนที่สอง ในเรื่องของวัสดุและงบลงทุน ในส่วน สป. ได้ทำตัวชี้วัด 20% แต่จังหวัดบูรณาการ ได้กำหนดในเรื่องสาธารณูปโภคลดลง 5% ในส่วนของวัสดุและงบลงทุน จังหวัดตั้งเป้าหมาย 2% ซึ่งทางงานที่เกี่ยวข้องจะทำในส่วนรายละเอียดให้
3.มิติด้านคุณภาพการให้บริการ ความสำเร็จในการลดขั้นตอนของการปฏิบัติราชการ ในส่วนของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จะลดขั้นตอนในส่วนของฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับประชาชน เช่น งานคุ้มครองผู้บริโภค ลดขั้นตอนจากการที่ผู้ประกอบการมาติดต่อ จะลดขั้นตอนลงโดยทำเป็น One stop service ในเรื่องระดับความพึงพอใจของผู้มารับบริการ ซึ่งทาง สป. ให้แนวทางไว้จะเน้นข้อร้องเรียนทั้งหลาย สำหรับสถานบริการในพื้นที่ ให้คัดเลือกระบบพฤติกรรมการบริการและระบบการนัดหมายผู้รับบริการ เป้าหมาย คือ ผู้รับบริการพึงพอใจร้อยละ 80
4.มิติด้านการพัฒนาองค์กร
ทั้ง 4 มิติ ในลักษณะของจังหวัดบูรณาการ ทางจังหวัดได้เอา 4 มิติรวมกันแล้วเขียนแนวทางที่จะต้องทำ 4 แนวทางแต่ยึดตามมิติ
แนวทางที่ 1 ลดค่าใช้จ่าย
แนวทางที่ 2 ลดรอบระยะเวลาการให้บริการ
แนวทางที่ 3 เพิ่มคุณภาพการให้บริการ
แนวทางที่ 4 พัฒนาองค์กร
ประธาน: เป็นมิติใหม่ของการปฏิรูประบบการปฏิบัติราชการ สำหรับในเรื่องเอกสารให้งานแผนงานเรียนที่ประชุมว่าจะดำเนินการอย่างไร ขณะนี้จังหวัดสงขลา มีนโยบายมีแนวทางปฏิบัติในหน่วยงานหลักๆ ที่เป็นหน่วยงานนำร่องของจังหวัดสงขลา ต่อไปการบริหารโดยเอกสารจะต้องน้อยลง ต้องนำเข้า Website เป็น e-govermant จากนั้นให้งานข้อมูลข่าวสารนำเสนอแผนงานที่จะดำเนินการในปี 2547
งานแผนงาน : ขออนุญาตนำทุกเรื่องที่ประชุมวันนี้เข้า Website ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
งานข้อมูลข่าวสาร : ในส่วนของแผนงานโครงการของงานข้อมูลข่าวสารและศูนย์คอมพิวเตอร์ สอดรับกับการพัฒนาระบบราชการ ในเรื่องการลดค่าใช้จ่าย จะนำเสนอในภาพกว้างๆ ของ สสจ.และในส่วนที่รองรับอำเภอ คือในส่วนของ สสจ. มีระบบ LAN, INTERNET และ INTRANET ภายใน ได้ใช้ไปบางส่วนแล้ว เช่นระบบการจองห้องประชุม ระบบการจัดทำเอกสารทั้งหมดให้ทุกงานเข้าไปดูในระบบ LAN ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเวียน คำสั่งประกาศต่างๆ คู่มือแนวทางตลอดจนโปรแกรมต่างๆ และจะมีการสอนผู้เกี่ยวข้องในงานต่างๆ ในเรื่องการใช้ อีเมล์ ในการรับ-ส่งข้อมูลซึ่งใช้ทั้งภายในและภายนอกหน่วยงานด้วย จะสอดรับกับนโยบายจังหวัดในเรื่องการลดค่าใช้จ่ายในเรื่องการรับ-ส่ง หนังสือราชการ
การใช้ระบบ Share Printer ซึ่งสามารถประหยัดไฟฟ้า และวัสดุอุปกรณ์ในสำนักงานด้วย
การรับส่งข้อมูลและรายงาน ด้วยระบบ Electronic ตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไปจะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการส่งรายงาน เดิมส่งเป็นเอกสาร จะให้ส่งเป็น Electronic file อาจเป็นแผ่นดิสเก็ตต์ หรือส่งทางอีเมล์ ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่
การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารสาธารณสุขผ่าน Website ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ซึ่งได้ดำเนินการแล้ว ในส่วนของความคืบหน้าในเรื่องที่เกี่ยวข้อง โดยจะฝึกให้ทางกลุ่มงาน/งาน สามารถพัฒนาและรองรับการจัดทำ Website ในส่วนของงาน/กลุ่มงานได้
การใช้ระบบเครือข่าย INTRANET ภายในจังหวัด ซึ่งได้นำเสนอโครงการไปเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้กำลังรอการดำเนินการติดตั้ง 16 เลขหมาย ซึ่งได้ประสานงานเรียบร้อยแล้วคาดว่าก่อนสิ้นเดือนนี้จะได้ทดลองใช้ทุกอำเภอ ทั้งโรงพยาบาลและสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ สามารถ login เข้ามา และจะกำหนด user name และ password ให้ ซึ่งสามารถลดค่าใช้จ่ายในการเช่าหรือซื้อชั่วโมง Internet
ในส่วนของจังหวัด ได้มีหนังสือแจ้งและมีการประชุมชี้แจง เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2547 เรื่องแนวทางการพัฒนาโดยการปฏิบัติราชการด้านสารสนเทศ เรื่องการรับส่งเอกสารทางอีเมล์ กำหนดไว้เดือนกุมภาพันธ์- มีนาคม 2547 นำร่องโดยส่วนราชการระดับจังหวัด 30 ส่วนราชการ เดือนกุมภาพันธ์ 2547 ให้ใช้เอกสารลดลง 50% เดือนมีนาคม 2547 ลดลง 80% เดือนเมษายนจะสรุปผลของหน่วยงานนำร่อง เดือนพฤษภาคม 2547 ให้ทุกส่วนราชการใช้เพิ่มขึ้นเดือนละ 20% จนถึงเดือนกันยายนก็จะครบ 100% ทุกแห่ง เพราะฉะนั้นในปี 2547 ทุกแห่งส่งหนังสือราชการในระบบอีเมล์ เดือนตุลาคมเป็นการประเมินหน่วยงานทุกหน่วยงานตามข้อตกลงที่เซนต์กับผู้ว่าราชการ จะได้ตามข้อตกลงหรือไม่
อีเมล์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา : songkhla@health2.moph.go.th ซึ่งจะให้งานสารบรรณรับผิดชอบในการตรวจเช็ค และเผยแพร่เอกสารไปยังงานที่เกี่ยวข้อง
อีเมล์จังหวัดสงขลา songkhla@moi.go.th
Website สสจ.สงขลา : htpp://province.moph.go.th/songkhla
การพัฒนาเครือข่ายที่ได้เสนอในที่ประชุมครั้งที่แล้ว การใช้ 16 เลขหมาย คาดว่าภายใน 1 หรือ 2 อาทิตย์สามารถ set 16 เลขหมายเข้า Router ที่จะให้ทุก สสอ./รพ. Login เข้าระบบและออก Intranet ได้ และทำแผนรองรับในการพัฒนาช่องทางสำรองเมื่อเวลามีปัญหา ช่องทางที่ใช้ในปัจจุบันเป็น G node เข้า ทศท. GI net และช่องทางที่ใช้เส้นทางผ่านไปยังสื่อสารมหาดไทย จะมี 2 เส้น คือเส้นที่ใช้ drop wise 2M เดิม และเช่า ทศท. เป็น Leased line 128 K ซึ่งคงจะรองรับได้ และจะทดลองใช้ใน 1-2 เดือนเพื่อปรับระบบต่อไป
ส่วนในระบบภายใน ถ้ามี Server ที่เป็นตัวหลัก จะได้รองรับเรื่องฐานข้อมูล การพัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลจังหวัด ทั้งฐานข้อมูลทั่วไปทั้งหมด ระบบรายงาน และเรื่องของโปรแกรมที่ต้องพัฒนาตั้งแต่ระดับ PCU จนถึงจังหวัดที่จะส่ง 18 แฟ้ม
e-mail address ของโรงพยาบาลและสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ หากหน่วยงานใดยังไม่มี ให้สมัครและแจ้งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดด้วย เพื่อดำเนินการส่งหนังสือจะได้ใช้อีเมล์สำนักงานเป็นหลัก
ประธาน : ขอติดตามเรื่องเกณฑ์คงค้าง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ทางจังหวัดสงขลาต้องดำเนินการ
หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป : ได้ดำเนินการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน จนถึงบัดนี้ และได้ว่าจ้างที่ปรึกษาพร้อมลงติดตามในพื้นที่ทุกอาทิตย์ ปัญหาอุปสรรค คือ ข้อมูลของสถานีอนามัย ในเรื่องของการตีราคาทรัพย์สิน และข้อมูลทางการบัญชีซึ่งบางแห่งทำไม่ครอบคลุม ขณะนี้ทำได้ 90% แล้วและคาดว่าในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2547 นี้จะออกงบรวม 4 งบ ตามที่กระทรวงฯ แจ้ง ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2547 ได้นัดประชุมเจ้าหน้าที่การเงินของโรงพยาบาลเพื่อรวบรวมงบการเงินทั้งหมดทำในภาพรวมของจังหวัด
ระเบียบวาระที่ 2 : รับรองรายงานการประชุมครั้งที่ 2/2546
มติที่ประชุม : รับรองรายงานการประชุมครั้งที่ 2/2546 และแจ้งให้ที่ประชุมทราบในเรื่องรายงานการประชุมหากมีข้อผิดพลาดต้องแก้ไขให้แจ้ง e - mail มาที่ผู้รับผิดชอบ คือ TACH_TAN@hotmail.com หรือ kanokk@health2.moph.go.th เพื่อจะได้แก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องต่อไป
ระเบียบวาระที่ 3 : เรื่องสืบเนื่องจากการประชุมครั้งที่ 2/2546 มติที่ประชุม : ไม่มี
ระเบียบวาระที่ 4 : เรื่องของกลุ่มงานและงาน
4.1 งานประสานรัฐและท้องถิ่น
4.1.1 โครงการสร้างจิตสำนึกในการเลือกกิน เลือกซื้อ สำหรับผู้บริโภคในชุมชน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ FOOD SAFETY อยู่ในยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค ในโครงการ FOOD SAFETY มีองค์ประกอบใหญ่ๆ 3 ด้าน คือ เรื่องของอาหาร/รูปแบบ ตัวผู้ประกอบการเกี่ยวกับอาหาร ประชาชนผู้บริโภค ถ้าจะให้น้ำหนักใน 100% คิดว่าให้น้ำหนักที่ประชาชนผู้บริโภค 40% เพราะฉะนั้นในการดำเนินงานจึงต้องมุ่งที่ตัวประชาชนเป็นหลัก ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา ได้ดำเนินการร่วมกับทุกอำเภอและได้จัดทำโครงการส่งไปให้แล้ว จะมีการประชุมกลุ่มแม่บ้านทุกหมู่บ้านและมีเงื่อนไขตามขั้นตอนว่าจะทำอย่างไรให้บูรณาการในรูปของคณะกรรมการระดับอำเภอ บรรจุโครงการนี้เข้าเป็นแผนของอำเภอและดำเนินการเบิกยืมเงินของจังหวัดไปดำเนินงาน ที่สำคัญคือการกำหนดวันในการประชุมให้แจ้งไปที่งานประสานรัฐและท้องถิ่นเพื่อจะได้ไปร่วมและปรับไม่ให้วันซ้ำซ้อนกัน
ในเรื่องของป้ายประชาสัมพันธ์ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการดำเนินการของผู้รับจ้าง ได้แจ้งประสานไปยังอำเภอและท้องถิ่นในการกำหนดจุดตั้งป้าย ซึ่งมี 2 แบบ คือ ป้ายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ และป้าย FOOD SAFETY จะตั้งในจุดเดียวกันอำเภอละ 4 จุดๆ ละ 2 ป้าย และเมื่อทางผู้รับจ้างทำป้ายเสร็จแล้ว จะประสานที่จังหวัดและแจ้งไปยังอำเภอ เพื่อจะติดตั้งและจะลงไปดู
ประธาน : ขอให้ผู้เกี่ยวข้องให้ความสำคัญเรื่องนี้เป็นพิเศษด้วย
4.2 งานทันตสาธารณสุข 4.2.1 สรุปผลการดำเนินงานวันทันตสาธารณสุข (21 ตุลาคม 2546) เนื่องในวันทันตสาธารณสุข ที่ผ่านมา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา ได้จัดรณรงค์ทันตสุขภาพเนื่องในวันที่ 21 ตุลาคม และรณรงค์แม่ลูกฟันดี 102 ปี สมเด็จย่า ซึ่งมีกิจกรรมประชา-สัมพันธ์การปลูกจิตสำนึกของกลุ่มหญิงตั้งครรภ์และเด็กตลอดจนนักศึกษา นักเรียน มีกิจกรรมการประกวดทางทันตสุขภาพต่างๆ ซึ่งได้รับความร่วมมือด้วยดีจากโรงพยาบาล โรงเรียน และอำเภอ ในปีที่ผ่านมาได้รณรงค์ที่อำเภอจะนะ ซึ่งทางโรงพยาบาลและสำนักงานสาธารณสุขอำเภอจะนะตลอดจนบุคลากรสาธารณสุขทุกท่านได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง ในปี 2547 ขอประชาสัมพันธ์ว่าคงมีกิจกรรมเช่นเดิมและมีการประกวดแม่และเด็ก กิจกรรมกระตุ้นในกลุ่มเด็กนักเรียน ซึ่งขอความร่วมมือจากโร
Relate topics
- การแยกขยะ มาตรวัดกึ๋นท้องถิ่นบ้านเรา/คอลัมน์...ได้อย่าง ไม่เสียอย่าง
- 'บุหรี่' เลิกไม่ยาก
- "ใช้เน็ตแบบปลอดภัย" โดย Security-in-a-Box
- เหตุผลที่พลังงานนิวเคลียร์ไม่ใช่ทางเลือกที่ยั่งยืน
- ขนมบรรจุซอง ภัยร้ายใกล้ตัวเด็ก
- ปากคำ"แพทย์"เหยื่อพริตตี้ กลยุทธ์ขายยาล้ำ"จริยธรรม"
- เปิดโลกการอ่าน ตอนโลกการ์ตูน
- ระวัง ‘พริกน้ำปลา’ ภัยร้ายผู้สูงวัย มีโซเดียมเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนด
- กระบวนการสอนสร้างอนาคตร่วมกัน - Future Search Conference (F.S.C.)
- เด็กไทยเห็นแก่ตัว “ให้” ไม่เป็น
หลิน (Not Member)
ฝ้าย (Not Member)
ฝ้าย (Not Member)