ชาวใต้สูญเสียอาจารย์เปลื้องอาลัย'เทือก บรรทัด'
ข่าวด่วนจากตรังเมื่อบ่ายวันจันทร์ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา คือการสูญเสียอาจารย์เปลื้อง คงแก้ว หรือ "เทือก บรรทัด" กวีแห่งลุ่มแม่น้ำตรัง เจ้าของผลงานบทกวีนิพนธ์ กลางคลื่นกระแสกาล ที่ได้เข้ารอบ 7 เล่มสุดท้ายในการชิงรางวัลวรรณกรรมยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน หรือซีไรท์ในปี 2541
อาจารย์เปลื้อง ไม่ใช่แค่เป็นกวีและนักคิดนักเขียน ที่น้องพี่ในแวดวงวรรณกรรมต้องค้อมคารวะ เขาบอกลูกศิษย์ว่า"ถ้าตอบตัวเองได้แล้วว่าอยากเป็นนักเขียน ก็เขียนเลย อย่ากลัว ว่างานเขียนจะออกมาไม่ดี และไม่ต้องกังวลว่าจะต้องเขียนตามมาตรฐาน ให้เขียนตามที่เห็น เข้าใจ รู้สึก และต้องฝึกเขียนอยู่เสมอ"
เขายังเป็นครูในดวงใจของลูกศิษย์จำนวนมาก ก่อนจะขอเกษียณก่อนอายุราชการจจากโรงเรียนวิเชียรมาตุ จังหวัดตรังมุ่งหมายทำงานตามหัวใจที่ตนเองเรียกร้อง คือเคลื่อนไหวทางสังคมกับกลุ่มประชาคมต่างๆ ทั่วประเทศ เป็นนักอนุรักษ์ นักเคลื่อนไหวทางสังคมที่ แกร่งกล้าหยัดยืนอยู่เคียงข้างชาวบ้านผู้ทุกข์ยาก และถูกเอารัดเอาเปรียบแทบทุกปัญหา และโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้
แม้กระทั่งปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อาจารย์เปลื้อง ได้เสนอทางออกตอนหนึ่งเอาไว้ว่า......
ปัญหาที่เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดภาคใต้เป็นเพราะรัฐไม่ยอมรับความหลากหลาย ขณะที่บางพื้นที่ เช่น พัทยาซึ่งก็ถือว่ามีความหลากหลายในหลายๆ ด้านรัฐยังยอมให้มีการปกครองเป็นเขตปกครองพิเศษ ขณะที่พี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความศรัทธาและเชื่อว่าแผ่นดินเป็นของพระเจ้า ดังนั้นการพัฒนาของรัฐที่เข้าไปรวมทั้งความเจริญทางด้านเทคโนโลยีต่างๆ ย่อมมีส่วนทำลายความเชื่อของเขา
"ผลจากการพัฒนาของรัฐเราปฏิเสธไม่ได้ว่ามีส่วนทำลายความเชื่อความศรัทธาของเขา มีคาราโอเกะ ผับ บาร์เต็มเมือง ชายหาดเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวนุ่งน้อยห่มน้อย ดังนั้นสิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลให้แผ่นดินตามความศรัทธาของพี่น้องมุสลิมมัวหมอง นี่คือความหลากหลาย รัฐจะใช้มาตรฐานการพัฒนาเดียวกันทั่วประเทศไม่ได้"
อาจารย์เปลื้องเห็นว่า ทางออกของปัญหาที่สำคัญคือรัฐต้องยอมรับความหลากหลาย และขณะที่พัทยาสามารถเป็นเขตปกครองพอเศษได้ ในมุมมองของตนก็ควรให้พี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ลองปกครองตัวเองเป็นเขตปกครองพิเศษขึ้นมาด้วย แต่ที่ผ่านมากรณีนี้รัฐมองเป็นว่าเป็นเรื่องการแบ่งแยกดินแดน ถือเป็นมุมมองที่แคบมาก และยังใช้ความรุนแรงเข้ามาจัดการซึ่งแก้ปัญหาไม่ได้แต่ยิ่งจะทำให้ปัญหาบานปลายไปอีก
สำหรับพิธีบำเพ็ญกุศลสวดอภิธรรมของอาจจารย์เปลื้อง ที่วัดจอมไตร นาโยง จังหวัด ตรัง โดย12 กันยายนนี้ จะทำพิธีฌาปนกิจ
+++++++++++++++++
บึงพระจันทร์
การละทิ้งตัวตน 'เทือก บรรทัด'
หนังสือพิมพ์โฟกัสภาคใต้ ฉบับที่ 335 ประจำวันที่ 29 พฤษภาคม -
4 มิถุนายน 2547 ได้มีโอกาส นำเสนอเรื่องราวของเทือก บรรทัด ผ่านผลงานรวมเล่มกวีนิพนธ์ชุดใหม่ช่วงนั้นที่ชื่อว่า"บึงพระจันทร์" ดังนี้
......
หลังจากเข้ารอบ 5 เล่มสุดท้ายรางวัลซีไรท์ ไปเมื่อปี 2541 ปีนี้ "เทือก บรรทัด"ร่วมส่งกวีนิพนธ์ "บึงพระจันทร์" เข้าชิงอีกครั้ง
เทือก บรรทัด กล่าวถึงงานชุดนี้ว่า เราทุกคนมีดวงจันทร์บนท้องฟ้า ในบึงน้ำนิ่งใส
และในใจใสสะอาด สงบอยู่ตลอดเวลา แต่เรามักไม่ค่อยเห็นพระจันทร์ในดวงใจ เป็นเพราะเรายึดติดอยู่กับพระจันทร์บนฟ้า และรูปเงาพระจันทร์ในน้ำ
ในทำนองเดียวกัน เราทุกคนมีตัวตน รูปเงาและจิตวิญญาณ อยู่ตลอดเวลาเช่นกัน
แต่เรามีจิตวิญญาณเสมือนไม่มี เพราะเราหลงใหลอยู่ในตัวตน และรูปเงา เข้าไม่ถึงจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นตัวตนที่แท้ของเรา เพื่อการเดินทางไปสู่ความเป็นตัวตนที่แท้ของเรา เราจำต้องละทิ้งตัวตน และรูปเงา ที่ถูกสร้างขึ้นไว้เบื้องหลัง
"รวมบทกวีนิพนธ์ ชุดนี้ คือเรื่องราวระหว่างทางไปสู่ความเป็นตัวตนที่แท้ ที่ผมพบเห็นใหม่ๆ ด้วยดวงใจของชีวิต จิตวิญญาณ ผมเดินทางออกมาจากตัวตนและรูปเงามาเฝ้าดูความเป็นอยู่ที่เป็น ออกมาจากเวลาของความสุข-โศก ที่จำได้หมายรู้ มาอยู่กับเวลาปัจจุบันขณะ ผมได้ยินเสียงความตายของพ่อ ได้ยินเสียงความเงียบอันสมบูรณ์ เห็นดวงดาวในกองทราย เห็นเปลวเพลิง ในไฟกระพริบ เห็นไฟงามกับรัก เห็นเวลาในเวลา และเห็นบึงพระจันทร์"
เทือก บรรทัด เป็นชาวตรัง เกิดในครอบครัวพุทธเกษตร เมื่อ26 สิงหาคม 2492
เป็นลูกคนเดียวที่มีโอกาสศึกษาต่อจากการศึกษาภาคบังคับ จบการศึกษาบัณฑิต
จากวิทยาลัยการศึกษาบางแสน (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยบูรพา) ปัจจุบันเขาเป็นข้าราชการบำนาญ โครงการเกษียณราชการก่อนอายุ และทำสวนเพื่อปฏิบัติธรรม
มากกว่าจะคำนึงถึงรายได้ ผลงารรวมกวีะนิพนธ์ที่ผ่านมา มี กระแสคลื่นกระแสกาล
เข้ารอบสุดท้านรางวัลซีไรท์ พ.ศ.2541 และรวมบทกวีนิพนธื เพราะน้ำรินไหล
จึงใสเย็นเมื่อพ.ศ.2544 จนมาถึงเล่มนี้
เทือกเริ่มเขียนกวีมาจากปรากฏการณ์ต่างๆ ที่พบเห็นเป็ส่วนใหญ่ เป็นเรื่องราวของโลกภายนอกเช่น ความเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม ของสังคมไทย ต่อมาบทกวีของเขาเริ่มขยับเข้าไปในโลกภายใน โดยเฉพาะบทกวีเล่มล่าสุดของเขาเล่มนี้.
ดวงจันทราอะร้าแอร่มแจ่มใส
ไกลสุดมือใดเอื้อมไปถึง
กระจกน้ำเรียบใสในบึง
คลอคลึงเคลียเคล้าเจ้าแจ่มจันทร์
ในบึงน้ำจันทร์แจ่มแอร่มอะร้า
บนท้องฟ้าจันทร์ก็ฉายเฉิดฉัน
ในใจจันทร์ก็จ้าแจ่มลาวัณย์
ณ ที่นี่ที่นั่น...จันทร์แจ่มใจ
เพราะบึงน้ำนิ่งใสว่างไหววิ่ง
จันทร์จึงดิ่งจากฟ้ามาแจ่มใส
เพราะบึงใจใสว่างกว้างไกล
จันทร์จึงฉ่ำอำไพกลางใจงาม
น้ำค้างตกกระจกน้ำบึงแตก
จันทร์ฉายมลายแหลกกลับโลกสาม
หนึ่งหยดน้ำค้างเต็มบึงทาม
ไม่เหลือที่ให้จันทร์วามงดงามดวง
ขอเพียงใจใสนิ่งไม่วิ่งไหว
พื้นที่ใจก็ไร้เขตห้ามหวง
สรรพสิ่งในโลกทั้งปวง
จักฉายภาพโชติช่วงแจ่มดวงใจ
กระจกใจใสสะท้อนสรรพสิ่ง
เห็นกระะเพื่อมว่ายวิ่งน้ำไหว
เห็นน้ำเป็นน้ำเป็นไป
เห็นจิตกระจ่างใจอยู่ในน้ำ.
(จาก..บทกวีชื่อบึงพระจันทร์ หน้า104)
อนึ่งผลงานร่วมเล่มกวีนิพนธ์ ของเทือก บรรทัด นอกจาก เล่มที่เข้าชิงรางวัลซีไรท์ ยังมี บึงพระจันทร์, เพราะน้ำรินไหลจึงใส่เย็น และมีผลงานปรากฏตามหน้านิตยสารหนังสือต่างๆ บ่อยครั้ง โดยเฉพาะช่วงหลัง เป็นขาประจำของมติชนสุดสัปดาห์
โลกของครอบครัว
พรรณิภา โสตถิพันธุ์
โดย Focus Team
Relate topics
- การแยกขยะ มาตรวัดกึ๋นท้องถิ่นบ้านเรา/คอลัมน์...ได้อย่าง ไม่เสียอย่าง
- 'บุหรี่' เลิกไม่ยาก
- "ใช้เน็ตแบบปลอดภัย" โดย Security-in-a-Box
- เหตุผลที่พลังงานนิวเคลียร์ไม่ใช่ทางเลือกที่ยั่งยืน
- ขนมบรรจุซอง ภัยร้ายใกล้ตัวเด็ก
- ปากคำ"แพทย์"เหยื่อพริตตี้ กลยุทธ์ขายยาล้ำ"จริยธรรม"
- เปิดโลกการอ่าน ตอนโลกการ์ตูน
- ระวัง ‘พริกน้ำปลา’ ภัยร้ายผู้สูงวัย มีโซเดียมเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนด
- กระบวนการสอนสร้างอนาคตร่วมกัน - Future Search Conference (F.S.C.)
- เด็กไทยเห็นแก่ตัว “ให้” ไม่เป็น