สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

สิ่งที่ได้มากกว่าการเข้าโครงการ

by Little Bear @12 มิ.ย. 52 18:21 ( IP : 61...75 ) | Tags : งานเขียนคน คนเขียนงาน

ลำดับที่ 4/01/2552 (15 พค.52)

บุญเรือง ปลอดภัย

วันเวลาผ่านไปไม่เคยหวนคืน และไม่เคยหยุดรอใคร หากแต่จะมีใครสักกี่คนที่สามารถได้ใช้ประโยชน์ของเวลาที่ก่อให้เกิดคุณค่า

ครั้งหนึ่งกับการได้เห็นคุณค่าของวันเวลาที่มันผ่านพ้นไปแล้ว เหตุเกิดขึ้นเมื่อ กองกิจการนักศึกษาประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารให้นักศึกษาได้รับทราบเกี่ยวกับการรับสมัครงานในช่วงปิดเทอม ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2547 หารายได้ระหว่างปิดภาคเรียน จะมีงาน โรงงาน ห้างสรรพสินค้า บริษัท งานมหาวิทยาลัย และโครงการ 2 โครง เมื่อทราบข่าวเพื่อน ๆ ในกลุ่มก็ไปสมัครกันแต่ส่วนใหญ่จะสมัครทำงานโรงงานกัน เพราะเห็นว่าจะมี OT ได้เงินดี ดิฉันสมัครโครงการเรียนรู้ร่วมกันสรรค์สร้างชุมชนเป็นโครงการที่จัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้แก่นักศึกษาจากสภาพที่เป็นจริงของชุมชน รู้จักการทำงานเป็นทีม ภาวะผู้นำ สร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนนำความรู้จากทฤษฏีไปสู่การปฏิบัติจริงในชุมชน และเป็นการสร้างรายได้เพื่อเป็นทุนในการศึกษา เพราะเห็นว่าเป็นโครงการที่สามารถนำประสบการณ์ที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการมาใช้ในการเรียนได้ รอผลการคัดเลือก ประมาณ 1 เดือน ปรากฏว่าได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ซึ่งมหาวิทยาลัยเองรับผิดชอบพื้นที่ 2 พื้นที่ ในจังหวัดสงขลาคือ อำเภอนาหม่อม ตำบลทุ่งขมิ้น และอำเภอคลองหอยโข่ง ตำบลคลองหอยโข่ง (ที่ได้รับคัดเลือกน่ากลัวว่ากรรมการเห็นเป็นเด็กคลองหอยโข่ง) (หลักเกณฑ์ในการเลือกพื้นที่ คือ ตำบลที่มีโครงการ SML นำร่อง 1 หมู่บ้าน) ระยะเวลาการเข้าโครงการ รวม 2 เดือน กับ 3 วัน วันแรกที่ไปรายงานตัวก็ใจคอไม่ค่อยดีแล้วเพราะไปรายงานตัวกับอาจารย์ที่จะไปเป็นพี่เลี้ยงเราตอนอยู่ค่าย ท่าทางโหด จากการสังเกตและได้พูดคุย หลังจากนั้นวันที่ 29 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2548 เป็นเวลาที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมจริง ๆ ระยะเวลา 2 เดือน 3 วัน มีนักศึกษาผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 60 คน แยกเป็น 2 ค่าย เป็นวันที่นักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกทุกคนต้องเข้ารับการปฐมนิเทศเพื่อรับฟังกรอบแนวคิด กิจกรรม และแนวทางการดำเนินโครงการ วันแรกของโครงการก็เริ่มด้วยบรรยากาศที่แปลก ๆ เพราะเนื่องจากว่ามีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกือบทั่วประเทศแล้วไม่มีใครรู้จักกันมาก่อนแต่ละคนก็ไม่กล้าพูดกัน คณะอาจารย์ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบโครงการก็จักกิจกรรมละลายพฤติกรรมนักศึกษา โดยมีข้อกำหนดว่าให้รู้จักกันให้หมดทั้ง 2 ค่าย ในระยะเวลา 3 วัน ก่อนที่พวกเราชาวค่ายเรียนรู้ฯตำบลคลองหอยโข่ง รวม 30 ชีวิต อาจารย์ที่ปรึกษา 3 คน จะลงพื้นที่สัมผัสบรรยากาศการเข้าค่ายที่ระยะเวลาค่อนข้างยาวนาน ก็เริ่มขึ้นในวันที่ 1 เมษายน 2552 เวลาประมาณ 10.00 น. กำลังเริ่มขึ้นแล้ว ณ โรงเรียนบ้านหน้าวัดโพธิ์เพราะเราพักที่นี่ ตัวเองรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาหน่อยนึงเพราะเห็นว่าอยู่ใกล้บ้าน และมีคณะอาจารย์ของโรงรียนมาต้อนรับอย่างดี โดยการนำเสนอข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับตำบลคลองหอยโข่ง หลังจากนั้นชีวิตชาวค่ายก็เริ่มขึ้น ความสามัคคีก็เริ่มก่อตัวขึ้นเนื่องจากต้องขนของสัมภาระต่าง ๆ มาเก็บให้เรียบร้อย ทำความสะอาดห้องเรียน สำหรับเป็นห้องนอนชาย-หญิง ห้องแต่งตัวเก็บเสื้อผ้า ชาย-หญิง ห้องทำงาน ห้องประชุม ห้องน้ำชาย-หญิง โรงอาหาร การประชุมภายในค่ายก็เริ่มขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างก็เกิดขึ้นพร้อมสำหรับการทำโครงการเรียนรู้ร่วมกันสรรค์สร้างชุมชน ให้ประสบความสำเร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยที่อาจารย์ที่ปรึกษาไม่ได้บอกเลยแม้แต่นิดว่าควรทำอย่างไรเพียงแต่เป็นที่ให้คำปรึกษาจริง ๆ อาหารกลางวันของวันแรกเป็นข้าวกล่อง อาหารเย็นก็ข้าวกล่อง แต่โชคดีที่อาหารวันที่ สองเป็นต้นไป เป็นอาหารที่แม่ครัวของโรงเรียนเป็นคนปรุงให้ เมนูอาหารจะไม่มีหมูเนื่องจากมีอิสลามด้วย อาหารที่แม่ครัวทำให้เราในมื้อแรกก็เป็นข้าวต้ม กินเสร็จก็ล้างจานแล้วรีบไปประชุมเพื่อแบ่งหน้าที่ในค่ายเช่น ฝ่ายปฏิคม ฝ่ายประสานงาน ฝ่ายรวบรวมข้อมูล ฝ่ายบริหาร ลักษณะการจัดกิจกรรม เกี่ยวกับการศึกษา สำรวจข้อมูลชุมชน และร่วมเรียนรู้ สนับสนุนการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างสรรค์พัฒนาชุมชน ใน 4 ด้าน คือ เศรษฐกิจชุมชน (OTOP , การท่องเที่ยว , อินเตอร์เน็ตตำบล) สาธารณสุข/สุขภาพ (สาธารณสุข/สุขภาพชุมชน,สมุนไพร/อาหารเสริม) สิ่งแวดล้อม/ทรัพยากรธรรมชาติ (ผังเมือง , ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) สังคม/วัฒธรรม/ภูมิปัญญาท้องถิ่น และต้องสนับสนุนการดำเนินงานของโครงการ SML จัดทำเอกสารท้องถิ่น เมื่อแบ่งกลุ่มเสร็จ ทุกคนแยกย้ายนั่งตามกลุ่มวางแผนการทำงาน รวมทั้งเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่เป็นจริงมากที่สุด ส่วนดิฉันได้รับอยู่ฝ่ายติดต่อประสานงานกับหน่วยงานและบุคคลต่าง ๆ ใน ต.คลองหอยโข่ง ทำให้รู้ข้อมูลดี ๆ หลาย ๆ อย่างและรู้จักคนเพิ่มขึ้นที่สำคัญทำให้กล้าพูดมากขึ้น และได้รับมอบหมายให้อยู่กลุ่มสาธารณสุข จะมีทีมอาจารย์ฝ่ายวิชาการจะมาประเมิน 10 วัน /ครั้งเพื่อติดตามความคืบหน้าและความถูกต้องของข้อมูล หลังจากการประชุมเพื่อเตรียมพร้อมที่จะทำหน้าที่ของตัวเองแต่ละคน เสร็จสิ้น ของวันแรกก็แยกย้ายเตรียมตัวเข้านอน อุปกรณ์การนอนเหมือนกันทุกคน คือ เสื่อ 1 ผืน ผ้าห่ม 1 ผืน หมอน 1 ใบ ทุกคนเข้านอน แล้วต้องรีบตื่นแต่เช้า (06.00 น) เวลา 07.00 น. เป็นเวลาที่ทุกคนแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว พร้อมที่จะประชุมต่อ เพื่อเตรียมความพร้อม กฏและกติกาการอยู่ร่วมกัน เพื่อให้ค่ายมีชีวิตชีวา ปราศจากความเห็นแก่ตัว การทะเลาะวิวาท

เมื่อทุกอย่างพร้อมชีวิตในการอยู่ค่ายที่คลองหอยโข่ง ก็เริ่มปรากฏชัดขึ้น กลายเป็นกิจวัตรประจำวันที่ทุกคน รู้อย่างอัติโนมัติ คือ ตื่นนอน 06.00 น. เวลา07.00 น. รับประทานอาหาร 8 โมง เตรียมตัวลงพื้นขึ้นรถรับ-ส่ง ประจำค่าย ที่ตามที่ประชุมวางแผนตอนกลางคืน 12.00 น. บางวันก็กลับมารับประทานอาหารที่ค่าย บางวันก็ หากินเองในพื้นที่ 17.00 น . รอรถ ณ จุด นัดกับคนขับรถประจำค่าย เพื่อกลับค่าย เวลา 19.00 น รับประทานอาหารค่ำ 20.00 น. ประชุมรายงานผลการดำเนินงานในแต่ละวันและวางแผนการทำงานของวันใหม่ ในการประชุมแต่ละคืนมีบรรยากาศที่แตกต่างกัน บางคืนสนุก บางคืนก็เครียด เข้านอนเร็วสุดเวลา 23.00 น. ไม่สามารถระบุเวลาได้เนื่องจากถ้ากลุ่มไหนไม่เสร็จก็ต้องช่วยจนเสร็จเข้านอนพร้อมกันหมดทุกคน ทุกคนรวมทั้งอาจารย์ที่ปรึกษาด้วย จะดีใจมากเมื่อได้รับคำชมจากทีมวิชาการที่มาประเมิน ทุกครั้งที่เรารับประทานอาหารกันเราจะร้องเพลงเปิบข้าวกันทุกครั้งเพื่อระลึกถึงบุญคุณของชาวนา เมื่อกินเสร็จต้องล้างจานตัวเองด้วย เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่งรู้สึกว่าทุกคนเริ่มสนิทกันมากขึ้นบรรยากาศในค่ายก็เริ่มสนุกสนานมากขึ้น สร้างสีสีนให้กับค่ายเพิ่มขึ้นเริ่มมีคาราโอเกะ การเล่นเกมส์ บัดดี้บัดเด้อในค่าย ยอกล้อ แกล้งกัน อาจารย์ที่ปรึกษาก็น่ารักไม่น่ากลัวเหมือนที่คิด คอยให้กำลังใจอยู่ตลอด ลงพื้นที่ชาวบ้านก็จะมีของติดไม้ติดมือกลับค่ายเกือบทุกวัน เช่น มะม่วง มะพร้าวน้ำหอม ขนมกล้วยม้วน ส้มหัวจุก ส้มโอ (รสชาติอร่อยมากกลายเป็นของฝาก อาจารย์ มอ.) ชาวบ้านก็มีความเป็นกันเองมากขึ้น การให้ข้อมูลก็มีความสนิทใจมากขึ้น

ชาวค่ายทุกคนจะติดใจรสชาติอาหารฝีมือแม่ครัวของโรงเรียนมากเพราะอร่อย โดยเฉพาะแกงส้ม ไก่ต้มกับยอดมะขาม แกงเลี้ยงผักพื้นบ้าน ฯลฯ และชาวค่ายรู้สึกตื่นเต้นมากเมื่อได้ออกโทรทัศน์ ช่อง 11 และ ช่อง ITV ตอนจัดงานสิ่งดี ดี การแสดงของนักศึกษาสามารถเรียกเสียงหัวเราะจากชาวบ้านได้มากเนื่องจากเป็นการแสดงที่สนุกสนาน ระยะเวลา 1 เดือนเต็มสำหรับการใช้ชีวิตในพื้นที่ส่วน 1 เดือนที่เหลือเป็นการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อจัดทำรูปเล่มรายงาน แต่บางครั้งก็ต้องลงพื้นที่เพิ่มอีก เมื่อเวลาผ่านล่วงเลยไปใกล้ถึงเวลาที่ทุกคนต้องแยกย้าย ความรู้สึกห่างไกล ก็เริ่มมาเยือนกับทุกคน แต่โชคดีที่เวลาคิดถึงมีสมุดทำเนียบและสมุดกระจกที่เพื่อน ๆ เขียนให้สะท้อนถึงตัวเอง ได้หยิบมาอ่านและดูรูปภาพ บรรยากาศเก่า ๆ ก็เริ่มหวนคืน

บรรยากาศในโครงการเรียนรู้ร่วมกันสรรค์สร้างชุมชนในครั้งนี้เป็นอะไรที่ไม่สามารถจะบรรยายได้หมดแต่รู้สึกว่าตัวเองภูมิใจมากและสนุกมาก เป็นประสบการณ์ที่เป็นบทเรียนให้กับตัวเองได้มาก น่าเสียดายรัฐบาลไม่ได้จัดโครงการดีดีแบบนี้อีกแล้วเพราะรุ่นที่ดิฉันได้เข้าเป็นรุ่นที่ 4 และรุ่นสุดท้ายของโครงการเรียนรู้ร่วมกันสรรค์สร้างชุมชน

Relate topics

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว