สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

จากไข้หวัดใหญ่เอชวันเอ็นวัน 2009 เม็กซิโก ถึง ชิคุนกุนย่าประเทศไทย

by Little Bear @12 มิ.ย. 52 18:17 ( IP : 61...154 ) | Tags : งานเขียนคน คนเขียนงาน

ลำดับที่ 03/01/2552 (14 พค.52)

เชภาดร จันทร์หอม

ยุทธศาสตร์สื่อ : ทางรอด

ในช่วงเดือนเศษที่ผ่านมาคงไม่มีข่าวไหน ที่ส่งผลกระทบต่อสังคม สร้างความตื่นตระหนกไปกว่าข่าวการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอชวันเอ็นวัน 2009 ซึ่งปรากฏผู้ป่วยรายแรกที่ประเทศเม็กซิโก ปัจจุบันมีการระบาดไปแล้วกว่า 30 ประเทศแล้ว มีรายงานผู้เสียชีวิตประมาณ 60 กว่าคน และมีผู้ป่วยอีกหลายพันคน มาตรการป้องกันทางด้านสาธารณสุข ถูกนำมาใช้ ทั่วทุกประเทศ สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน บวก 3 เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้มีมีมติ และความร่วมมือในระดับภูมิภาคที่จะดำเนินมาตราการควบคุมป้องกันโรคไข้หวัด ใหญ่ในหลายประเด็นสำคัญร่วมกัน เช่น การเปิดสายด่วนแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารสถานการณ์การระบาดระหว่างประเทศ การจัดตั้งทีมสอบสวนควบคุมโรคเคลื่อนที่เร็วระหว่างประเทศ ซึ่งสามารถเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือประเทศข้างเคียงได้ทันที หากมีการร้องขอ ภาพความร่วมมือ มติจากการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน บวก 3 ครั้งนี้คงสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ต่างประเทศได้ไม่มากก็น้อย

สำหรับประเทศไทยการนำเสนอของสื่อต่อเรื่องนี้ก็มีอย่างต่อเนื่องเช่นกัน เราเห็นภาพการประชุมของผู้ที่เกี่ยวข้อง เห็นภาพรัฐมนตรีวิทยา แก้วภารดัยใส่หน้ากากปิดหน้าออกทางสื่อต่อเนื่องหลายสัปดาห์ เห็นการทำหน้าที่ เห็นความพยายามในการสร้างความเชื่อมั่นต่อทั้งคนในชาติและต่างชาติเห็นความร่วมมืออย่างแข็งขัน แต่ในอีกมุมหนึ่งของประเทศไทยที่เรียกว่าด้ามขวาน มีภาวะคุกคามสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ คือการระบาดของโรคชิคุนกุนย่า ซึ่งติดต่อกันโดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค ผู้ป่วยจะมีอาการผื่นแดงขึ้นตามร่างกาย ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูกหรือข้อ ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา มีอาการคันร่วมด้วย ความรุนแรงและอาการของโรคจะแตกต่างตามช่วงวัย ในวัยเด็กอาการและความรุนแรงจะน้อย แต่สำหรับวัยผู้สูงอายุอาการปวดตามข้อกระดูกจะรุนแรงมาก จะมีอาการประมาณ 1-3 เดือน บ้างก็นานกว่านั้น ปัจจุบันยังไม่มียารักษา ยังเป็นการรักษาตามอาการ มาตรการป้องกันทางสาธารณสุขที่ผ่านมา คือ การพยายามรณรงค์ในการกำจัดแหล่งแหล่งเพาะพันธุ์ การพ่นหมอกควัน แต่เกือบปีแล้วตั้งแต่ข่าวปรากฎของโรคนี้มีมาตั้งแต่ปี 51 จนถึงปัจจุบัน ตัวเลขทางผู้ป่วยด้วยโรคนี้เลยหมื่นคนไปแล้ว การระบาดก็คงใกล้จะครอบคลุมทั้งภาคใต้ แต่อาจเป็นเพราะความรุนแรงของโรคนี้ไม่ถึงขั้นเสียชีวิต การรายงาน การให้ความสำคัญของสื่อจึงมีไม่มากเท่าความรุนแรงและความรู้สึกของคนในพื้นที่ กระทรวงสาธารณสุขดูเหมือนจะเป็นเจ้าภาพหลักเมื่อเราพูดถึง โรค หมอดูจะเป็นคนแรกที่เรานึกถึงเมื่อไม่สบาย แต่ด้วยข้อจำกัดของบุคลากร ภารกิจงานปกติ ทำให้มีพลังในการบรรเทาได้ในระดับหนึ่ง มนุษย์มีสัญชาติญาณของความต้องการมีชีวิต ความพยายามที่จะพึ่งตนเอง การค้นหาความรู้ ใช้ทุนภูมิปัญญา จนเกิดแนวทางในการดูแลตัวเอง เกิดสูตรยาต่างๆ เช่น สูตรการกินน้ำมะพร้าวกับยาเขียว สูตรน้ำมะพร้าวกับสไปรต์ สูตรการดื่มใบย่านางปั่น มีคนบอกว่าหากเป็นโรคนี้แล้วต้องพยายามขยับร่างกายตัวเอง ออกกำลังให้ได้เหงื่อ จะทำให้หายไวขึ้น เหล่านี้คือแนวทางการรักษาสุขภาพทางเลือก

ความจริงคือเป็นการยากที่เราจะป้องกันไม่ให้ยุงกัดได้ แต่ที่ทำได้คือทำอย่างให้เรามีความรู้ในการดูแลตัวเองได้ มีความเข้าใจที่ถูกต้องหากเป็นโรคนี้ ซึ่งจะด้วยแนวทางการรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน หรือด้วยการรักษาด้วยแนวทางสุขภาพทางเลือกก็ตาม เมื่อยุงส่งผลต่อทั้ง เศรษฐกิจ และสังคมโดยรวม คงไม่เพียงพอที่จะเห็นใครคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่ การประสานความร่วมมือ ของภาครัฐ ภาคท้องถิ่น ชุมชน โดยใช้ยุทธศาสตร์สื่อในการสร้างเข้าใจ ความรู้การดูแลสุขภาพโรคนี้อย่างกว้างขวางคงสามารถเป็นทางรอดในวสันตฤดูได้

Relate topics

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว