สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

จะว่าบังเอิญก็แปลก

by Little Bear @12 มิ.ย. 52 18:11 ( IP : 61...154 ) | Tags : งานเขียนคน คนเขียนงาน

ลำดับที่ 1/01/2552(5 พค.52)

ถนอม ขุนเพ็ชร

1.

ความจริงที่จริงเกินไปอาจดูเหลือเชื่อ...

วงแผนสุขภาพตำบลในบ่ายอันแสนอบอ้าว ประเด็น “สี่คูณร้อย” อันกล่าวถึงสูตรผสมยาแก้ไอ พูดไป ๆจนยอมรับว่าปัญหานี้ใหญ่กว่าตำแหน่งกำนัน ตำรวจ ทหาร ผู้มาร่วมประชุม ใหญ่กว่าศาลาริมทางที่ใช้นั่งประชุม และยังใหญ่กว่าหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ประเทศไทย และโลกเสียอีก

ผมยกมือผมปาดเหงื่อ จังหวะเดียวกับมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับผ่านมา

“นั่นตัวอย่าง” ใครคนหนึ่งเอ่ย น้ำเสียงออกจะเย้ยหยัน

บนอานรถเด็กหนุ่มผมยาวจากขบวนการสี่คูณร้อยของแท้ สวมเสื้อยืดสีมอมแมม คอแข็งทื่อเหมือนหมาบ้า เขาเคลื่อนผ่านเหมือนภาพสไลด์ที่ไหลเลื่อนไปตามราง ไม่มีความสัมพันธ์กับผู้ชม แม้พยายามหันมามองแวบหนึ่งด้วยแววตาแบบผีดิบ

เสียงถอนหายใจหลายคนยังไม่ทันสุด เสียงมอเตอร์ไซค์อีกคันขับสวนทางมา ดูเหมือนภาพถูกจัดวางอย่างเหมาะเจาะต่อเนื่องจากฉากแรก เป็นเด็กสาวสองคนสวมเสื้อสีสดซ้อนท้ายเกาะกันกลมดิกมา โดยไม่มีสคริปพวกเธอหยุดรถห่างจากที่ประชุมว่าด้วยปัญหายาเสพติดราวสิบเมตร แล้วจู่ๆ ส่งเสียงกรี๊ดสนั่น ฟังไม่ได้ศัพท์ก่อนหันหัวรถกลับ

“เห็นหม้ายล่ะ” คนที่เย้ยหยันข้างต้นแสดงอาการนั้นอีกรอบ หากไม่รู้เป้าหมายใคร ระหว่างผู้คิดการแก้ปัญหา ชาวสี่คูณร้อยตัวแทนฝ่ายชาย-หญิง หรือตัวเขาเอง

2.

“พี่ไมค์ใช่ไหมค่ะ กรี๊ด ๆๆ” เสียงปลายสายตื่นเต้นมากเกิบบรรยาย

มีคนโทรเข้ามาในหมายเลขโทรศัพท์ที่บ้าน ผมเป็นคนรับ การโทรผิดมีอยู่บ้างเป็นธรรมดา ครั้งแรกได้แต่คิดเล่นๆ ว่าไมค์ไหนหว่า? ลองไล่เรียงดูแล้วก็ไม่มีคนชื่อไมค์ในบ้าน และคนที่รู้จักสนิทสนมด้วย ที่นึกออกมีแต่ไมค์ ภิรมย์พร

วันถัดมาราวเก้าโมงเศษ ผมนั่งทำงานอยู่กับบ้านคนเดียว เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้นอีก ผมลุกขึ้นรับ

“พี่ไมค์ใช่ไหมคะ” เจ้าของเสียงเดิมเมื่อวานกลับมาอีก น้ำเสียงสั่นๆ ตื่นเต้น

“ไม่ใช่ครับ” ผมบอก

“ต้องใช่ซิคะ พี่ไมค์แน่ๆ เลย... กรี๊ด” เธอทำเอาขี้หูผมเต้น แถมยืนยันว่าผมเป็นไมค์คนนั้นอย่างแน่นอน ผมงงถามกลับไปว่าไมค์ไหน

“พี่อย่าอำหนูซิคะ”

ใจหนึ่งอยากจะอำกลับไปสนุกๆเหมือนกัน แต่ต้องยืนยันว่าไม่มีคนชื่อไมค์อยู่แถวนี้

“งั้นพี่ก็เป็นคนสนิทของไมค์ใช่ไหม” เธอไม่ลดละ ผมชักรำคาญ ตัดบทกล่าวขอโทษก่อนวางหู

ไม่ถึงหนึ่งนาทีเธอโทรมาอีก ผมรับสายกับบทสนทนาเรื่องเดิม เธอยอมเชื่อแล้วว่าผมไม่ใช่ไมค์ แต่เชื่อว่าผมเป็นคนใกล้ชิด บอดี้การ์ด หรือผู้จัดการส่วนตัวของไมค์ที่คอยกันไม่ให้รับโทรศัพท์

“ไม่ใช่แน่ครับน้อง”

ผมลดท่าทีแข็งกร้าวลง ถามว่าได้เบอร์โทรศัพท์นี้ได้อย่างไร กลับยิ่งทำให้เธอเชื่อว่าผมกำลังปกปิดเธอเรื่องของไมค์ ผมชักโมโห เหตุเธอไม่ยอมรับฟังเหตุผลกลใดเอาเสียเลย จึงวางหู

เธอโทรกลับมาภายใน 5 วินาที จะขอคุยกับไมค์ให้ได้ ผมวางหูอีกครั้ง และไม่ยอมรับสาย เสียงเรียกเข้าตลอด ผมจึงยกหูโทรศัพท์ออกตลอดทั้งวัน

ตกเย็นผมนึกได้ว่ามีธุระปะปังกับบางคนอยู่ ทางมือถือก็ยังไม่ติดต่อมาอาจมีปัญหาบางอย่างจึงวางหูโทรศัพท์บ้านกลับเหมือนเดิม เสียงเรียกเข้าดังภายในนาทีแรก

“ขอคุยกับพี่ไมค์ค่ะ” เธอไม่เสียเวลาแม้แต่น้อย

ผมคิดว่าเรื่องจะจบไปแล้วรู้สึกไม่พอใจนิดๆ แต่อยากจะคุยจริงจังเสียที ว่าเกิดเรื่องอะไร ทำไมเธอจึงเฝ้าโทรศัพท์หาอยู่ตลอดทั้งวัน และไม่ยอมเชื่อผม

ผมพยายามคุยดีๆ ...ไมค์ไหน ...ทำไมต้องโทรมาที่เบอร์นี้ ...เบอร์บ้านของผม หมายเลขสามตัวแรกรหัสทางไกลโทรศัพท์ก็บอกอยู่แล้ว ว่าอยู่จังหวัดไหน ในที่สุดเธอยอมจำนนอย่างไม่เต็มใจนักว่า เป้าหมายของเธออยู่กรุงเทพฯ ไ

“ตกลงพี่ไม่รู้จักพี่ไมค์ จริงๆ เหรอ กอล์ฟ – ไมค์ นี่อะนะไม่รู้จัก”

“ตกลงได้เบอร์มาไง” ผมเกลื่อนความเชย

“เพื่อนบอก”

ทำความเข้าใจราวครึ่งชั่วโมง ก่อนจบบทสนทนาลาจากด้วยดี เธอเผยตัวเองว่าทำงานอยู่แถวสมุทรปราการ เป็นลูกจ้างกิจการอะไรสักอย่าง เธอใฝ่ฝันว่าจะได้คุยกับไมค์ สักครั้งหนึ่งในชีวิต แต่โดนเพื่อนหลอกเอาง่ายๆ ที่จริงผมน่าจะสวมบทไมค์ เอาใจเธอเสียหน่อยก็ดี

ยังไงเสียผมไม่โกรธหรอก ได้แต่ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ในใจในร่างของไมค์หลายวันต่อมา

3.

ลูกชายผมอยู่ ป.3 สนิทสนมกลางอากาศ กับกอล์ฟ-ไมค์ เขาชี้ผมดูตอนดารานักร้องดูโอคนดัง เป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาทีวีอยู่บ่อย

อาทิตย์เย็นนั้นว่าง.. เขาลากมือผมไปเที่ยวสวนหย่อมแห่งหนึ่งใกล้บ้าน

ดงหญ้ารก ต้นไม้ใหญ่ที่ถูกขุดมาปลูกยืนตายซาก แนวกำแพงน้ำตกจำลองแห้งผาก เหลือรูปไดโนเสาร์ปูนปั้นขนาดยักษ์ที่ยังสภาพดีสามตัว

เราลุยเดินเข้าใกล้เท้าไดโพโนคัส(ชื่อตามป้าย) สูงสามช่วงตัวคน นับคอที่ยาวยื่นก็จะสูงขึ้นไปอีก ลูกชายไม่ได้แค่มาดูหรือแค่ลูบคลำ เขาขึ้นไปนั่งเล่นบนหางที่ทอดยาวตามพื้นก่อนแล้วค่อยป่ายปีนขึ้นไปจนนั่งอยู่บนหลังของมันสำเร็จ

ร่องรอยแอบปีนเล่นของเด็ก ๆเห็นได้จากความลื่นมันปลาบ ไม่มีป้ายเขียนว่าห้ามปีน ยิ่งมีป้ายก็ยิ่งชอบปีนนะซี ผมคิด ปล่อยเขาอยู่บนนั้น ผมเดินสำรวจตามทางรกๆ ปล่อยความคิดไปตามเรื่องราว ลมพัดมาอ่อนๆ ขอบฟ้าสีส้ม

“พ่อครับ ช่วยด้วย ลงไม่ได้ ” ผมได้ยินลูกชายร้องเรียกอย่างตกใจ(ไม่ถึงกับกรี๊ด) นึกรำคาญในใจว่าเอาอีกแล้วหรือ มีปัญญาขึ้นแต่ไม่มีปัญญาลง จึงกลับมาขาถอดรองเท้าออกแรงปีนตาม

ผิวรูปปั้นยับย่นเหมือนจริง ทำให้เหยียบขึ้นไปได้โดยไม่ลื่น ดูเจ้าลูกชายอุ่นใจที่มีเพื่อน ทำให้เขาไม่กลัวแล้ว เกิดคิดอะไรออกเสียด้วย ไอ้ตอนที่เห็นว่าปีนลงยากเพราะเอาด้านหน้าลงทรงตัวยาก แต่ปีนลงแบบถอยหลัง ลองทำดูและทำได้จริง ไม่นานจึงไปยืนยิ้มเผล่อยู่ที่ปลายหางไดโพโนคัส ปล่อยให้ผมนั่งอยู่คนเดียว

ขาลงไม่เหมือนตอนปีนขึ้น พลาดนิดเดียวอาจจะกลิ้งหลุนๆลงไป แข้งขาหัก ยิ่งมองดูข้างล่างนึกหวาดเสียวความสูง ลองถอยหลังแบบลูกชายแต่ลื่นมาก

ฟ้ามืดลงเรื่อยๆผมยังหาเหลี่ยมมุมสู่พื้นยังไม่เจอ ขยับพลาดนิดเดียวอาจเจ็บตัว ...บอกให้ลูกชายเดินกลับบ้านไปก่อน เขายิ้มซุกซนและเชื่อฟัง.

Relate topics

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว