สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

ผบ.ตร.นำทีมลงใต้ คลี่คดีลอบบึ้ม7จุดสงขลา เร่งสอบวงจรปิดล่าตัวต้องสงสัย

by kai @5 ส.ค. 51 15:35 ( IP : 118...248 ) | Tags : ข่าวสุขภาพประจำวัน

ผบ.ตร.นำทีมลงใต้ คลี่คดีลอบบึ้ม7จุดสงขลา เร่งสอบวงจรปิดล่าตัวต้องสงสัย

มติชน วันที่ 04 สิงหาคม 2551 เวลา 22:04:10 น.

'พัชรวาท' ลงใต้ตามใกล้ชิดคดีลอบวางระเบิด 7 จุดในหาดใหญ่-เมืองสงขลา ยังไม่สรุปเชื่อมโยงเหตุใน 3 จว.ชายแดนใต้ เชื่อคนร้ายเป็นกลุ่มเดียวกันหวังจงใจสร้างสถานการณ์มากกว่าให้คนเสียชีวิต ปชป.จี้ รมว.มหาดไทยคนใหม่ขยันลงพื้นที่


พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมคณะ อาทิ พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.) และ พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เดินทางลงพื้นที่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม เพื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุและติดตามความคืบหน้าคดีที่คนร้ายลอบวางระเบิด 7 จุด ใน อ.หาดใหญ่ 2 จุด และ อ.เมือง จ.สงขลา 5 จุด เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 2 สิงหาคม

พล.ต.อ.พัชรวาทกล่าวภายหลังติดตามความคืบหน้าคดีว่า คดีใน อ.หาดใหญ่ เจ้าหน้าที่สามารถสเก๊ตช์ภาพคนร้ายได้แล้ว 2 คน ทั้งที่ร้านสะดวกซื้อและร้านน้ำชา ขณะที่อีก 5 จุดในตัวเมืองสงขลาก็มีความคืบหน้าเช่นกัน โดยนำนายตำรวจระดับสูง ทั้งจากสอบสวนกลาง สันติบาล และนิติวิทยาศาสตร์มาด้วยเพื่อให้ประสานการทำงานร่วมกัน

"เชื่อว่า คนร้ายทั้งหมดเป็นกลุ่มเดียวกัน ส่วนจะเชื่อมโยงความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ ต้องรอผลการพิสูจน์หลักฐาน อย่างไรก็ตามสถิติพบว่ามีเหตุระเบิดเกิดขึ้นทุกปี ซึ่งปีหน้าจะต้องมีมาตรการที่รัดกุมกว่านี้" พล.ต.อ.พัชรวาทกล่าว และว่า จำได้ว่าปีที่แล้วก็เกิดเหตุทำนองนี้ขึ้น และเหตุการณ์ครั้งนี้เชื่อว่าเป็นการจงใจสร้างสถานการณ์มากกว่าประสงค์ให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการขยายความรุนแรงจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ พล.ต.อ.พัชรวาทกล่าวว่า คงไม่ใช่ เพราะสงขลากับหาดใหญ่สงบไปนานแล้ว สถิติการเกิดเหตุก็ลดลงมาก หรือเกือบไม่เกิดเลย คิดว่าจะปรับเรื่องการข่าว เพราะค่อนข้างเข้าไม่ถึงเป้าหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่สอบปากคำพยานแล้ว 6 ปาก ทั้งหมดให้การเป็นประโยชน์ ส่วนที่ร้านด๊อกเตอร์คูล อ.เมืองสงขลา มีภาพจากกล้องวงจรปิด เห็นผู้ต้องสงสัย 3 คน ส่วนรถจักรยานยนต์คันที่ใช้บรรจุระเบิดเป็นรถที่คนร้ายขโมยไปหลังก่อเหตุฆ่าตัดคอ 2 ศพใน อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2550 ส่วนเหตุระเบิดที่หน้าร้านสะดวกซื้อถนนราษฎร์อุทิศ อ.หาดใหญ่นั้น ภาพกล้องวงจรปิดพบผู้ต้องสงสัย 3 คนนั่งอยู่หน้าร้านก่อนเกิดเหตุเช่นกัน ซึ่งจะติดตามตัวมาสอบปากคำต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนผู้ต้องสงสัยที่ตำรวจ สภ.เมืองสงขลาเชิญตัวสอบปากคำ 13 คนหลังเกิดเหตุซึ่งเป็นเยาวชนในพื้นที่ ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา โดยเจ้าหน้าที่จับกุมได้ขณะตั้งจุดตรวจเส้นทางขาออกนอกเมือง ใน ต.พะวง อ.เมืองสงขลา คืนวันเกิดเหตุ แต่ได้ปล่อยตัวไป 2 คนเป็นวัยรุ่นหญิง ส่วนอีก 11 คนนั้นดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดประเภท 5 (กระท่อม) เอาไว้ในครอบครอง และจะสืบสวนในเชิงลึกว่ามีส่วนพัวพันกับกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่หรือไม่

นายอุทิศ ชูช่วย นายกเทศมนตรีนครสงขลา กล่าวว่า จะพิจารณาจัดหางบประมาณเพื่อติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มมากขึ้นเพื่อบันทึกภาพได้รอบทิศทาง

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนใหม่ ควรเร่งแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และลงพื้นที่ด้วยตนเอง ต้องสนับสนุนอุปกรณ์ตรวจจับวัตถุระเบิด และติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิดให้ครบถ้วน เพราะปัจจุบันยังมีไม่ครบตามเป้าหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นตำรวจเก่าต้องไปดูและเป็นเจ้าภาพในการแก้ไขปัญหา

ส่วนเหตุร้ายในพื้นที่ เมื่อเวลา 02.15 น.วันเดียวกัน ศูนย์รวมข่าว สภ.เมืองยะลารับแจ้งเหตุยิงกันบริเวณหน้าปั๊มน้ำมันซัสโก้ ถนนสิโรรส ย่านตลาดเก่าในเขตเทศบาลนครยะลา เจ้าหน้าที่ตำรวจรุดไปตรวจสอบพบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่ามีโอ สีขาว ทะเบียน กษพ 75 ยะลา ล้มคว่ำอยู่ ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ทราบต่อมาคือ ส.ต.อนุชา นาลาด อายุ 27 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาด กระสุนเข้าที่ศีรษะอาการสาหัส และ ส.ต.สุนทร จิตพิลา อายุ 30 ปี ถูกยิงเข้าบริเวณลำคอ ทั้งสองเป็นทหารสังกัด ร.5 พัน 3 ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืน 10 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ทหารทั้งสองนายขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว หลังออกจากสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครยะลา เพื่อกลับที่พักในค่ายสิรินธร มาถึงที่เกิดเหตุมีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงใส่แล้วหนีไป เบื้องต้นเชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มก่อความไม่สงบ แต่ยังไม่ตัดประเด็นเรื่องส่วนตัว

เมื่อเวลา 06.30 น. ขณะที่ ส.ท.รณชัย สกุลไทย ทหารสังกัดร้อย ร.15142 ฉก.นราธิวาส 38 หัวหน้าชุดคุ้มครองเส้นทางรถไฟ นำทหาร 8 นายเดินลาดตระเวนด้านหลังมัสยิดบ้านตันหยงลิมอ หมู่ 7 ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส คนร้ายได้นำซุกระเบิดแสวงเครื่องชนิดแอมโมเนียมไนเตรท บรรจุในกล่องเหล็ก น้ำหนัก 5-7 กิโลกรัม มาซุกไว้ในกอหญ้าริมเส้นทางรถไฟ และกดโทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดขึ้น สะเก็ดระเบิดถูก ส.ท.รณชัย หัวหน้าชุดและทหารใต้บังคับบัญชาบาดเจ็บเล็กน้อย 3 นาย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลประจำอำเภอระแงะ

เวลา 11.35 น. ขณะที่จ่าเอกมนัส จิตดล อายุ 36 ปี หัวหน้าชุดรักษาความปลอดภัยโรงเรียน สังกัดทหารร้อยปืนเล็กที่ 2 ฉก.นราธิวาส 32 และพวกนั่งอยู่ในศาลาภายในโรงเรียนบ้านดูกู หมู่ 7 ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส คนร้ายใช้ปืนเอ็ม 16 กราดยิงเข้าใส่ จ่าเอกมนัสถูกกระสุนที่ขาขวา 1 นัด ทหารได้ยิงตอบโต้จนคนร้ายได้ล่าถอยไป ขณะเดียวกันทหารนาวิกโยธินซึ่งใช้เฮลิคอปเตอร์ติดตามคนร้ายทางอากาศ พบรถยนต์ต้องสงสัยบนถนนเพชรเกษม เส้นทาง อ.บาเจาะ มุ่งหน้า อ.ยี่งอ จึงแจ้ง สภ.บาเจาะ จัดชุดเคลื่อนที่เร็วออกไล่ล่าจนควบคุมรถคันดังกล่าวไว้ได้ที่บ้านลูโบ๊ะสาวอ หมู่ 3 ต.ลูโบ๊ะสาวอ อ.บาเจาะ เป็นรถกระบะนิสสัน ทะเบียน บค 866 ยะลา บรรทุกรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีเขียว ทะเบียน ขค 482 นราธิวาส ตรวจสอบพบว่าเป็นป้ายปลอม จึงคุมตัวนายมะยาซิ แวหามะ อายุ 27 ปี อยู่เลขที่ 32 หมู่ 3 ต.ลูโบ๊ะสาวอ อ.บาเจาะ คนขับและเจ้าของรถ กับเพื่อนอีก 2 คน คือนายมะดาร์ มะเละ อายุ 23 ปี และนายอาแมน แวนาแว อายุ 27 ปี ไว้สอบปากคำฐานเป็นผู้ต้องสงสัย เพราะพบสารปนเปื้อนดินปืนที่ตัวถังรถ

Relate topics

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว