สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

โครงการเชิงบูรณาการสมัชชาสุขภาพจังหวัดสงขลา

  1. ชื่อโครงการ : โครงการเชิงบูรณาการสมัชชาสุขภาพจังหวัดสงขลา  ประจำปี 2548
      ประเด็น "เกษตรที่เอื้อต่อสุขภาพ"

  2. ผู้รับผิดชอบโครงการ : อ.พิชัย ศรีใส 2.1 คณะทำงาน 1. นายไพฑรูย์ ศิริรักษ์ ผู้รับผิดชอบโซนบก

  3. นายแจ้ว โชติธรรมรส
  4. นางระเบียบ พรหมบริรักษ์
  5. นายสงบ ชูสงค์ ผู้รับผิดชอบโซนตก
    5. นายธนวัฒน์ ศรีสกุล
  6. นายอรัญ คงนวลใย ผู้รับผิดชอบโซนเหนือ 7. นายสัมพันธ์  ปัตตพัฒน์ 8. นายนิมิตร แสงเกตุ 9. นพ.วีรพัฒน์ เงาธรรมทัศน์ ผู้รับผิดชอบโซนเมือง
  7. นายสมศักดิ์ คงไชย
  8. นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ
  9. นายชาคริต โภชะเรือง 13. นางชโลม เกตุจินดา 14. นางยินดี ตรีรัญเพชร 15. น.ส. วรรณา  สุวรรณชาตรี
    16. นส.นวลวรรณ เขียวมณีนัย

  10. ที่ปรึกษาของโครงการ 1. นายนวพล บุญญามณี

  11. นายพีระ ตันติเศรณี
  12. นายไพร พัฒโน 4. ดร.วินัย ไชยทอง
  13. ดร.ดวงพร คันธโชติ 6. ผอ.พิพัฒน์ รัฐกาญจน์
  14. อ.ภา นุ พิทักษ์เผ่า

4.องค์กรร่วมจัด 1. สำนักงานปฎิรูประบบสุขภาพ (สปรส.) 2. องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา 3. เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา 4. ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน อำเภอจะนะ 5. ชมรมนักจัดรายการวิทยุชุมชนคนสงขลา (บินหลา) 6. เครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขมูลฐานจังหวัดสงขลา 7. ศูนย์หลักประกันสุขภาพภาคประชาชนจังหวัดสงขลา 8. ศูนย์ประสานงานภาคประชาชนจังหวัดสงขลา 9. *สถาบันวิจัยระบบสุขภาพ 10. *สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา 11. *สำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา หมายเหตุ ***9 -11 อยู่ในช่วงประสานงาน

  1. หลักการและเหตุผล 4.1 สานต่อประกาศเจตนารมณ์ จากคำประกาศเจตนารมณ์ เวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ปี 2547 ได้กล่าวไว้ว่า ผู้เข้าร่วมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ปี 2547 อันประกอบด้วยผู้แทนจากสมัชชาสุขภาพพื้นที่ ประชาคมสุขภาพและเครือข่ายองค์กรเอกชน นักวิชาการจากองค์กรวิชาการ ตลอดจนผู้บริหารและข้าราชาการจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเพื่อให้ได้มาซึ่งสุขภาวะที่ดีจากอาหารและการเกษตร ได้ร่วมระดมความเห็นในเวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ณ วันที่ 8 กันยายน 2547 ในประเด็น "อาหารและเกษตรเพื่อสุขภาพ : ภัยคุกคามจากสารเคมี" อันเป็นประเด็นสืบเนื่องจากสมัชชาสุขภาพปี 2546 ซึ่งทุกภาคส่วนได้ร่วมผลักดันให้เกิดการเคลื่อนไหวในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมและสอดประสานกับนโยบายอาหารปลอดภัย ได้ประกาศเจตนารมณ์ที่จะดำเนินการเพื่อไปสู่เป้าหมาย "เกษตรปลอดภัย อาหารปลอดภัย ชีวิตปลอดทุกข์" ด้วยมาตรการร่วมกันดังนี้ ประชาคมสุขภาพจะร่วมกับรัฐบาล องค์กรวิชาการและภาคส่วนต่างๆ เพื่อ
  2. ผลักดันให้มีการกำหนด "ยุทธศาสตร์อาหารปลอดภัยระดับพื้นที่อย่างครบวงจร" ตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ ท้องถิ่น จนถึงชุมชน และสร้างกลไกการดำเนินงานร่วมกันของรัฐและเครือข่ายประชาคม หน่วยงาน สถาบันวิชาการที่เกี่ยวข้องครบวงจรในพื้นที่ นับตั้งแต่สนับสนุนการผลิต แปรรูป การบริโภคอย่างยั่งยืน สร้างระบบตลาดระดับชุมชน และจะสนับสนุนให้เกิดการรวมกลุ่มและพัฒนาองค์กรภาคประชาชนให้มีความเข้มแข็ง เพื่อมีส่วนร่วมในระบบอาหารปลอดภัย ตลอดจนรณรงค์ผลักดันให้เกิดกฏหมาย และนโยบายที่นำไปสู่การปฎิบัติได้อย่างแท้จริง
  3. สนับสนุนให้เกิดการจัดการความรู้ในระบบเกษตรและอาหาร เกิดการไหลเวียนของข้อมูลความรู้ที่ถูกต้อง ทันสมัย นับแต่การเรียนรู้หลักการ ระบบคิด วิธีการและเทคนิคเรื่องระบบเกษตรกรรมที่ยั่งยืน จนถึงการเป็นผู้ผลิต แปรรูป จำหน่าย บริโภคที่ดีผ่านระบบการศึกษาทั้งในและนอกโรงเรียน และมีระบบการสื่อสารเพื่อสร้างการเรียนรู้ต่อสาธารณะ
  4. พัฒนาข้อบังคับเกี่ยวกับระบบและกระบวนการควบคุมสารเคมีทางการเกษตรให้ได้มาตรฐานเช่นเดียวกับนานาอารยประเทศ ภายใต้หลักการมีส่วนร่วม สิทธิการเข้าถึงข้อมูล และหลักธรรมมาภิบาล ด้วยการกำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ "การมีส่วนร่วมของประชาชน" ในทุกขั้นตอนอย่างชัดเจน รวมทั้งร่วมผลักดันให้เกิดการยึดถือและปฎิบัติตามข้อบังคับดังกล่าวอย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพ
  5. พัฒนาระบบและกระบวนการเพื่อการยกเลิกการโฆษณาสารเคมีการเกษตรทางสื่อสารมวลชนและพัฒนามาตรการควบคุมระบบการส่งเสริมการขาย เช่นเดียวกับสินค้าที่เป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพอื่นๆ โดยพัฒนาให้เกิดข้อบังคับทางกฎหมายและให้มีกลไกกำกับดูแลอย่างจริงจังและอย่างมีส่วนร่วม
  6. ส่งเสริมการคิดค้นและพัฒนาระบบและมาตรการทางเลือกด้านต่างๆ ทั้งระบบการเกษตร ระบบการตลาด ระบบอาหาร ฯลฯ ทั้งในด้านองค์ความรู้ การดำเนินการในภาคปฎิบัติการ ตลอดจนการสื่อสารเผยแพร่ในวงกว้าง
  7. ร่วมกันผลักดันให้เกิดกลไกทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่นเพื่อประสานและผลักดัน "ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน" ที่ไม่ใช้สารเคมีและเน้นการพึ่งพาตนเอง โดยเป็นกลไกกำหนดยุทธศาสตร์แพร่ขยายระบบเกษตรยั่งยืน รวมทั้งการวิจัยและพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนทุกรูปแบบ เพื่อตอบสนองระบบอาหารปลอดภัย และสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศ สมัชชาสุขภาพจังหวัดสงขลาเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่ร่วมประกาศเจตนารมณ์ดังกล่าว และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ได้ร่วมกันวางไว้ ในปี 2548 คณะทำงานสมัชชาสุขภาพจังหวัด ได้มีแนวคิดที่จะจัดเวทีสมัชชาสุขภาพในพื้นที่ โดยอาศัยแนวทางตามคำประกาศเจตนารมณ์ดังกล่าว ร่วมกันผลักดันกลไกในพื้นที่เพื่อให้เกิด "รูปธรรม" ของการดำเนินการ

4.2 สถานการณ์เกษตรที่เอื้อเพื่อสุขภาพในพื้นที่ ผลจากการจัดสมัชชาสุขภาพจังหวัดสงขลา ประจำปี พ.ศ. 2547 มีการระดมปัญหาและสถานการณ์ในพื้นที่ พบว่าในโซนบก มีกิจกรรมรวมกลุ่มแปรรูปซีอิ้ว ทำน้ำบูดู ที่ทำมาจากน้ำปลาใสนำมาปรุงโดยใช้สมุนไพร สร้างจิตสำนึกให้ภูมิใจในอาหารไทยปักษ์ใต้ เช่น ข้าวยำ ขนมจีน มีกิจกรรมหมักจุลินทรีย์ในซังข้าว เพื่อให้เกิดเป็นปุ๋ย รณรงค์ให้ปรับลดการใช้สารเคมี โซนเหนือ อ.นาทวี มีปัญหาน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม แต่บางชุมชนก็สามารถจัดการน้ำเสียได้ เช่น สหกรณ์กองทุนสวนยางท่าแมงลัก บ้านนาปรัง ชุมชนในพื้นที่ ต.คลองกวาง สร้างมาตรฐานบ้านสะอาด สวนยางไม่ใช้สารเคมี สามารถนำผักที่ขึ้นเองมาทาน จนชุมชนได้รางวัลจากทางจังหวัดสงขลา
บ้านนาหว้า อ.จะนะ มีการทำเกษตรบนควน ในนา ใช้ยาฆ่าแมลง เมื่อฝนตกเกิดการชะล้าง น้ำซึมลงไปในบ่อ ชุมชนจำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อเพิ่มผลผลิต อ.เทพา มีกะปิปลอดสารพิษ เน้นความสะอาด เป็นอาชีพดั้งเดิมของชุมชน ปัจจุบันมีหน่วยงานของรัฐเข้าไปสนับสนุน จนเป็นสินค้าห้าดาวของบ้านพระพุทธ โซนเมือง อ.คลองหอยโข่ง มีการบุกรุกป่าต้นน้ำผาดำ แผ้วทางทำลายป่าเพื่อทำสวนยาง ขณะเดียวกันก็ทำโรงจักรผลิตยางแผ่น ทำให้น้ำเสียไหลงลงมาปนเปื้อนกับน้ำในคลองอู่ตะเภา
โซนตก ต.บางเหรียง อ.ควนเนียง มีการปลูกผักมานาน เป็นแหล่งปลูกผักที่สำคัญของภาคใต้ โดยตำบลบางเหรียงมีพื้นที่ทำการเกษตรทั้งสิ้น 22,665 ไร่ (สำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 8,2539) เกษตรกรที่ปลูกผักมีทั้งคนในพื้นที่และนอกพื้นที่ แต่ปัจจุบันนายทุนต่างถิ่นเข้ามาเช่าพื้นที่ปลูก มีการใช้สารเคมี โดยนิยมใช้สารกำจัดศัตรูพืชกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต ประมาณกันว่าประชาชนที่ได้รับสัมผัสการเคมีดังกล่าวมีจำนวนถึง 250 ครัวเรือน หรือมากกว่า 6000 คน สำหรับชาวบ้านในท้องถิ่นที่ปลูกทานเอง มีเนื้อที่คนละ 2-3 ไร่ จะไม่ใช้สารเคมี  แต่ก็มีปัญหาในการทำธุรกิจมีการแข่งขัน การปลูกไม่ใช้สารเคมีเลยให้ผลผลิตน้อย อย่างไรก็ตาม ผลจากการทำสมัชชา ภาครัฐได้มีการสนับสนุนให้แนวคิด อาหารปลอดภัย (Food Safety) ให้เป็นวาระแห่งชาติ  ในปี 2547  มีแนวคิดหรือหลักการสำคัญทางรัฐบาลว่าอาหารที่บริโภคต้องปราศจากเชื้อโรค ปราศจากการปนเปื้อนรวมทั้งสารเคมี  ต้องมีระบบการดูแล ควบคุม ตรวจสอบ คุณภาพความปลอดภัยอาหารที่ผลิตทุกขั้นตอน  โดยใช้คำว่าตลอดห่วงโซ่อาหาร(FOOD Chain)  ตั้งแต่วัตถุดิบ การเพาะปลูก เพาะเลี้ยง การผลิต การแปรรูป การจัดจำหน่ายจนถึงผู้บริโภค  ใช้คำว่า จากฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร หรือจากฟาร์มสู่ช้อน  จึงต้องมีทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง  ในระดับประเทศกำหนดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบ 2 กระทรวง คือ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  กระทรวงเกษตรฯ ดูแลในเรื่องวัตถุดิบ การเพาะปลูก เพาะเลี้ยง  มีการประชุมร่วมกันใน ครม. ได้มีการแบ่งภาระหน้าที่ระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงสาธารณสุข  มีมติในเรื่องของ Food  safety  ให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นเลขานุการระดับจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดต้องรับภารกิจเพื่อบูรณาการแผนทั้งจังหวัด  สำหรับจังหวัดสงขลา  สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลาได้ทำโครงการ Food safety  โดยได้มีการตั้งคณะกรรมการ และได้มีการประชุมไปแล้ว  จากกรรมการในระดับจังหวัดจะมีกรรมการชุดใหญ่เป็นกรรมการอำนวยการ  ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และมีรองผู้ว่าฯ เป็นรองประธาน นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเป็นเลขานุการ  โดยในระดับอำเภอต้องไปตั้งคณะกรรมการรูปแบบคล้ายกับคณะกรรมการที่จังหวัดตั้ง แต่เป็นคณะกรรมการระดับอำเภอ  โดยสาธารณสุขอำเภอเป็นเลขานุการเหมือนกัน  เป็นโอกาสอันดีที่จะเป็นปัจจัยเสริมช่วยให้การขับเคลื่อนเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
การพัฒนากลไกการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพในพื้นที่ก็ได้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เช่น ค้นหาตลาดเกษตรปลอดสารพิษ ร่วมกันพัฒนาระบบกลั่นกรองมาตรฐาน มีตัวอย่าง ดังเช่นที่สันติอโศกมีการดำเนินการร่วมกับเครือข่ายเกษตรกรรมวิถีธรรมของ อ. ภานุ พิทักษ์เผ่า  ในส่วนของ อ.นาทวี ขณะนี้ได้มีโครงการจะจัดตลาดเกษตรปลอดสารพิษโดยใช้ชื่อโครงการว่า  อาหารดีปลอดภัย มีการแบ่งพื้นที่ในตลาดส่วนหนึ่งขายสินค้าปลอดสาร และตรวจสอบอาหารที่จำหน่ายอาหารในโรงเรียน โดยทางเทศบาลร่วมมือกับชุมชน และอสม. โดยมีแนวคิดให้มี  อาสาสมัครตรวจสอบสารเคมีปนเปื้อนในผัก
เพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในพื้นที่ แนวทางจัดสมัชชาสุขภาพ จังหวัดสงขลา ประจำปี 2548 ทีมงานจังหวัดสงขลาจึงได้มีความเห็นร่วมกันว่าจะจัดกิจกรรมต่อเนื่องสานต่อคำประกาศเจตนารมณ์ดังกล่าว

5.วัตถุประสงค์ 1. ผลักดันให้มีการกำหนด "ยุทธศาสตร์อาหารปลอดภัยระดับพื้นที่อย่างครบวงจร" ตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ ท้องถิ่น จนถึงชุมชน และสร้างกลไกการดำเนินงานร่วมกันของรัฐและเครือข่ายประชาคม หน่วยงาน สถาบันวิชาการที่เกี่ยวข้องครบวงจรในพื้นที่
2. สนับสนุนให้เกิดการจัดการความรู้ในระบบเกษตรและอาหาร
3. ส่งเสริมการคิดค้นและพัฒนาระบบและมาตรการทางเลือกด้านต่างๆ ทั้งระบบการเกษตร ระบบการตลาด ระบบอาหาร ฯลฯ 4. ร่วมกันผลักดันให้เกิดกลไกทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่นเพื่อประสานและผลักดัน "ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน" ที่ไม่ใช้สารเคมีและเน้นการพึ่งพาตนเอง
5. เพื่อสร้างกิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่ายสมัชชาสุขภาพทั้ง 4 โซนของจังหวัดสงขลา

6.วิธีการ             1.  กำหนดพื้นที่เป้าหมายเป็น 4 โซนให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ได้แก่ 1. โซนบก(อ.สทิงพระ, อ.กระแสสินธ์, อ.ระโนด, อ.สิงหนคร) 2. โซนตก(อ.รัตภูมิ, อ.ควนเนียง, อ.บางกล่ำ, อ.คลองหอยโข่ง) 3. โซนเหนือ (อ.จะนะ, นาทวี, อ.เทพา, อ.สะบ้าย้อย) บริบทของพื้นที่ตามความหมายท้องถิ่น  จะประกอบไปด้วย  "ป่า  สวน  เล(ทะเล)" 4. โซนเมือง (อ.เมือง, อ.หาดใหญ่, อ.นาหม่อม, อ.สะเดา) 2. ใช้เวทีสมัชชาสุขภาพระดับโซนและระดับจังหวัดประสานความร่วมมือผู้ที่เกี่ยวข้อง กำหนด "ยุทธศาสตร์อาหารปลอดภัยระดับพื้นที่อย่างครบวงจร" ใช้เวทีสมัชชาสุขภาพประเด็น "เกษตรที่เอื้อต่อสุขภาพ" เป็นเครื่องมือในการกระตุ้นให้เกิดการทำงานเชิงบูรณาการระดับจังหวัด
3. ใช้รูปแบบเวทีกลุ่มย่อย (focus group) ร่วมกัน ค้นหารูปแบบการจัดการความรู้ในเรื่องเกษตรที่เอื้อต่อสุขภาพทั้ง 4 โซน
4. ใช้รูปแบบเวทีกลุ่มย่อย (focus group) ร่วมกัน คิดค้นและพัฒนาระบบและมาตรการทางเลือกด้านต่างๆ ทั้งระบบการเกษตร ระบบการตลาด ระบบอาหาร ฯลฯ 5. ใช้รูปแบบเวทีกลุ่มย่อย (focus group) ร่วมกัน ค้นหากลไกทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่นเพื่อประสานและผลักดัน "ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน" ที่ไม่ใช้สารเคมีและเน้นการพึ่งพาตนเอง
6. ใช้รูปแบบเวทีกลาง (focus group) ร่วมกันค้นหากลไกกลางเชื่อมโยงกิจกรรมของ 4 โซน และผลักดันให้เกิดรูปธรรมเชิงประเด็น
7. กิจกรรม 1. เวทีประสานความร่วมมือ สร้างความเข้าใจ กำหนดแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างภาคีพันธมิตร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
2. เวทีกลุ่มย่อย (focus group) 4 โซน ค้นหารูปแบบการจัดการความรู้ในเรื่องเกษตรที่เอื้อต่อสุขภาพทั้ง 4 โซน ร่วมกัน คิดค้นและพัฒนาระบบและมาตรการทางเลือกด้านต่างๆ ทั้งระบบการเกษตร ระบบการตลาด ระบบอาหาร ฯลฯ และค้นหากลไกทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่นเพื่อประสานและผลักดัน "ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน" ที่ไม่ใช้สารเคมีและเน้นการพึ่งพาตนเอง
3.  เวทีกลาง (focus group) ค้นหากลไกและการจัดการให้เกิดรูปธรรมในเชิงประเด็น 4. จัดเวทีสมัชชาสุขภาพระดับโซนและระดับจังหวัด กำหนด "ยุทธศาสตร์อาหารปลอดภัยระดับพื้นที่อย่างครบวงจร"
8. กลุ่มเป้าหมาย เกษตรกร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สื่อมวลชน หน่วยงาน องค์กร ชมรม
ที่เกี่ยวข้องในประเด็นเกษตรที่เอื้อต่อสุขภาพ

  1. ช่วงเวลาดำเนินการ
  2. ช่วงแรก เดือนเมษายน  - มิถุนายน  2548
  3. ช่วงที่สอง เดือนพฤศจิกายน -  ธันวาคม  2548

  4. งบประมาณ (เฉพาะแผน 1 - 5)   รวมทั้งสิ้น  382,000 บาท
    หมายเหตุ** ขอสนับสนุนจาก สปรส. 100,000 บาท

  5. รายละเอียดแผนงานและกิจกรรมของโครงการ แผนงาน รายละเอียดกิจกรรม 1.  ประสานความร่วมมือ กิจกรรมสร้างความเข้าใจ หาแนวทางความร่วมมือ จัดประชุมสังเคราะห์ข้อมูล สำรวจเก็บเกี่ยวผลการทำงานของแต่ละหน่วยงาน องค์กร ค้นหาแนวทางประสานความร่วมมือในการจัดสมัชชาสุขภาพจังหวัดสงขลา ประเด็นเกษตรที่เอื้อต่อสุขภาพ โดยใช้เวลา 1 วัน ผู้เข้าร่วมเป็น หน่วยงาน องค์กรต่างๆ และคณะทำงาน รวมทั้งสิ้น 35 คน 2.  เวทีกลุ่มย่อย (focus group) 4 โซน กิจกรรมที่ 1 สร้างความเข้าใจ ค้นหาประเด็นความสนใจในเรื่องเกษตรที่เอื้อต่อสุขภาพในระดับโซนทั้ง 4 โซน (โซนละ 1 ครั้ง) โดยคณะทำงานระดับโซน 10 คน
    กิจกรรมที่ 2 เวทีย่อย (focus group) 2.1 ค้นหารูปแบบการจัดการความรู้ในเรื่องเกษตรที่เอื้อต่อสุขภาพ 2.2 คิดค้นและพัฒนาระบบและมาตรการทางเลือกด้านต่างๆ ทั้งระบบการเกษตร ระบบการตลาด ระบบอาหาร ฯลฯ
    2.3 ค้นหากลไกทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่นเพื่อประสานและผลักดัน "ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน" ที่ไม่ใช้สารเคมีและเน้นการพึ่งพาตนเอง
    โซนละ 4 ครั้ง ผู้เข้าร่วมครั้งละ 15-20 คน

  6. เวทีกลาง (focus group) เชิงประเด็น กิจกรรมค้นหารูปธรรมเชิงประเด็น ต่อยอดจากเวทีสังเคราะห์ข้อมูล ค้นหากลไกและรูปธรรมการจัดการเชิงประเด็น อย่างน้อย 5 ประเด็น ผู้เข้าร่วมคือผู้ที่เกี่ยวข้องในแต่ละประเด็นครั้งละ 20 คน แผนงาน รายละเอียดกิจกรรม
  7. เวทีสมัชชาระดับโซน ร่วมกันกำหนด "ยุทธศาสตร์อาหารปลอดภัยระดับพื้นที่อย่างครบวงจร" นำผู้เข้าร่วมจากเวทีสมัชชาย่อยมาสรุปและประเมินผลที่ได้จากการทำกิจกรรม โซนละ 1 ครั้ง ผู้เข้าร่วมโซนละ 60 คน
  8. เวทีสมัชชาระดับชาติ กิจกรรมสรุปและประเมินผล  เวทีหาข้อสรุปจากกิจกรรมสมัชชาระดับโซน เพื่อนำไปเสนอในเวทีสมัชชาระดับชาติ ผู้เข้าร่วมเป็นหน่วยงาน องค์กรร่วมจัด คณะทำงาน ตัวแทนระดับโซน รวมทั้งสิ้น 35 คน
  9. เวทีสมัชชาระดับจังหวัด กิจกรรมขยายผลและเสนอในเชิงนโยบาย "ยุทธศาสตร์อาหารปลอดภัยระดับพื้นที่อย่างครบวงจร" เสนอผลการจัดสมัชชาระดับโซนในเวทีสมัชชาจังหวัด ผู้เข้าร่วม 1000 คน

Relate topics

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว