'หมอยาชุมชน'ปฏิรูปร้านขายยาบริการสุขภาพคู่'แพทย์แผนไทย'
"ชุมชนตรงนี้ยังไม่มีร้านขายยาอยู่ เมื่อมีคนป่วยขึ้นมา ก็ต้องเข้าไปหาหมอในเมือง ทำให้เสียเวลาในการเดินทางและได้รับ ความรู้ข่าวสารไม่เพียงพอที่จะมาดูแลรักษาตนเอง และ
ร้านที่เปิดไม่ได้มองแค่การให้ความรู้แค่ยาแผนปัจจุบันอย่างเดียว แต่ทางร้านจะผสมผสานยาแผนปัจจุบันกับแพทย์แผนไทยเข้าด้วยกัน"
นางจามรี ไตรจันทร์ เภสัชกร 7 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา เปิดถึงแนวคิดและที่มาของการเปิดร้านขายยาภายใต้ชื่อ "หมอยาชุมชน" บนถนนลพบุรีราเมศวร์ ใกล้อาคารสุโขทัยปิโตรเลียม ก่อนถึงห้างบิ๊กซี สาขาหาดใหญ่ และว่า
ร้านยาทั่วไปที่เปิดโดยส่วนใหญ่ รูปแบบของร้านยาจะมองในเรื่องของธุรกิจเป็นหลัก ส่งผลให้ผู้มาใช้บริการจากร้านยา ได้รับข่าวสารความรู้จากไปน้อยมาก ขณะเดียวกันตนเองก็มีความรู้เรื่องแพทย์แผนไทยเป็นอย่างดี เพราะว่าได้รับผิดชอบด้าน การแพทย์แผนไทยของระดับจังหวัดอยู่แล้วด้วย
นางจามรีมองว่า การใช้ยาอย่างเดียวไม่สามารทำให้หายได้ แต่สามารถป้องกันตนเองจากการเจ็บป่วยได้ด้วยสมุนไพร หรือผักพื้นบ้านที่มีอยู่มาช่วยคู่กัน ที่มองว่าต้องใช้คู่กันระหว่างยาแผนปัจจุบันกับยาแผนโบราณ เห็นได้จากในปัจจุบันนี้ ที่รัฐเน้นการป้องกันมากกว่าการรักษา ซึ่งการเปิดร้านตรงนี้ได้เน้นการส่งเสริมการป้องกันด้วย
ทั้งนี้ในส่วนของการให้การส่งเสริมนั้น ทางร้านยาสามารถมีบทบาทตรงนี้ได้ด้วยการให้ข้อมูลข่าวสาร การให้ความรู้ การตรวจร่างกายพื้นฐานเบื้องต้น เช่น ชั่งน้ำหนัก วัดความดัน ซึ่งจะมีส่วนช่วยเหลือคนในชุมชนตรงที่ทำให้เขารู้ว่า พื้ นฐานร่างกายของเขาตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง
"อย่างตอนที่เปิดร้าน เราจะให้มีการบริการตรวจความดันฟรี ซึ่งตรงนี้มีคนในชุมชนให้การสนใจเข้ามาตรวจมากมาย และจากการตรวจวัดทำให้ทราบว่า มีคนจำนวนมากที่มีความดันขึ้น และเราก็ได้มีบทบาทในการช่วยให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องให้เขาได้ เช่น ให้มีการออกกำลังกาย การควบคุมอาหาร" นางจามรี กล่าวและว่า
การตั้งชื้อร้านคำว่า หมอยา ก็หมายถึงเภสัช คำว่า ชุมชน คือจะเน้นคนที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมือง จะเน้นชุมชนตามชานเมือง ที่เขาสามารถมาได้ถึง ซึ่งกลุ่มเป้าหมายของร้านหมอยาชุมชนคือประชาชนในเขตชานเมืองหาดใหญ่ รวมถึงตำบลคลองแห คูเต่า ตลอดจนท่าช้างและบางกล่ำ ประมาณ 3,000 ครัวเรือน
โดยทางร้านจะให้ข้อมูลข่าวสารแก่คนในพื้นที่ โดยเน้นในเรื่องการส่งเสริมการป้องกันมากกว่าการรักษา และอนาคตอาจจะมีทีมสาธารณสุขลงพื้นที่ไปให้ความรู้ และการให้การตรวจเบื้องต้น มีการคำนวนดัชนีมวลกาย และให้คำแนะนำที่ถูกต้องในการปฏิบัติตัว ทั้งการควบคุมน้ำหนัก การควบคุมความดัน
ในส่วนของการจัดร้านนั้น ภายในร้านจะจำหน่ายยาแผนปัจจุบันควบคู่กับยาแผนโบราณ ส่วนหลังร้านนั้นจะทำเป็นสวนสมุนไพรและมีการเขียนป้ายบอกสรรพคุณเอาไว้ด้วย
เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ที่เข้ามาใช้บริการ และอาจจะทำรั้ว ด้วยสมุนไพรที่กินได้ ซึ่งตรงนี้คนอื่นๆ ก็สามารถนำไปทำได้ ซึ่งคิดไว้ว่า จะทำให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ของชุมชน
ข้อดีของยาแผนโบราณ คือเป็นภูมิปัญญาที่มีอยู่แล้วและเป็นสิ่งที่ควรสืบทอด เพราะว่าในปัจจุบันนี้ก็มีการสนับสนุนการใช้ยาแผนโบราณมากยิ่งขึ้น เนื่องจากอันตรายที่จะเกิดระ
หว่างการใช้ยาแผนโบราณมีน้อยกว่าการใช้ยาแผนปัจจุบัน
ต่อข้อถามที่ว่า การจำหน่ายคู่กันระหว่างยาแผนปัจจุบันกับยาแผนโบราณนั้นจะส่งผลกระทบต่อยอดการจำหน่ายยาแผนปัจจุบันที่เป็นรายได้หลักของร้านนั้น นางจามรี บอกว่าไม่ได้กังวลในเรื่องนี้ เนื่องจากว่า เป้าหมายการเปิดร้านหมอยาชุมชนนั้น ไม่ได้เน้นตรงที่ยอดจำหน่ายยาแผนปัจจุบัน แต่ต้องการจะให้การช่วยเหลือคนในชุมชน ทั้งด้านการให้ความรู้และการป้องกันตนเองจากโรคที่กำลังจะเกิด และการใช้ยาทั้งสองอย่างคู่กันจะ
ทำให้เขาสามารถดูแลตนเองได้มากขึ้น ดังจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันนี้มีหลายหน่วยงาน ที่ให้ความสำคัญต่อการใช้สมุนไพร ซึ่งในการทำร้านแบบนี้ยังไม่มีใครทำ
ซึ่งสิ่งที่เห็นจากการเปิดร้าน 3-4 วันแรก พบว่า คนในชุมชน 60-70% ไม่ค่อยไปรับการบริการจากโรงพยาบาลในเมือง เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องเวลา และเม่ือ่ไปแล้วก็ต้องรอนานกว่าที่จะได้รับการบริการ ทำให้เขาไม่ได้ดูแลตัวเองหรือป้องกันตนเองจากโรคภัยไข้เจ็บ
โดย Focus Team
Relate topics
- 28 มกราคม 55 - เปิดตลาดนัดสุขภาพสายใยชุมชน
- ผลวิจัยคุณภาพชีวิตรอบโรงงานเปรียบเทียบในจะนะ
- ชวนลูก จูงหลาน ขี่รถ แลเขาคูหา
- ชวนชาวสงขลาร่วมช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยคาบสมุทรสทิงพระ
- สมัชชาสุขภาพกับการพัฒนาประเทศ
- ห้องเรียนท้องนาจะเปิดเรียนแล้วนะ
- 19 ส.ค. 53 13.30-15.30 น. ถ่ายทอดสดคลินิกทางไกล จากศูนย์เรียนรู้ สจรส. มอ.
- ขอเชิญร่วมโครงการเดินเพื่อสันติปัตตานี
- รางวัลสนับสนุนชุมฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่า
- รวมน้ำใจเพื่อช่วยสร้างอาคารใหม่ "มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” เหยื่อป่วนเผาเมือง
ท (Not Member)
กิ๊ฟ (Not Member)