สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

ค้นหาทางรอดประเทศ พลิกวิกฤต'อาหาร-พลังงาน'เป็นโอกาสสร้าง'ยุคทอง'เกษตร

by kai @2 มิ.ย. 51 21:37 ( IP : 222...108 ) | Tags : ข่าวสุขภาพประจำวัน

วันจันทร์ที่ 2 เดือนมิถุนายน พศ. 2551

เวทีปาฐกถา 'ทางเลือกสุดท้ายทางรอดประเทศ' 'เลี้ยบ' หนุนพลิกวิกฤตพลังงานเป็นโอกาสของไทย 'อำพน' แนะเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของโลกสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อปรับสมดุลให้เกิดขึ้นในภาคเกษตรให้เป็นยุคทอง


ที่โรงแรมดุสิตธานี เมื่อเวลา 9.30 น. นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาหัวข้อ 'ยุทธศาสตร์ประเทศไทยในภาวะวิกฤตการณ์อาหารโลก' ในงานสัมมนา 'เปิดเวทีทางเลือกสุดท้ายทางรอดของประเทศ' จัดโดยบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ว่า ตอนนี้เราอยู่ในสถานการณ์ที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับทุกคนในโลก ซึ่งสามารถบอกได้ยากว่าอนาคตต่อไปจะเป็นอย่างไร โดยหลายสิ่งที่เคยคิดไว้ในอดีต อาจต้องถูกทิ้งไป แล้วหันมาเผชิญกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป วิกฤตการณ์ด้านอาหารถือเป็นปัญหาของโลกที่รุนแรง ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง โดยสำหรับประเทศไทย เรามีหน้าที่ทำวิกฤตนี้ให้เป็นโอกาส โดยเฉพาะสำหรับคนที่ยากจน ในวันนี้จะขอพูดถึงประเด็นสำคัญ 2 ประการ คือ 1.วิกฤตการณ์ด้านอาหารและพลังงาน และ 2.สาเหตุที่นำไปสู่วิกฤตนั้น นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า ราคาน้ำมันโลกแพงขึ้นอย่างน่าตกใจ ทำให้ราคาน้ำมันขายปลีกภายในประเทศสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งมีผลทำให้ราคาสินค้าประเภทอื่นสูงขึ้นตาม โดยเฉพาะสินค้าเกษตร เช่น ข้าวของไทยที่มีราคาสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ซึ่งมีราคาสูงกว่าราคาข้าวของสหรัฐฯ ทำให้ผู้ส่งออกข้าวหยุดทำการส่งออก ประกอบกับการที่ประเทศกำลังพัฒนามีอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นเป็น 8.5 - 9 % ทำให้เอดีบีวิเคราะห์ว่า วิกฤตการณ์ด้านอาหารจะทำให้สภาพเศรษฐกิจของประเทศในเอเชียตกต่ำลง และค่าครองชีพของประชาชนสูงขึ้น มีคนจนมากขึ้นเป็น 1,000 ล้านคน

'แต่วิกฤตการณ์อาหารทำให้เกษตรกรไทยได้ประโยชน์ แต่คนจนในเมืองได้รับผลกระทบ รายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้นถึง 27 % ทำให้คุณภาพชีวิตของเกษตรกรที่คุณภาพที่ดีขึ้น แต่คนในเมืองต้องเสียรายจ่ายค่าอาหารเพิ่มขึ้นถึง 43 %' นพ.สุรพงษ์ กล่าว

นพ.สุรพงษ์ กล่าวถึงสาเหตุที่นำไปสู่วิกฤตว่า เกิดจากความต้องการอาหารของโลกที่มากขึ้น เช่น การที่มีประเทศเศรษฐกิจมากขึ้น เช่น จีนและอินเดีย ทำให้ประชากรโลกทานมากขึ้น โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ ส่งผลให้มีความต้องการซื้อธัญพืชเพื่อเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้น โดยหากจะได้เนื้อวัว 1 กิโลกรัมต้องใช้ธัญพืชเลี้ยงถึง 7 กิโลกรัม ประกอบกับการที่คนหันไปใช้พลังงานทางเลือกมาขึ้น ทำให้วัตถุดิบที่ใช้ผลิตพลังงานทางเลือกแพงขึ้น เช่น น้ำตาล หรือข้าวโพด และส่งผลให้เกษตรกรในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และบราซิล ปลูกพืชอาหารลดลง แต่หันมาปลูกพืชเพื่อผลิตพลังงานทดแทนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังไม่มีปัญหาเรื่องนี้แต่อย่างใด

'การที่โลกมีสภาวะอากาศที่แปรปรวน ทำให้ประเทศต่างๆ ประสบปัญหาในการเพาะปลูกและสินค้าเกษตรเสียหาย ซึ่งเราได้หยุดพัฒนาการผลิตทางการเมืองเกษตรมาช่วงใหญ่แล้ว ราคาปุ๋ยก็แพงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และยังมีปัจจัยด้านจิตวิทยา ที่เมื่อสินค้ามีราคาแพงขึ้น ก็จะเกิดการกักตุนมากขึ้น ราคาก็สูงขึ้น' นพ.สุรพงษ์ กล่าว

นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า รัฐบาลจะรับมือกับวิกฤตดังกล่าว โดยสำหรับเกษตรกรหรือผู้ผลิต ควรได้รับราคาจากผลผลิตที่มากขึ้น รัฐบาลจึงไม่จำกัดการส่งออก เพราะไม่ต้องการบิดเบือนราคาตลาด นอกจากนี้ จะช่วยเหลือด้านต้นทุนการผลิตผ่านทางธกส. และเพิ่มพื้นที่การเพาะปลูก รวมทั้งรัฐบาลจะสนับสนุนทำการวิจัยของภาครัฐและเอกชน โดยจะผลักดันให้การวิจัยทางการเกษตรให้สามารถเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้มากขึ้น ส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูล พัฒนาการแปรรูปผลผลิต และร่วมมือกับประเทศผู้ผลิตเกษตรอื่นๆ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และการค้า

'ส่วนการช่วยเหลือผู้บริโภคทั่วไปนั้น มีแนวคิดให้ข้าราชการมีผลตอบแทนที่มากขึ้น เพิ่มรายได้ประชาชน ส่งเสริมให้ผู้ที่มีรายได้น้อยสามารถประกอบอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ ปรับราคาค่าโดยสารและเพิ่มคุณภาพรถร่วมขสมก. สนับสนุนให้ประหยัดพลังงาน และจูงใจให้ใช้ก๊าซเอ็นจีวี ส่งเสริมการนำเข้ารถยนต์อี 85 ร่วมทั้งการสร้างรถไฟฟ้า' นพ.สุรพงษ์ กล่าว

นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาและเศรษฐกิจแห่งชาติ ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "ยุคทองของเกษตรไทยจริงหรือ " ว่า ยุคทองของภาคเกษตรคือการชี้ให้เห็นถึงความสมดุลของผู้ที่รับประโยชน์ว่าโอกาสนั้นจเกิดขึ้นได้หรือไม่ต้องอยู่ที่การเข้าใจและการปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกว่ามีภูมิคุ้มกันหรือไม่ สถานการณ์ของโลกเริ่มเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ย่างเข้าสู่ปีค.ศ. 1990 มีการเริ่มเข้าสู่การประชุมของ WTO ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญหลายอย่างโดยเฉพาะเรื่องสนธิสัญญาการลงนามต่างๆ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมการค้า ด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อแก้สถานการณ์โลก

"วิกฤตการขาดแคลนอาหารโลกเริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 2001 ในยุคที่สหรัฐถูกท้าทายอำนาจเช่นเหตุการณ์ ตึกเวิลด์เทรดถล่ม (11 กันยายน) สหรัฐถูกตั้งฉายา ตำรวจโลกเมื่อถูกท้าทายจึงต้องแสดงพลังออกมาคือการทำสงคราม และในยุคนั้นเองที่ทำให้สหรัฐเริ่มขาดดุลแฝดที่มีตัวเลขสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ตามมาคือการขาดแคลนน้ำมันทำให้เกิดการเก็งกำไรเพิ่มขึ้นความต้องการพลังงานก็เพิ่มขึ้น ดังนั้นปัญหาพลังงานที่เป็นต้นทุนของคนทั้งโลกเมื่อสหรัฐทุกข์คนทั้งโลกก็ทุกข์นี่คือคำตอบของการขาดทุนแฝด "

นายอำพน กล่าวอีกว่า การเปลี่ยนแปลงของโลกในส่วนของภัยธรรมชาติเกี่ยวข้องกับยุคทองของเกษตรกรไทยอย่างไร เมื่อโครงสร้างเปลี่ยนประเทศไทยไปตกลงยอมรับกฎเกณฑ์ของโลกในการเปิดการค้าเสรีแต่ประเทศไทยยังไม่มีภูมิคุ้มกันพอที่จะรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เมื่อสินค้าที่เกี่ยวข้องกับพลังงานมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ราคาข้าวกับราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น 30-40 % แต่เมื่อลงมาดูรายได้ภาคเกษตรที่แบ่งเป็นเกษตรรายย่อยกับรายใหญ่ เมื่อมาวิเคราะห์ดูแล้วจะพบว่ายุคทองยังไม่เกิดขึ้นชัดเจนเพราะว่า รายได้ส่วนใหญ่ไปตกอยู่ที่เกษตรกรรายใหญ่และเกษตรกรที่มีความพร้อม

"หากจะให้เกิดเป็นยุคทองของเกษตรจะต้องทีการสร้างสมดุลของรายได้และการใช้ประโยชน์ของทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งจะต้องมีความเข้าใจธรรมชาติที่เกิดขึ้น เพราะเกษตรกรไทยยังมัปัญหาเรื่องน้ำการขาดแคลนน้ำเป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกษตรซึ่งเป็นความเสี่ยงหลักของเกษตรกรรายย่อยที่มี้นทุนต่ำอีกทั้งเจอกับภาวะความเสี่ยงของตลาดที่สู้เกษตรกรรายใหญ่ไม่ได้ทำให้ตรงนี้ขาดความสมดุล"

นายอำพน กล่าวอีกว่า การปลูกข้าวในปัจจุบันจะพบว่าเกษตรกรพึ่งพลังงานมากขึ้นเมื่อเทียบกับในสมัยอดีตที่พึ่งพลังงานแค่ 11% ทำให้ระบบเกษตรของไทยขาดความมั่นคงดังนั้นแม้ราคาสินค้าเกษตรจะเพิ่มขึ้นแต่ไม่ใช่ยุคทองแบบเจิดจ้าประเทศไทยต้องปรับโครงสร้างให้ประเทศอยู่ได้ภายใต้เศรษฐกิจพอเพียงตามทฤษฎีของในหลวง ต้องเข้าใจในความเสี่ยงในการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของโลก

"เกษตรไทยต้องมัภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงเพื่อความเป็นยุคทองสำหรับแผ่นดินไทยที่มีค่าและอยู่คู่กับประเทศไทยตลอดไป"

ที่มา : เว็บมติชน

Relate topics

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว