ไวรัสไข้หวัดมีกว่า 200 ชนิด ต้นเหตุเด็กเล็กไป ร.ร.ป่วยบ่อย
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 พฤษภาคม 2548 16:06 น.
แพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดี ไขข้อข้องใจเด็กเล็กเป็นหวัดบ่อยเมื่อไปโรงเรียน เพราะมีไวรัสหวัดกว่า 200 ชนิด บางคนเป็นไข้หวัด 3-4 เดือน จึงได้รับเชื้อครบทุกชนิด หลังจากนั้นไม่ป่วยเมื่อรับเชื้อชนิดเดิมเพราะร่างกายสร้างภูมิต้านได้ แนะวิธีดูแลเมื่อลูกเป็นไข้หวัด ถ้าน้ำมูกใส ตัวร้อนไม่เกิน 4 วัน ให้จิบน้ำผึ้งผสมมะนาวและกินยาลดไข้ หากไข้สูงเกิน 4 วันน้ำมูกเขียว เหลือง ควรให้ยาปฏิชีวนะ
รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ แพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การที่เด็กเล็กเป็นหวัดบ่อยเมื่อเข้าโรงเรียน เป็นเพราะเด็กเล็กขาดภูมิต้านทานต่อเชื้อไวรัสที่ทำให้เป็นหวัด ซึ่งมีกว่า 200 ชนิด โดยเมื่อเด็กเป็นหวัดครั้งหนึ่งจะมีภูมิต้านทานต่อเชื้อวไรัสที่ทำให้เป็นไข้หวัด และจะไม่เป็นซ้ำจากเชื้อไวรัสชนิดนั้นอีก แต่เมื่อติดเชื้อไวรัสชนิดใหม่ ซึ่งร่างกายไม่มีภูมิต้านทานก็จะเป็นไข้หวัดครั้งใหม่ได้อีก
"ตอนยังไม่เข้าโรงเรียน เด็กไม่ค่อยได้สัมผัสใกล้ชิดกับคนมากนัก นานๆ จึงจะติดเชื้อไวรัสไข้หวัดสักที แต่เมื่อเข้าโรงเรียน ในห้องเรียนมีเด็ก 20-30 คน แต่ละคนอาจมีเชื้อไวรัสไข้หวัดคนละชนิด รวมๆ กันแล้วในห้องนั้นอาจมีเชื้อไวรัสที่ไม่ซ้ำกันถึง 10-20 ชนิดก็ได้ กว่าเด็ก 1 คนจะหมุนเวียนรับเชื้อไข้หวัดที่ไม่ซ้ำกันจนครบ อาจกินเวลา 3-4 เดือน หรือตลอดทั้งเทอม เด็กเล็กจึงผลัดกันเป็นไข้หวัดบ่อยๆ เมื่อรับเชื้อจนครบ ร่างกายจะมีภูมิต้านต่อไวรัสครบทุกตัวที่มีอยู่ในชั้นเรียนนั้น เด็กจะห่างจากการเป็นไข้หวัด" รศ.นพ.สุรเกียรติกล่าว
รศ.นพ.สุรเกียรติ กล่าวว่า เมื่อพ่อแม่เข้าใจข้อมูลตรงนี้จะได้ไม่วิตกกังวลเกินไป สามารถทำใจยอมรับได้ว่าเด็กหลีกเลี่ยงจากไข้หวัดยาก เพราะเด็กๆ เล่นคลุกคลีใกล้ชิดกัน ดังนั้นเมื่อลูกเป็นไข้หวัดมีไข้ไม่เกิน 4 วัน น้ำมูกใส ถือว่าเป็นไข้หวัดจากเชื้อไวรัส ไม่มียารักษาโดยเฉพาะ แต่เมื่อร่างกายสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาจะหายเอง ตนแนะนำให้ยาลดไข้เพียงอย่างเดียว ให้จิบน้ำผึ้งผสมมะนาวเมื่อมีอาการไอ หรือเบื่ออาหาร เด็กจะฟื้นความแข็งแรง กินนม กินข้าวได้ น้ำหนักขึ้น เมื่อร่างกายมีภูมิต้านทานโรคดี อาการเจ็บป่วยจะหายไป โดยสัดส่วนของน้ำผึ้งผสมมะนาว คือ น้ำผึ้ง 1 ส่วน น้ำมะนาว 1 ส่วน และน้ำสุก 4 ส่วน
ส่วนยาปฏิชีวะมีประโยชน์สำหรับเด็กที่ติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน โดยสังเกตจากอาการ คือ มีไข้ ตัวร้อนทุกวันติดต่อกันเกิน 4 วัน มีน้ำมูกข้นเหลืองหรือเขียวเกิน 24 ชั่วโมง ไอมีเสมหะข้นเหลืองหรือเขียว อาจเป็นหลอดลมอักเสบ มีอาการปวดหู หูอื้อ อาจมีหูชั้นกลางอักเสบ มีการหายใจเร็วกว่าปกติ คือ เด็กอายุ 0-2 เดือน หายใจเกิน 60 ครั้งต่อนาที เด็กอายุ 2 เดือน ถึง 1 ขวบ หายใจเกิน 50 ครั้งต่อนาที เด็กอายุ 1-5 ขวบ หายใจเกิน 40 ครั้งต่อนาที หากให้ยาปฏิชีวนะแล้วไม่หาย ควรนำลูกไปพบแพทย์
Relate topics
- การแยกขยะ มาตรวัดกึ๋นท้องถิ่นบ้านเรา/คอลัมน์...ได้อย่าง ไม่เสียอย่าง
- 'บุหรี่' เลิกไม่ยาก
- "ใช้เน็ตแบบปลอดภัย" โดย Security-in-a-Box
- เหตุผลที่พลังงานนิวเคลียร์ไม่ใช่ทางเลือกที่ยั่งยืน
- ขนมบรรจุซอง ภัยร้ายใกล้ตัวเด็ก
- ปากคำ"แพทย์"เหยื่อพริตตี้ กลยุทธ์ขายยาล้ำ"จริยธรรม"
- เปิดโลกการอ่าน ตอนโลกการ์ตูน
- ระวัง ‘พริกน้ำปลา’ ภัยร้ายผู้สูงวัย มีโซเดียมเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนด
- กระบวนการสอนสร้างอนาคตร่วมกัน - Future Search Conference (F.S.C.)
- เด็กไทยเห็นแก่ตัว “ให้” ไม่เป็น