สูบบุหรี่-เล่นคอมพ์ ต้นเหตุปวดหลังแซงฝรั่งเท่าตัว
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 30 พฤษภาคม 2548 09:24 น.
อาการปวดหลัง เป็นปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะวัยรุ่นที่กำลังเจริญเติบโต ผู้ที่มีอาการปวดหลังตั้งแต่ในวัยเด็กมีแนวโน้มจะมีอาการรุนแรงมากขึ้นตามวัย ซึ่งอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงหนึ่งต่อการเกิดอาการปวดหลังในผู้ใหญ่
อาการปวดหลัง ส่งผลกระทบทั้งตัวบุคคลและสังคมโดยรวมเป็นอย่างมาก เช่น ความเสียหายจากการหยุดงาน ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการรักษา ด้วยเหตุนี้โรคปวดหลังจึงเป็นปัญหา
ในอดีต อาการปวดหลังที่พบในเด็กและวัยรุ่นนั้นมีจำนวนน้อยมาก และมักจะมีพยาธิสภาพที่ชัดเจน เช่น เนื้องอก หรือภาวะติดเชื้อเป็นต้น แต่ในปัจจุบันอาการปวดหลังในเด็กและวัยรุ่นอาจสัมพันธ์กับอีกหลายปัจจัย
มีผลการศึกษาชิ้นหนึ่งน่าสนใจ ซึ่งกฤษณา บุญทา อุบล พิรุณสาร และสุวิทย์ อริยชัยกุล จากแผนกกายภาพบำบัด ภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ และภาควิชากายภาพบำบัด คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ทำการสำรวจเด็กมัธยมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งมีอายุเพียง 11-14 ปี จำนวน 1,411 คน ที่อาศัยอยู่ในเขต อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และสรุปได้ว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการปวดหลัง ได้แก่ การออกกำลังกายหรือการเล่นกีฬา อุบัติเหตุบริเวณหลัง การดูโทรทัศน์ การใช้คอมพิวเตอร์ การทำงานพิเศษ การเรียนพิเศษ การสูบบุหรี่
ทั้งนี้ จากการศึกษาพบว่า ความชุกในการปวดหลังของเด็กกลุ่มดังกล่าวมีมากถึง 44.4% ซึ่งเป็นอัตราที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับประเทศที่เคยศึกษาในกลุ่มเด็กอายุใกล้เคียงกัน เช่น การศึกษาในประเทศฟินแลนด์ที่พบ 20% อังกฤษ 26% แคนาดา 33% อเมริกา 36% เบลเยียม 36% สวิตเซอร์แลนด์ 51% และเดนมาร์ก 59%
สำหรับปัจจัยเสี่ยงต่ออาการปวดหลัง พบว่า เพศหญิงมีปัจจัยเสี่ยงต่อการปวดหลังมากกว่าเพศชาย อาจเป็นเพราะเพศหญิงจะเข้าสู่วัยรุ่นในช่วงอายุ 12-13 ปี ส่วนเพศชายจะช้ากว่าประมาณ 2 ปี เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงและการเจริญเติบโตในแต่ละส่วนของร่างกายไม่เท่ากัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อวิเคราะห์ลึกลงไปยังพบปัจจัยที่น่าสนใจด้วยว่า การใช้คอมพิวเตอร์มากกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน มีอัตราเสี่ยงต่อการปวดหลัง 1.24 เท่า เพราะผู้ใช้จะต้องอยู่ในท่านั่งตลอดเวลา ในขณะเดียวกันต้องมีการทำงานของกล้ามเนื้อหลายส่วนพร้อมกัน เช่น กล้ามเนื้อบริเวณหลัง ไหล่ มือ คอและกล้ามเนื้อสายตา และอยู่ในท่านั้นเป็นเวลานาน ซึ่งอาจทำให้เกิดการเมื่อยล้าและนำไปสู่อาการปวดหลังได้
นอกจากนั้น อีกปัจจัยที่น่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง คือการสูบบุหรี่ ซึ่งก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดหลัง ที่พบในกลุ่มเด็กด้วย โดยพบว่านักเรียนที่สูบบุหรี่มีอัตราส่วนต่อการปวดหลัง 2.24 เท่าเมื่อเทียบกับนักเรียนที่ไม่สูบบุหรี่ เนื่องจากนิโคตินในบุหรี่ทำให้การไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงหมอนรองกระดูกลดลง ทำให้เกิดภาวะ hypoxia และส่งผลให้เกิดการขาดสารอาหาร
ขณะเดียวกัน การสูบบุหรี่เป็นเวลานานๆ จะมีผลต่อระบบประสาท โดยไปกระตุ้นให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อได้
ถ้าพิจารณาถึงระยะเวลาที่สูบบุหรี่ เด็กนักเรียนน่าจะมีช่วงเวลาในการสูบบุหรี่ไม่ยาวนานนักเมื่อเทียบกับผู้ใหญ่ หากการสูบบุหรี่มีผลทำให้เกิดการปวดหลังในเด็กอาจเป็นไปได้ว่าเป็นผลมาจากที่นักเรียนได้รับควันบุหรี่จากผู้ปกครองหรือคนใกล้ชิดเป็นเวลานาน ซึ่งส่งผลให้เกิดการปวดหลังได้เช่นเดียวกับการสูบบุหรี่เองโดยตรง
อาการปวดหลังนี้อาจส่งผลสืบเนื่องต่อไปในอนาคตทั้งต่อตัวบุคคล และสังคม ทั้งในด้านของค่าใช้จ่ายและงบประมาณที่ต้องสูญเสียไปในการบำบัดรักษา หรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหากผู้ป่วยจำเป็นต้องลาหยุดงาน
ทั้งนี้ การหาวิธีการป้องกันและแก้ไขก็คือ การให้ความรู้เกี่ยวกับสาเหตุของการปวดหลัง รวมถึงวิธีการดูแลตนเองเบื้องต้นเมื่อมีอาการปวดหลัง การให้คำแนะนำเรื่องท่าทางที่ถูกต้องขณะทำกิจกรรมต่างๆ การแนะนำการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อหลัง รวมถึงกระตุ้นให้ผู้ปกครองคอยสังเกตและตักเตือนเมื่อนักเรียนใช้เวลาในการทำกิจกรรมหนึ่งๆ นานเกินไป อาจช่วยป้องกันไม่ให้อาการปวดหลังในวัยเด็กพัฒนากลายเป็นปัญหาเรื้อรังในอนาคตได้
Relate topics
- การแยกขยะ มาตรวัดกึ๋นท้องถิ่นบ้านเรา/คอลัมน์...ได้อย่าง ไม่เสียอย่าง
- 'บุหรี่' เลิกไม่ยาก
- "ใช้เน็ตแบบปลอดภัย" โดย Security-in-a-Box
- เหตุผลที่พลังงานนิวเคลียร์ไม่ใช่ทางเลือกที่ยั่งยืน
- ขนมบรรจุซอง ภัยร้ายใกล้ตัวเด็ก
- ปากคำ"แพทย์"เหยื่อพริตตี้ กลยุทธ์ขายยาล้ำ"จริยธรรม"
- เปิดโลกการอ่าน ตอนโลกการ์ตูน
- ระวัง ‘พริกน้ำปลา’ ภัยร้ายผู้สูงวัย มีโซเดียมเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนด
- กระบวนการสอนสร้างอนาคตร่วมกัน - Future Search Conference (F.S.C.)
- เด็กไทยเห็นแก่ตัว “ให้” ไม่เป็น