ทุ่ม 100 ล้าน เปิดศูนย์ขจัดสิงห์ขี้ยา
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 30 พฤษภาคม 2548 17:13 น.
สสส. จับมือมหาวิทยาลัยมหิดล ทุ่ม 100 ล้านบาท เปิด "โครงการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมการบริโภคยาสูบ" ตั้งเป้าเป็นศูนย์วิชาการเพื่อการควบคุมบุหรี่ระดับโลก และใช้องค์ความรู้เป็นฐานข้อมูลกำหนดนโยบายและการรณรงค์ต่อต้านบุหรี่ที่มีประสิทธิผล ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น
วันนี้(30 พ.ค.) ศ.นพ.สุชัย เจริญรัตนกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะรองประธานคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ร่วมกับ ศ.ดร.พรชัย มาตังคสมบัติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกันแถลงถึงก้าวสำคัญของวงการควบคุมการบริโภคยาสูบของประเทศไทย โดย 2 องค์กร ร่วมมือกันพัฒนาโครงการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมการบริโภคยาสูบเพื่อพัฒนางานวิจัย ตลอดจนนโยบายสาธารณะของรัฐบาล การเฝ้าระวังในระดับชาติ และการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาบุคลากรเพื่อการควบคุมบุหรี่ โดยมีแผนดำเนินงานขั้นต้น 3 ปี ด้วยวงเงินประมาณ 96.8 ล้านบาท
ศ.นพ.สุชัย กล่าวว่า ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก มีผู้เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ถึงปีละ 3 หมื่นคน เฉพาะในไทยมีไม่ต่ำกว่าปีละ 5 หมื่นคน และจำนวนผู้สูบบุหรี่ 9.6 ล้านคน หากไม่มีการรณรงค์อย่างต่อเนื่องเช่นที่ผ่านมา เชื่อว่าตัวเลขผู้สูบบุหรี่จะสูงถึง 13-14 ล้านคน ดังนั้น การที่ภาครัฐและเอกชนร่วมกันรณรงค์ไม่สูบบุหรี่จึงช่วยได้ แต่ยังไม่เพียงพอ และจำเป็นต้องมีโครงการศูนย์วิจัยฯ นี้
"ได้มอบนโยบายไปว่า action ต้องมี knowledge การกำหนดทิศทางที่มีพื้นฐานของการวิจัยจะคุ้มเม็ดเงิน งานวิจัยเป็นพื้นฐานที่จะกำหนดทิศทางการดำเนินการ การพัฒนาบุคลากร และนักบริหารให้ปฏิบัติงานในเรื่องการควบคุมยาสูบ ศูนย์วิจัยฯ ภายใต้ความร่วมมือของ สสส. และมหาวิทยาลัยมหิดล จะมีวาระ 3 ปี และกระทรวงสาธารณสุข ก็จะนำความรู้นี้ไปใช้ด้วยในลักษณะบูรณาการ"
ด้านอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การควบคุมการสูบบุหรี่ที่ผ่านมาสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่เพื่อให้สำเร็จยิ่งขึ้นต้องมีองค์ความรู้ และงานวิจัยรวบรวมความรู้ทั้งหมดไปเผยแพร่ให้ประชาชนและเยาวชนได้ตระหนักถึงในทุกแง่มุมของการสูบบุหรี่ โดยเฉพาะด้านพฤติกรรมผู้สูบบุหรี่ ซึ่งซับซ้อน และเรายังเข้าใจไม่ถึงแก่น ต้องวิจัยอีกมาก เพราะที่ผ่านมา เราขาดงานวิจัยด้านสาธารณะ ขณะที่งานวิจัยส่วนใหญ่อยู่ในภาคบริษัทผู้ผลิตบุหรี่
ขณะที่ ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ที่ปรึกษา สสส. กล่าวเช่นกันว่า นานาชาติตั้งข้อสังเกตว่า ไทยไม่ค่อยมีงานวิจัยด้านยาสูบ และไทยมีพันธะต่ออนุสัญญาควบคุมการบริโภคขององค์การอนามัยโลก ที่จะต้องดำเนินการควบคุมมาตรการต่าง ๆ ที่บัญญัติไว้ในอนุสัญญา โดยเฉพาะมาตรา 20 ที่เกี่ยวกับการวิจัยสาเหตุและผลกระทบจากการเสพติดยาสูบ ระบบข้อมูลในการเฝ้าระวัง และมาตรา 21 ที่ไทยต้องรายงานข้อมูลตามที่องค์การอนามัยโลกกำหนด
"ขณะนี้ผู้สูบบุหรี่กว่าร้อยละ 30 อยู่ในช่วงอายุ 19-24 ปี และแนวโน้มบริษัทผู้ผลิตบุหรี่เปลี่ยนเป้าหมายคนติดบุหรี่คือ อายุ 20-24 ปี วิธีคือเข้าไปส่งเสริมในผับ และให้มีฉากสูบบุหรี่ในหนัง ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นความตั้งใจ ก็ต้องคิดต่อไปว่ากฎหมายห้ามจำหน่ายบุหรี่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เป็นยังไง ไปกระตุ้นให้คนอายุ 19 ปีขึ้นไป สูบบุหรี่มากขึ้นหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยงานวิจัยทางสังคมศาสตร์ และพฤติกรรมศาสตร์มาตอบคำถาม และชี้สาเหตุ ปัจจัย ของผู้สูบบุหรี่แต่ละกลุ่ม แยกตามรายภาค รายจังหวัดของประเทศ ซึ่งต่อไปการรณรงค์ หรือการประชาสัมพันธ์ทางสื่อโทรทัศน์และสื่ออื่น ๆ จะต้องตรงกลุ่มเป้าหมายที่สุด
ด้าน นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส. ) กล่าวเสริมว่า ปีนี้มีความพิเศษคือ 3 หลักใหญ่มาบรรจบครบ หลักแรกคือ นโยบายรัฐบาลที่เอาจริงเอาจังมาตลอด หลักที่ 2 คือ พลังภาคประชาชนที่ช่วยกันรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ และหลักสุดท้ายคือการสร้างองค์ความรู้ให้ประเทศ จากศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมการบริโภคยาสูบที่เปิดตัวในวันนี้
ทั้งนี้ งานวิจัยเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะผู้ผลิตบุหรี่ลงทุนใช้การวิจัยเป็นเครื่องมือนานกว่า 50 ปีแล้ว และบริษัทบุหรี่ก็เป็นผู้ค้นพบสารนิโคตินก่อนองค์การอนามัยโลกถึง 25 ปี และยังค้นพบสารเคมีอีกหลายร้อยชนิดที่ทำให้คนติดบุหรี่ ซึ่งฝ่ายรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ยังรู้เรื่องสารเหล่านี้น้อยมาก เพราะขาดการศึกษาวิจัย ถ้าเราทำงานวิจัยได้สำเร็จ ไทยจะเป็นผู้นำทางวิชาการควบคุมการบริโภคยาสูบของภูมิภาค และขณะนี้องค์การอนามัยโลกได้ทาบทามให้ไทยเป็นศูนย์กลางวิชาการในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย
Relate topics
- 28 มกราคม 55 - เปิดตลาดนัดสุขภาพสายใยชุมชน
- ผลวิจัยคุณภาพชีวิตรอบโรงงานเปรียบเทียบในจะนะ
- ชวนลูก จูงหลาน ขี่รถ แลเขาคูหา
- ชวนชาวสงขลาร่วมช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยคาบสมุทรสทิงพระ
- สมัชชาสุขภาพกับการพัฒนาประเทศ
- ห้องเรียนท้องนาจะเปิดเรียนแล้วนะ
- 19 ส.ค. 53 13.30-15.30 น. ถ่ายทอดสดคลินิกทางไกล จากศูนย์เรียนรู้ สจรส. มอ.
- ขอเชิญร่วมโครงการเดินเพื่อสันติปัตตานี
- รางวัลสนับสนุนชุมฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่า
- รวมน้ำใจเพื่อช่วยสร้างอาคารใหม่ "มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” เหยื่อป่วนเผาเมือง