สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

งานเขียนคน คนเขียนงาน

กิจกรรม "คนเขียนงาน งานเขียนคน" เปิดรับงานไม่จำกัดรูปแบบ กำหนดส่งงานเขียนไม่เกินวันที่ 20 ของเดือน สามารถส่งงานเขียนได้ที่ cic.ska@gmail.com หรือ ส่งขึ้นคอลัมน์ "ปกิณกะ/งานเขียนคน คนเขียนงาน" ที่ www.songkhlahealth.org งานเขียนที่ได้นำไปสู่กิจกรรมการพูดคุยแลกเปลี่ยนเพื่อการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของกลุ่มคนเขียนงาน และเปิดพื้นที่สำหรับการพบปะสังสรรค์ทางปัญญา(เล็กๆ) ของกลุ่มคนทำงานในสังคม เปิดรับสมาชิกกิจกรรม "คนเขียนงาน งานเขียนคน" ไม่จำกัดเพศ วัย ประสบการณ์ หรือ องค์กร และไม่กำหนดเวลาหมดเขตรับสมาชิกค่ะ รบกวนแจ้งอีเมล์ติดต่อกลับเพื่อนัดหมายพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนค่ะ

หวานปานน้ำผึ้งเดือนห้า

by Little Bear @April,19 2010 11.30 ( IP : 61...129 ) | Tags : งานเขียนคน คนเขียนงาน

บันทึกด้วยดินสอ ตอน “หวานปานน้ำผึ้งเดือนห้า”

คนภูเขา-POL

๑๙ เมษายน ๕๓

ปักกรัม

ภาษาถิ่นปักษ์ใต้ เปรียบเทียบใกล้เคียงกับการใส่โจ คุณทราบไหมเถาวัลย์แห้ง ๆ เถาเดียวสื่อความหมายว่า ผึ้งที่มาทำรังที่ต้นยวนต้นนี้มีเจ้าของแล้ว ต่อให้มีน้ำผึ้งร้อยรัง สัจจะพรานไม่มีบัญญัติไว้เป็นอักษร มีเพียงพรานเท่านั้นที่เข้าถึงวิถีแห่งพราน คนรุ่นใหม่ไม่เข้าใจเรื่องสัจจะของคนอยู่ป่าอยู่เขาว่าสำคัญอย่างไร มีความเชื่อว่าถ้าผู้ใดไม่มีสัจจะ เทวดาเจ้าป่าจะไม่คุ้มครองขึ้นจับผึ้งที่ผู้อื่นปักรัมไว้ โบราณว่าผึ้งต่อยถึงตายมามากต่อมากแล้ว

เดือนห้าเราเดินเท้าขึ้นเทือกเขาไฟไหม้ เขานัดทำงานตั้งแต่ตี ๕ หัวรุ่ง แสงอุ่นแห่งวันใหม่ที่เราสัมผัสได้เมื่อเหงื่อโชกแผ่นหลัง เราเดินไปพิสูจน์ป่าตามแผนบินของกระทรวงทรัพย์ฯ เส้นทางขึ้นภูเป็นร่องลึก มีเพียงรถจักรยานยนต์ ที่ไม่ทีเบรกหลัง จริง ๆ มีแต่ห้ามล้อหน้าเพราะเบรกหลังทำให้ตัวรถติดร่อง เราสวนทางกับกลุ่มชาวบ้านที่บรรทุกน้ำยางลงไปขายตีนควน น้ำยางกิโลกรัมละ ๑๐๕ บาท เขาบรรทุกลงมาประมาณ ๒๘ กก. ต่อหนึ่งเที่ยว ลองเอา ๑๐๕ บาทไปคูณดูจะได้คำตอบเรื่องอนุรักษ์ป่าไว้ให้คนรุ่นหลังดังคำว่า "ทุกหยาดหยดของน้ำยางคือชีวิตกระนั้นหรือ" เราขึ้นไปตรวจยึดพื้นที่ทำลายใหม่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้มีหน้าที่ดูความปลอดภัยให้คณะทำงาน ใช้เวลาเดินประมาณ สามชั่วโมงครึ่ง ส่วนตอนลงเราใช้เวลาเพียง สองชั่วโมงก็ถึงตีนควนก็ประมาณบ่ายสามโมงได้ครับ

หวานปานน้ำผึ้งเดือนห้า

พอลงถึงตีนควน (เขานั้นละ คนบ้านเราเรียกควน) พรานช้างก็โทรมาว่า คืนนี้จะไปจับผึ้งยวน ผึ้งหลวงในป่าใหญ่ แต่มาทำรังร่วมกันบนต้นยวน เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ บางครั้งผึ้งหลวงลงจับต้นไม้อื่น เช่น ต้นไทร หรือต้นอะไรก็ตาม คนพื้นถิ่นก็ยังเรียกว่า จับผึ้งยวน  พรานช้างบอกให้เวลาไม่เกิน ๔๕ นาทีให้มาถึงตีนเขาแก้วบริเวณปลายสายเอกทางขึ้นหน้าแก้ว ถ้าไม่ทันจะต้องเดินทางไปเอง เพราะคณะที่เดินทางจะต้องไปเตรียมความพร้อมในการจับผึ้งเลยต้องรีบไป

กลับมาถึงบ้านก็เอาเหล็กมีรู (ของหลวง) ที่นำไปทำงานเก็บแล้วแปลงร่างเป็นชุดคนภูเขา เดินทางขึ้นเขาแก้วทันที เมื่อไปถึงคณะล่วงหน้าไปก่อนไม่เกินครึ่งชั่วโมง เราเลยตามรอยพรานขึ้นไป (ในความเป็นจริง เรายากที่จะตามรอยพราน ถ้าเขาตั้งใจซ่อนรอย) เราเดินขึ้นเขาประมาณครึ่งชั่วโมง พรานช้างก็โทรมาบอกว่า จะส่งคนลงมารับให้รออยู่ที่แหล่งน้ำในเส้นทางเดิน เรารอไม่นาน น้องเดก็ลงมารับเขาชี้ให้ดูตะพาบน้ำภูเขาที่ฝังตัวอยู่ในทรายภาษาถิ่นเรียกว่า "คลัก" เรานั่งอยู่ตั้งนานมองไม่ออกเลย ลองเอาเท้าเขี่ยดู เขาไม่กลัวคน "ลูกหวาบนเขาไม่รู้จักคน" น้องเดว่าอย่างนั้น จากนั้น น้องเขาตักน้ำประมาณ ๒๐ ลิตร แบกขึ้นเขานำหน้าเราไป เชื่อไหม เราเดินตัวเปล่าแต่ไม่สามารถเดินให้ทันน้องเขาที่แบกน้ำอยู่ เหนื่อยจนแข้งขาอ่อนเลยละ หรือเพราะเราใช้พลังงานมากในรอบวันที่ผ่านมา

ครูหมอ "พลี" ขอน้ำผึ้ง

ไปไม่ทันขณะหมอทำพิธี ได้ทราบจากการบอกเล่าของพรานช้างว่า หมอปูผ้าขาวแล้วละหมาด จากนั้นก็เป็นพิธีกรรมเฉพาะบุคคล บางท่านอาจเชือดไก่สังเวย บางท่านมีพิธีพลี ขอน้ำผึ้งไม่เหมือนกันแล้วแต่ครูบาอาจารย์ของแต่ละคน ตอนที่เราขึ้นไปถึงหมอกำลังทำคบไฟอันใหญ่เรียกเป็นภาษาถิ่นว่า "มง" กรรมวิธีก็คือ เขาเอา "พดพร้าว" หรือเปลือกมะพร้าวแห้งจากพื้นราบขึ้นมาเป็นอุปกรณ์หลักของการทำ "มง" โดยการใช้ใบค้อป่า (เหรง) มาห่อแล้วมัดด้วยเถาวัลย์ ส่วนด้านในก็ใส่ใบค้อ สลับกับเปลือกมะพร้าว เพื่อต้องการให้เกิดควันไฟให้มากที่สุด (เพิ่มความชื้น) เพื่อที่ใช้ไล่ผึ้งให้ออกจากรังนั่นเอง

ต้องเล่าถึงต้นยวนสักหน่อยมีผึ้งหลวงมาเกาะต้นยวนต้นนี้ ๑๖ รัง แต่เป็นรังที่ผึ้งทิ้งร้างเสีย ๒ รัง ความสูงของต้นยวนประมาณ ๔๐ เมตรเป็นอย่างต่ำ เพราะช่วงแรกที่คนจับผึ้งช่วยกันแคไม้หรือการเอาไม้ที่มีความยาวประมาณ ๕ ถึง ๗ เมตรผูกติดกับต้นยวน (ใหญ่ประมาณ ๓ คนโอบเห็นจะได้) เขาต้องแคไม้ถึง ๕ ท่อนจึงจะถึงคาคบแรก จากนั้นยังต้องแค ขึ้นไปอีก ๒ ท่อนจึงสามารถตีผึ้งได้ เขาเริ่มเตรียมการกันตั้งแต่ละหมาดตอนบ่าย เสร็จสิ้นการเตรียมงานประมาณ ๕ โมงเย็น ป่าเริ่มมือแล้ว จากนั้นก็รอเวลาให้มืดสนิทถึงจะขึ้นไปจับผึ้ง ระหว่างนั้น เรามีโอกาสคุยกับหมอ ถามถึงวิถีความเชื่อเรื่องป่า เรื่องผึ้ง ในขณะที่หมอเหลาไม้เพื่อทำมีดสำหรับตัดหัวน้ำผึ้ง หมอบอกว่า การจับผึ้งของคนรุ่นก่อนเขาจะเอาแต่ส่วนหัวน้ำผึ้ง ส่วนลูกผึ้งและรังผึ้งส่วนบนจะไม่แตะต้องเพราะต้องการให้นางพญาผึ้งยังอยู่เพื่อสร้างรังใหม่ต่อไป ส่วนคนสมัยนี้จับผึ้งแล้วตัดออกมาทั้งรังเพื่อเอาลูกผึ้งไปเป็นกับแกล้มด้วยซึ่งมันเป็นการทำลายวงรอบชีวิตของผึ้ง

เรามีเวลาที่จะต้มน้ำกินบะหมี่สำเร็จรูป กับกาแฟซอง มีเกล็ดเล็ก ๆ เล่าให้ฟังว่า เวลาคนกรีดยางตื่นสายไปตัดยางไม่ทัน การดื่มกาแฟ (ต้องเรียกว่ากินมากกว่า) ใช้วิธีฉีกซองกินกันโดยไม่ต้องใส่น้ำร้อน กรีดยางเสร็จค่อยกลับมากินน้ำร้อนตามเข้าไป เขาว่าเดี๋ยวมันก็ผสมกันเอง

โปรดใช้วิจารณญาณ

นี่คือความเชื่อส่วนบุคคล เห็นมาอย่างไรก็เล่าไปอย่างนั้น ตอนนี้มืดสนิทแล้วเวลาประมาณทุ่มครึ่งเห็นจะได้ กิจกรรมจับผึ้งก็เริ่มขึ้น หมอในพิธีจะคอยกำกับอยู่ด้านล่าง ถือมีดดาบที่เหลาด้วยไม้อยู่อันหนึ่ง พรานช้างบอกกับเราว่า ถ้าเห็นอะไรที่ผิดปกติ ห้ามพูดออกไปให้มองเฉย ๆ หมอในพิธีเขาจะจัดการเอง

คนจับผึ้ง ๒ คนปีนขึ้นไปตามไม้ที่แคไว้ โดยมี "พญามง" ที่หมอส่งให้ นำขึ้นไปจุดสร้างควันเป็นอันแรก ส่วนอีกคนหนึ่งก็ถือเชือก ถังสำหรับตัดหัวน้ำผึ้ง ส่วนที่สะเอวก็พกคบไฟขึ้นไป ด้านล้างก็มีพรานช้างกับเพื่อน ๆ ช่วยกันผ่อนเชือกและทำหน้าที่รับถังน้ำผึ้ง เมื่อเขาขออนุญาตหมอจุดคบไป (พญามง) การตีผึ้งหลวงจำนวน ๑๔ รังก็เริ่มขึ้น เสียงที่เราได้ยิน เป็นเสียงที่แปลกมากเหมือนเสียงลมก้องภูเขา กับการมองเห็นแสงไฟสีเขียวเข้มลอยมาจากที่ไกล ๆ มองเห็นชัดเจนแสงไฟขนาดเท่ากำปั้นของเรา แต่ผึ้งยังไม่ยอมออกจากรังจนหมอ ตวาดด้วยเสียงดังว่า "อย่าล้อเล่นกัน ลงมาได้แล้ว" คนตีผึ้งด้านบนก็เคาะคบไฟ เป็นสะเก็ดไฟหล่นลงมา ฝูงผึ้งก็บินตามลงมาส่งเสียงดังหวูดยาว ๆ จากนั้นก็ตีรังต่อไป

ตอนหย่อนน้ำผึ้งถังแรกลงมา พรานช้างเล่าให้ฟังว่า เขามองเห็นเป็นเด็กอ่อนนอนอยู่ในถังน้ำผึ้ง แต่เมื่อไม่พูด ไม่สนใจภาพนั้นก็หายไป หมอในพิธีบอกเราว่า คงเพราะมีคนแปลกหน้าขึ้นไปเลยถูกหยอกเล่นมากหน่อย

รางวัลจากป่า

น้ำผึ้งที่จับได้ มีปริมาณที่ไม่มากเพราะเวลาที่ไม่เหมาะสมทำให้ลูกมันกินน้ำผึ้งไปบางส่วนแล้ว ประกอบกับฝนฟ้าตกผิดฤดู ปริมาณน้ำผึ้งเลยน้อย พวกเราช่วยกันเอาหัวน้ำผึ้งใส่แกลอนขนาด ๓๕ ลิตรเอาลงมาทั้งรังและน้ำผึ้ง เพื่อเอาลงมาบีบและกรองด้วยผ้าเพื่อบรรจุใส่ขวดที่ล้างสะอาด (ขนาด ๐.๗๕ ลิตร ราคาขวดละ ๕๐๐ บาทเชียวคุณ) คนจับผึ้งเขาบอกว่าบางปีในฤดูการจับผึ้งเขามีรายได้เฉลี่ยประมาณ หมื่นบาทต่อคนที่เดียว และช่วงที่เขาจะจับผึ้งมากที่สุดก็คือเดือน ๕

สาวเอย ฯ แม่น้ำผึ้งเดือนห้า หรือว่า "เจ้าหวานปานน้ำผึ้ง"

หมายเหตุจากผู้เขียน

เริ่มงานเขียนเรื่องนี้ให้เป็นพิเศษกับ นร.คนหนึ่งที่ไปร่วมกิจกรรมป่า เขาแต่นึกขึ้นได้ว่า

คนภูเขาห่างหายจากงานเขียนคน ฯ มานานแล้ว เลยขออนุญาตทูอินวัน ก็แล้วกัน

แสดงความคิดเห็น

« 1195
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง