สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

งานเขียนคน คนเขียนงาน

กิจกรรม "คนเขียนงาน งานเขียนคน" เปิดรับงานไม่จำกัดรูปแบบ กำหนดส่งงานเขียนไม่เกินวันที่ 20 ของเดือน สามารถส่งงานเขียนได้ที่ cic.ska@gmail.com หรือ ส่งขึ้นคอลัมน์ "ปกิณกะ/งานเขียนคน คนเขียนงาน" ที่ www.songkhlahealth.org งานเขียนที่ได้นำไปสู่กิจกรรมการพูดคุยแลกเปลี่ยนเพื่อการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของกลุ่มคนเขียนงาน และเปิดพื้นที่สำหรับการพบปะสังสรรค์ทางปัญญา(เล็กๆ) ของกลุ่มคนทำงานในสังคม เปิดรับสมาชิกกิจกรรม "คนเขียนงาน งานเขียนคน" ไม่จำกัดเพศ วัย ประสบการณ์ หรือ องค์กร และไม่กำหนดเวลาหมดเขตรับสมาชิกค่ะ รบกวนแจ้งอีเมล์ติดต่อกลับเพื่อนัดหมายพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนค่ะ

คืนสิทธิแก่คนไทยไร้สัญชาติ : การเดินทางย้อนเวลาของระบบหลักประกันสุขภาพไทย

by Little Bear @April,02 2010 09.35 ( IP : 61...159 ) | Tags : งานเขียนคน คนเขียนงาน
  • สุขภาพหรือสุขภาวะเป็นสิทธิของมนุษยชน
  • ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ และเสรีภาพของบุคคลย่อมได้รับการคุ้มครอง(มาตรา ๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐)

แนวความคิดเกี่ยวกับการที่มนุษย์ทุกคนควรมีโอกาสได้รับบริการสุขภาพที่จำเป็น เป็นสิทธิมนุษยชนที่ถูกกล่าวถึงมาโดยตลอด ในปีนี้ ทศวรรษนี้ จะเป็นประเด็นร่วมกันของนานาอารยะประเทศที่จะทำให้ สุขภาพหรือสุขภาวะเป็นสิทธิของมนุษยชน ข่าวนี้อาจเป็นข่าวเล็กๆจากการประชุมที่กรุงบรัสเซล ประเทศเบลเยียม แต่ก็ได้รับการเผยแพร่อย่างกว้างขวางในหมู่ผู้สนใจและศึกษาทางด้านนโยบายสุขภาพนานาชาติ

ในประเทศไทยก็มีข่าวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้ลงนามในหนังสือเสนอคณะรัฐมนตรี ให้คืนสิทธิตามพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แก่คนไทยไร้สัญชาติ ซึ่งเราคงหวังว่าจะได้รับการตอบสนองจากคณะรัฐมนตรี และจะทำให้เกิดการจัดสรรงบประมาณเพื่อการจัดบริการสุขภาพแก่คนไทยไร้สัญชาติอย่างเสมอภาค มีมาตรฐานเช่นเดียวกับบุคคลสัญชาติไทย ผลเฉพาะหน้าที่ตามมาคือการทำให้โรงพยาบาลชายแดนหรือในพื้นที่ซึ่งมีคนไทยไร้สัญชาติ จะได้จัดบริการอย่างมั่นใจว่าจะได้รับการชดเชยค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมจากระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติต่อไป

แล้วถ้าสุขภาพเป็นสิทธิมนุษยชน ประเทศไทยมีความพร้อมหรือ?

หากเราย้อนไปพิจารณารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี ๒๕๔๐และ๒๕๕๐ ทั้งสองฉบับให้ความสำคัญกับเรื่องของสิทธิมนุษยชน รัฐธรรมนูญใช้คำว่า บุคคล ในกรณีที่กล่าวอย่างครอบคลุมเช่นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ และเสรีภาพของบุคคลย่อมได้รับการคุ้มครอง(มาตรา ๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐) และหากจะเน้นสิทธิบางประการสำหรับเฉพาะผู้มีสัญชาติไทยก็จะมีการบัญญัติไว้โดยเจาะจง ประชาชนชาวไทยไม่ว่าเหล่ากำเนิด เพศ หรือศาสนาใด ย่อมอยู่ในความคุ้มครองของรัฐธรรมนูญเสมอกัน(มาตรา๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐) ในการระบุถึงบุคคลกลุ่มต่างๆ รัฐธรรมนูญก็บัญญัติแยกไว้อย่างแยบคาย คำว่าบุคคล เป็นคำทั่วไป ซึ่งน่าจะหมายถึงผู้มีสภาพบุคคลตามกฎหมายต่างๆ และเมื่อต้องการให้มีความจำเพาะ เราก็จะเห็นคำว่า ปวงชนชาวไทย ประชาชนชาวไทย ผู้มีสัญชาติไทย โดยคำว่าบุคคลเป็นคำที่มีความหมายกว้างที่สุด นั้นหมายถึงว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยครอบคลุมบุคคลทั้งมวลที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย โดยเมื่อประสงค์จะมีข้อยกเว้นประเด็นใดก็จะมีการระบุไว้เช่น ระบุว่า “เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย” “การเนรเทศบุคคลผู้มีสัญชาติไทยออกนอกราชอาณาจักรหรือห้ามมิให้บุคคลผู้มีสัญชาติไทยเข้ามาในราชอาณาจักรจะกระทำมิได้”

การกล่าวถึงสิทธิ เสรีภาพและหน้าที่ของบุคคลในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยโดยรวมจึงเป็นความหมายถึงบุคคลทั้งหลาย ไม่ได้หมายความเฉพาะบุคคลสัญชาติไทย และเมื่อประสงค์จะให้จำเพาะเฉพาะคนสัญชาติไทยก็ระบุไว้อย่างชัดเจน ประชาชนชาวไทยไม่ว่าเหล่ากำเนิด เพศ หรือศาสนาใด ย่อมอยู่ในความคุ้มครองของรัฐธรรมนูญเสมอกัน(มาตรา ๕ ของรัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐) นั้นหมายความว่าบุคคลที่ไม่ใช่ประชาชนชาวไทยอาจจะได้รับความคุ้มครองที่ไม่เท่าเทียมกับบุคคลสัญชาติไทย

สำหรับบุคคลสัญชาติไทยก็อาจมีการออกกฎหมายที่จำกัดสิทธิและเสรีภาพ เช่นการกำหนดอายุหรือคุณสมบัติผู้มีสิทธิรับเลือกตั้ง สิทธิลงคะแนน และยังมีการกำหนดทั้งในรัฐธรรมนูญหรือในพระราชบัญญัติต่างๆ

ในพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติปี ๒๕๔๕ เมื่อกล่าวถึงบุคคล ก็เป็นการใช้คำว่าบุคคลในความหมายที่กว้าง เช่นเดียวกับที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ก็มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบมาตรา ๓๕ และมาตรา ๔๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๔๐ บัญญัติให้กระทำได้ โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย การจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลในพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมีอยู่หลายตอน เช่น

มาตรา ๕ บุคคลทุกคนมีสิทธิได้รับบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพตามที่กำหนดโดยพระราชบัญญัตินี้ คณะกรรมการอาจกำหนดให้บุคคลที่เข้ารับบริการสาธารณสุขต้องร่วมจ่ายค่าบริการในอัตราที่กำหนดให้แก่หน่วยบริการในแต่ละครั้งที่เข้ารับบริการ เว้นแต่ผู้ยากไร้หรือบุคคลอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดไม่ต้องจ่ายค่าบริการ ประเภทและขอบเขตของบริการสาธารณสุขที่บุคคลจะมีสิทธิได้รับ ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด

นอกจากนี้การจะใช้สิทธิ ไม่ได้เกิดขึ้นมาลอยๆ ดูได้จากมาตรา ๖

มาตรา ๖ บุคคลใดประสงค์จะใช้สิทธิตามมาตรา ๕ ให้ยื่นคำขอลงทะเบียนต่อสำนักงานหรือหน่วยงานที่สำนักงานกำหนดเพื่อเลือกหน่วยบริการเป็นหน่วยบริการประจำ การขอลงทะเบียน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด โดยคำนึงถึงความสะดวกและความจำเป็นของบุคคลเป็นสำคัญ

ปัญหาคือ แล้วใครคือบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้

การตีความเรื่องความหมายของบุคคลจึงเป็นที่มาของปัญหา เพราะมักจะมีการตีความว่าบุคคลคือบุคคลผู้มีสัญชาติไทย เมื่อทบทวนดูพระราชบัญญัติทั้งฉบับและเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ และ ๒๕๕๐ บุคคลในพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จึงเป็นบุคคลในความหมายที่กว้างเช่นเดียวกัน คือครอบคลุมบุคคลในราชอาณาจักรไทยทุกคน โดยคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สามารถกำหนดสิทธิของแต่ละกลุ่มบุคคลให้แตกต่างกันได้ เช่น บุคคลสัญชาติไทย คนไทยไร้สัญชาติ คนต่างด้าว นักท่องเที่ยว กลุ่มอื่นๆ อาจมีสิทธิแตกต่างกัน ตามวรรค ๓ ของมาตรา ๕ “ประเภทและขอบเขตของบริการสาธารณสุขที่บุคคลจะมีสิทธิได้รับ ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด”

แล้วปัญหาว่าพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ครอบคลุมเฉพาะประชาชนคนไทยที่มีเลข ๑๓ หลักเกิดขึ้นเพราะเหตุใด

ปัญหาที่มีการตีความว่าหลักประกันสุขภาพจำกัดเฉพาะบุคคลสัญชาติไทย ด้วยเหตุของการที่บางท่านไปนำหมายเหตุท้ายพระราชบัญญัติมาเป็นคำอธิบาย ซึ่งเป็นที่มาของความคลาดเคลื่อน

ในหมายเหตุตอนต้นกล่าวว่า: “เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้คือ โดยมาตรา ๕๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้บัญญัติให้ชนชาวไทย ย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับบริการสาธารณสุขที่ได้มาตรฐาน และผู้ยากไร้มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลจากสถานบริการสาธารณสุขของรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตามที่กฎหมายบัญญัติ”

จะเห็นได้ว่าหมายเหตุได้อ้างถึงบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ในมาตรา ๕๒ ซึ่งมาตราดังกล่าวระบุถึงชนชาวไทย ซึ่งมีฐานะเป็นกลุ่มหนึ่งของบุคคลในรัฐธรรมนูญ โดยระบุเจาะจงลงไปให้ชนชาวไทย ย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับบริการสาธารณสุขที่ได้มาตรฐาน ซึ่งไม่ใช่การกำหนดให้บุคคลในพระราชบัญญัติต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทยแต่อย่างใด

รัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จึงมุ่งหวังเรื่องสิทธิเสมอกันของปวงชนชาวไทย แต่ไม่ได้มีวรรคใดที่จะไปจำกัดสิทธิในการได้รับบริการของบุคคลอื่นๆ ซึ่งพระราชบัญญัติได้มอบให้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสามารถกำหนดสิทธิแก่บุคคลกลุ่มต่างๆ ที่ไม่ได้เป็นชนชาวไทย โดยสามารถกำหนดขอบเขตของสิทธิให้แตกต่างกันได้ เช่น อาจจะกำหนดเฉพาะกรณีอุบัติเหตุ ฉุกเฉิน โรคระบาดร้ายแรง กรณีจำเป็น หรือเพื่อมนุษยธรรม เป็นต้น ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาวการณ์ทางสังคมและศักยภาพทางการเงินของประเทศ โดยที่ไม่จำเป็นต้องให้สิทธิเสมอกันกับชนชาวไทย

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ อาจเป็นกฎหมายที่เกิดขึ้นก่อนกาล แต่ได้กำเนิดขึ้นมาแล้ว หลายท่านอาจมองเห็นข้อด้อยต่างๆอยู่หลายประการ อย่างไรก็ตามความก้าวหน้าและมองการณ์ไกลที่ปรากฏ ได้นำเรามายังจุดที่ระบบสุขภาพของเราได้ยืนอยู่ในจุดที่สามารถเทียบเคียงกับนานาอารยะประเทศได้อย่างน่าภาคภูมิใจ และเราควรจะใช้กฎหมายที่ก้าวหน้านี้เพื่อประโยชน์ไม่เพียงแต่คนไทย แต่เอื้อเฟื้อต่อเพื่อนมนุษย์ ที่เข้ามาพึ่งพิงพระบรมโพธสมภาร ของพระมหากษัตริย์ไทย

การ คืนสิทธิแก่คนไทยไร้สัญชาติจึงเป็นเสมือน การเดินทางย้อนเวลาของระบบหลักประกันสุขภาพไทย เพราะเขามีสิทธินั้นมาตั้งแต่ต้นแล้ว

และความจริงแล้วเราได้ก้าวไปสู่โลกยุคใหม่ ที่ตระหนักว่า Health is a Human Right มาก่อนหน้านี้แล้ว แต่เราได้ทำหล่นหายไปเสียหลายปี

จาก คุณหมอเทเล

2.4.53

แสดงความคิดเห็น

« 1195
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง