สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

อำของพ่อ..

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นหลายครั้งในตอนเช้า ทั้งมือถือและโทรศัพท์บ้าน ผมพอจะได้ยินแล้วแหละ แต่ปกติแล้วคนโทรมาหาผมป่านนี้คงพอจะรู้ว่าผมตื่นดีหรือยัง

ผมงัวเงียลุกตื่นเมื่อตอนสายๆ แล้วโทรกลับไป พ่อบอกว่า โทรมาเป็นสิบๆสายแล้ว

"ไหนบอกหมายเลขบัญชีธนาคารมาให้หน่อย"

"เอ๊ะ เงินค่าอะไรอ่า.."ผมถาม

"ก็จะเงินค่าอะไรเสียอีกล่ะ"พ่อบอก

เงินค่าดอกเบี้ยซึ่งแม่เอาเงินไปปล่อยกู้ให้นั้น เป็นรายได้ใหม่อีกทางหนึ่งของผมเดือนละสามพันบาท ผมบอกหมายเลขบัญชีธนาคารพ่อไป

ผมไม่ค่อยได้กลับบ้าน จนเป็นนิสัยแล้ว ขนาดรับปากแม่ไว้ว่าอย่างน้อยเดือนละครั้งก็ยังดี

อยู่ในเมืองนี่มันยุ่งจริงหรือ หรือเราขี้เกียจกลับบ้านกันด้วยเหตุผลอื่นใดอีกบ้าง

เมื่อลูกไม่กลับบ้านนานๆเข้า พ่อแม่ก็ต้องมาหา เพราะไม่ได้ไกลกันเหมือนเมื่อก่อนที่อยู่กรุงเทพฯ แต่พ่อแม่ก็ใช่ว่าจะมีเวลามาได้ทุกบ่อย

อ่อ ผมลืมบอกไปว่า เงินดังกล่าวเป็นเงินค่าหัวขันหมากครึ่งหนึ่ง แม่บอกว่าถ้าไม่ทำอะไรก็เอามาให้แม่ปล่อยกู้ให้กับลูกกุลีตัดยาง อย่างน้อยก็จะมีรายได้บ้าง ดีกว่าเก็บไว้เปล่าๆ

แม่คงเห็นว่าเราเป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว ต่อไปก็จะมีลูกมีเต้า ถ้าไม่มีเงินก็จะลำบากอยู่ รายได้แต่ละเดือนๆไม่ค่อยเหลือไม่ค่อยพออยู่แล้วตามปกติ ไอ้เราเองก็ไม่ค่อยอินังขังขอบกับเรื่องพรรค์นี้เท่าไหร่

อาจเป็นเพราะใช้ชีวิตโสดตัวคนเดียวมานาน จนกระทั่งบัดนี้ก็ไม่สำนึก (ฮา)

แต่คนเป็นพ่อแม่ เป็นผู้ใหญ่มาก่อนคงรู้

อาจจะพอดีว่า พ่อเข้ามาในตัวเมือง ดูท่าแล้วลูกบ่าวมันคงจะไม่กลับบ้านอีกระลอก และได้เงินค่าดอกเบี้ยมาแล้ว เมื่อไม่รู้ว่าจะได้มาหาลูกอีกเมื่อไหร่ ก็จะโอนเงินมาให้ เพราะรู้ๆอยู่ว่า มีเท่าไหร่ก็หมดไม่เหลือเดือนชนเดือน

พ่อบอกว่า"เนี่ย...แม่ร้องไห้จนตาบวมไปหมดแล้ว กลัวลูกจะไม่มีเงินใช้"
ผมได้แต่ถอนหายใจ รู้ว่าพ่อพูดด้วยสัพยอกอย่างไร
อีกไม่กี่วันกี่เดือนนี้แหละ ผมคงจะรู้ซึ้งถึงความหมายนัยความของคำว่าพ่อกับเขาอีกคน.

Relate topics

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว