โดย เภสัชเปิ้ล
หมอหรือแพทย์เป็นวิชาชีพที่หลายคนใฝ่ฝันอยากเป็นและสังคมให้ความเคารพว่าเป็นวิชาชีพที่มีเกียรติ ผู้คนให้การนับหน้าถือตา คำว่า วิชาชีพนั้นแตกต่างจากอาชีพ เพราะวิชาชีพนั้นไม่ใช่ใครอยากทำแล้วจะสามารถทำได้ ต้องใช้ความชำนาญและทักษะความรู้ที่จำเพาะ สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดก็คือ การมีจริยธรรมหรือจรรยาบรรณประกอบกำกับไว้เสมอ มีองค์กรทางวิชาชีพคอยดูแล ประดุจดั่งยันตร์กันผีก็ว่าได้
เรื่องที่เขียนในครั้งนี้อาจะหมิ่นเหม่ต่อการรู้สึกโต้แย้งของใครหลายคนที่ประกอบวิชาชีพทางนี้อาจมีความคิดเห็นที่แตกต่างออกไป ...แต่เรื่องที่จะเล่านี้ก็เป็นการสะท้อนความคิดให้เห็นแง่อีกมุมหนึ่งด้านสุขภาพที่สัมผัสจากความรู้สึกของคนไข้คนหนึ่ง
ได้มีโอกาสไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่สูงอายุที่ผมให้ความเคารพท่านหนึ่ง ซึ่งไม่ได้เจอกันมานาน ไปสอบถามหาเส้นทางเข้าบ้านอยู่นาน เนื่องจากไม่ได้ไปเยี่ยมเยียนนานแล้ว...สุดท้ายก็มาถึงที่หมาย
ญาติผู้ใหญ่ท่านนี้ชื้อเชิญให้เข้าไปในบ้าน สอบถามสารทุกข์สุกดิบของกันและกัน..ชมเปาะไม่ขาดว่า “ หน้าตามมันอยู่ดีกว่าเดิม...หากพบ(เจอกัน)กันข้างนอกจำไม่ได้แน่” สิ่งหนึ่งที่คงขาดไม่ได้ก็ต้องถามถึงสุขภาพของญาติท่านนี้...
ถามเรื่องอาการเจ็บป่วยก็เล่ากันยืดยาวเลยครับ...บอกว่าเป็นโรคนั้นโรคนี้ ที่ขาดไม่ได้ก็คือ ปวดเมื่อยตามประสาคนแก่
“ยายน๊ะ รู้ว่าอาการกระดูกทับเส้นมันไม่หาย ”
“ เวลาไปรักษาพบหมอเด็กคนหนึ่งยังหนุ่มๆอยู่เลย สงสัยว่าจะเพิ่งเรียนจบมา แรกๆก็ไม่ค่อยเชื่อถือสักเท่าไหร่ แต่พอลองไปพบครั้งแรก ก็รักษาเอาใจใส่ดีมาก คอยมาถาม”
“ ถามละเอียดด้วยนะ” เวลาเจ็บที่เข่า หมอจะมาจับดูที่เข่า ไม่ถือตัว น่ารักด้วยใจดี พูดก็เพราะ
ยายก็เล่าให้ฟังถึงหมอคนเก่าที่เคยไปรักษา หมอคนนี้คงแก่เรียน(อายุมาก) มีตำแหน่งใหญ่โตในโรงพยาบาลแห่งนั้น หมอคนนี้นั้นไม่เคยเลยแม้จะจับหรือสัมผัสตัวของยาย เข้าไปในห้องหมอเหมือนเข้าไปในห้องประหาร ช่างเงียบเหงา เกร็ง ไม่กล้าตอบ เวลาหมอท่านนี้ถาม ฟังดูคล้ายกับเสียงราชสีห์คำราม ต้องหงอยไปซักระยะหนึ่ง ตอบก็เสียงตะกุกตะกัก
ผมมานั่งคิดวิเคราะห์ สิ่งที่ยายพูด เป็นการสะท้อนให้เห็นว่า คนไข้มีความต้องการมากกว่ายาหรือไปพบหมอแล้วหมอสั่งยาเท่านั้น แต่มันมีมิติของจิตและจิตวิญญาณของคนไข้แฝงอยู่ด้วย การที่ยายต้องการให้หมอมาถามและจับต้องบ้างประดุจตัวเองเป็นญาติมิตรของหมอ คือ สิ่งที่คนไข้ต้องการ บางครั้งแค่แตะแค่สัมผัส คนไข้บางคนก็หายแล้ว ไม่จำเป็นต้องถึงมือของยา
ระบบให้บริการสุขภาพรักษาคนไข้ปัจจุบัน พยายามทำให้โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลมีความเป็นปัจเจกบุคคล หากคนไข้เข้ามาติดต่อ คนไข้เหล่านั้นต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานที่ เข้ากับกฎระเบียบของโรงพยาบาล คนไข้ส่วนใหญ่จะมีความรู้สึกห่างเหินและสับสนกับระบบที่โรงพยาบาลสร้างขึ้น
ทางออกของปัญหาเหล่านี้ ระบบบริการสุขภาพ ต้องปรับเปลี่ยนทั้งแนวคิดและวิธีการ ไม่ใช่แค่ตัวอักษร บุคลากรต้องเปิดสมอง รับแล้วปรับ นำสู่การปฏิบัติอย่าง เริ่มจากตัวเรา....ก่อน
คนใจบกบก
15.10.52
Relate topics
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 82: เภสัชวิทยาแห่งดอกดิจิทัลลิส
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 81: ประปาดื่มได้
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 80 : วัวนมกับเกษตรวิถีแห่งโลกตะวันตก
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 79: ทุ่ง rapeseed กับคุณลุงชไมเซอร์
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 78: บรัสเซลส์ เมืองหลวงแห่งยุโรป
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 77 : ประท้วง สิทธิในการแสดงออกที่ต้องขออนุญาต
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 76 : แต่ระบบสวัสดิการสังคมในยุโรปกำลังสั่นคลอน
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 75 : ย่านโคมแดง แข่งแสงจันทร์
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 74 : เวลา นาฬิกา และชีวิตที่ต้องเดินเร็ว
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 73: หลังคาพลังแสงอาทิตย์