มนัส จันทร์ณรงค็
ตอนพุทธองค์เสด็จไปจำพรรษา ณ ดาวดึงพิภพ ตามธรรมเนียมของพระพุทธเจ้าในอดีต ที่ต้องขึ้นไปแสดงพระอภิธรรมโปรดพุทธมารดาให้สำเร็จมรรคผลนิพพาน ครั้นถึงวันปวารณา จึงเสด็จลงมายังโลก ด้วยบันไดแก้ว ซึ่งตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 จะมีพุทธศาสนิกชนรอเข้าเฝ้าทั้งเทวดา เหล่านางฟ้า คนธรรม เพื่อถวายภัตตาหารแด่พระพุทธองค์ แต่เนื่องจากพุทธศาสนิกชนมีเป็นจำนวนมาก ทำให้ไม่สามารถถวายภัตตาหารได้อย่างใกล้ชิด จึงได้มีการนำใบไม้มาห่อหุ้มภัตตาหาร ซึ่งเรียกกันว่า "ข้าวต้ม" หรือ "ต้ม" และพยายามโยนต้มเหล่านั้นให้ลงบาตร
บุญเรือพระ สร้างศรัทธาด้วย ชุมชน บวก วัด เพื่อ สืบสานประเพณีถิ่นใต้แบบการมีส่วนร่วม เมื่อขบวนเรือพระผ่านไปทางไหน ชาวเราก็เอาปัจจัยยกท่วมหัวร่วมอนุโมทนา ใส่บาตรที่เรี่ยไรเพื่อดำรงพุทธศาสตร์ต่อไปเวลาลากพระกลับวัดก็มีการเรี่ยไรเพื่อเป็นทุนทำเรือพระในปีหน้าได้เงินมาเท่าไหร่ก็นำเข้า "ธนาคารบุญ"
ยังมีเรือพระกลับไม่ถึงวัด ไม่ทราบกี่ลำ ผ่านมาหลายวันแล้ว ไปพบที่หน้ามหาวิทยาลัยทักษิณสงขลา เรือพระหาทางกลับวัดไม่ได้ เรือพระหลงวัด....ขาออกจากเมืองสงขลารถติดมาก เลยเกิดสงสัยว่ามีเหตุผิดปกติอะไร เมื่อรถเคลื่อนตัวผ่านจึงเห็นธรรม...เรือพระจากศรัทธาคนบ้านเราเดินทางกลับวัด มีรถนำขบวนเป็นรถกระบะสีขาว ด้านหลังบรรทุก ช้าง สิง กับ หงส์ ผู้ร่วมศรัทธาลากพระถือกระป๋อง ใส่ช้าง ส่วนท้ายรถนำขบวน เอาหงส์ ออกจากขวด เห็นแล้วอยากเปลี่ยนสโลแกนใหม่ว่า "หักค่าใช้จ่ายแล้ว นำเข้าธนาคารบุญ"
คนชายขอบแบบเรา ๆ ท่าน ๆ บางครั้งจะทำบุญก็เข้าไม่ถึงบาตรเพราะทั้งเทวดา นางฟ้า เหล่าคนธรรพ อีกทั้งผู้มากบารมี ห้อมล้อมบาตรจนไม่มีช่องว่างให้เราท่านเข้าถึงบาตร ทำได้เพียงถวายท่านโดยโยนข้าวต้มใส่บาตร
คุณตาท่านหนึ่งแห่งชุมชนวัดกรอบ อ. ควนเนียงท่านทำ "การตลาดบุญ" ถูกใจเลยนำมาเผยแพร่ ท่านยังการันตีว่าทุกบาททุกสตางค์ใน "ข้องบุญ" ของท่าน นำเขาธนาคารบุญโดยไม่หักค่าใช้จ่าย ท่านกลัวบาป
ท่านเล่าให้ฟังว่า ลากพระปีก่อน ท่านแต่งองค์เป็นเงาะป่าทาตัวด้วยแมดหม้อ(สีดำ)ท่านว่า "ปีนี้เงาะป่ามาไม่ได้ เพราะแต่งงานกับน้องบินหลาอายุ 13 ปี เลยไม่ว่าง" จึงเกิดไอเดียเป็นพระสังข์ชุบตัวด้วยสีทองถือคันเบ็ดออกมาหา "ปลาบุญ"
คนเฒ่า คนแก่บ้านเรา บอกว่า "ลากพระหลบหลังแล้วฝนจะตกอันเป็นฤดูทำนา" เมฆฝนตั้งเค้ามาแต่ไกล แต่ปีนี้นาข้าวแห้ง นาดอนไม่มีน้ำ ขอฝนกันไหม ขอกับใครดีละ ...เอาฤดูฝนปกติกลับมาบ้านเรา
มนัส จันทร์ณรงค็
Relate topics
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 82: เภสัชวิทยาแห่งดอกดิจิทัลลิส
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 81: ประปาดื่มได้
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 80 : วัวนมกับเกษตรวิถีแห่งโลกตะวันตก
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 79: ทุ่ง rapeseed กับคุณลุงชไมเซอร์
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 78: บรัสเซลส์ เมืองหลวงแห่งยุโรป
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 77 : ประท้วง สิทธิในการแสดงออกที่ต้องขออนุญาต
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 76 : แต่ระบบสวัสดิการสังคมในยุโรปกำลังสั่นคลอน
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 75 : ย่านโคมแดง แข่งแสงจันทร์
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 74 : เวลา นาฬิกา และชีวิตที่ต้องเดินเร็ว
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 73: หลังคาพลังแสงอาทิตย์