ถนอม ขุนเพ็ชร์
กลับจากชิงเปรตสองพี่น้องมานั่งสรุปผลงาน
คนพี่โชว์เหรียญห้าบาทมัดใส่ถุงพลาสติคจิ๋วสองใบ อย่างนี้แถวบ้านผมเรียกว่า “กำพริก”หว่านแจกทาน คนแย่งมาได้เป็นบุญ
ไม่มีใครรู้ว่าเขาเก็บมันได้ตอนไหน, ผมอยู่ร่วมเหตุการณ์ด้วยนึกถึงมัคทายกผู้ยืนอยู่บนหลาเปรตสูงท่วมหัวหว่านกำพริกเปิดนาทีชิงเปรตประจำปี หลังจากนั้นเหรียญตกลงมาเหมือนห่าฝน แต่คนที่ยืนรอรับข้างล่าง หนาแน่นจนเหรียญตกไม่ถึงพื้น อันที่ตกคลุกทรายทุกคนจะกลุ้มรุมแย่งฝุ่นตลบ
ผมพยายามแล้วพยายามอีก แต่ไร้ผลได้ทรายมาหนึ่งกำมือและบนหัว
เจ้าน้องชายเพิ่งนึกได้ว่าไม่ได้เหรียญห่อถุงพลาสติกเขาทำฤทธิ์จะเอาบ้าง ผมเสนอเหรียญสิบบาทเป็นการปลอบใจ เขาไม่ยอมเหตุเพราะว่ามีเหรียญเดียวและยังไม่ได้ห่อถุงพลาสติก หรือถ้าให้ควรจะโยนให้เหมือนตอนชิงเปรต
ผมพยายามเจรจาด้วยดีแต่เขาไม่ยอมรับฟัง เสียงผมจึงดังขึ้นเรื่อยๆ และกำลังเข้าสู่มาตรการปราบปรามขั้นเด็ดขาด บังเอิญว่าแม่ผม (ย่าพวกเขา)เดินผ่านมา แกยอมควักเงินให้หลานคนเล็กยี่สิบบาท พร้อมอธิบายความพิเศษของเงินยี่สิบบาทที่แม้จะไม่อยู่ในถุงพลาสติกแต่มูลค่ามากกว่า( =โปเต้ 4 ซอง) ทุกอย่างยุติลงชั่วคราว อย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
เจ้าตัวเล็กมีไม้เด็ดอยู่ในถุงกรอบแกรบใบย่อมที่เขาแย่งมาได้ เขาทะนุถนอมเป็นพิเศษเหมือนสมบัติสิ่งเดียวในชีวิต และยังไม่ได้เปิดเผยออกมา อันดับต่อไปเรามานั่งลุ้นกันว่าในนั้นมีอะไร
ผมได้รับอนุญาตให้เป็นคนฉีกถุงออกมาอย่างใจร้อน มีขนมต้ม ข้าวสาร กะปิ ขนมลา ข้าวของใส่ให้เปรตตามประเพณีหลายอย่างซึ่งไม่อยู่ในความสนใจ แต่รังนกขวดหนึ่งนั่นดูดีมีสง่ากว่าสิ่งอื่นใด ขวดสีใส ฉลากแดงรูปนกนางแอ่นสีดำ แม้จะเป็นรังนกเก๊ราคาขวดละ 11 บาทก็เถอะ นับเป็นความภาคภูมิใจของคนที่ไม่ได้เหรียญห่อพลาสติกกลับมายิ่งนัก เขายื่นมือไปหยิบขวดรังนกอย่างผู้มีชัย ยื่นให้ผมเป็นคนเปิดปากขวด
ผมแกะฝาขวดออกอย่างง่ายดาย ส่งกลับให้พรีเซนเตอร์รังนกยี่ห้อดังดื่มต่อหน้ากล้องทีวีซึ่งก็คือพี่ชายผู้กำลังทำหน้าจ๋อยๆ ก้มหน้ามองสองเหรียญมูลค่าสิบบาทอย่างไม่ค่อยมั่นใจตัวเอง
เขาถามเพื่อย้ำความมั่นใจอีกครั้งว่าดื่มได้หรือยัง ทุกคนพยักหน้าเขาจึงเทลงคออย่างผู้มีชัย แต่เพียงหยดแรกเท่านั้นมีอันต้องพ่นพรวดออกมาสุดแรงเกิด กระเด็นเป็นฝอย เปียกพื้นปูนหน้าบ้าน
“น้ำเปล่า” เขาพูดเบาเหลือเกิน หน้าหุบลง ผิดกับฝ่ายพี่ชายหัวเราะสุดเสียงพร้อมพูดทวนคำนั้นดังๆ ให้ได้ยินทั่วกัน
ผมสงสารเขาจับใจแดดซีดของยามบ่ายกับความผิดหวังที่มีกลิ่นดอกไม้รสเปรี้ยวจางๆ ลอยมาตามลม.
Relate topics
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 82: เภสัชวิทยาแห่งดอกดิจิทัลลิส
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 81: ประปาดื่มได้
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 80 : วัวนมกับเกษตรวิถีแห่งโลกตะวันตก
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 79: ทุ่ง rapeseed กับคุณลุงชไมเซอร์
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 78: บรัสเซลส์ เมืองหลวงแห่งยุโรป
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 77 : ประท้วง สิทธิในการแสดงออกที่ต้องขออนุญาต
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 76 : แต่ระบบสวัสดิการสังคมในยุโรปกำลังสั่นคลอน
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 75 : ย่านโคมแดง แข่งแสงจันทร์
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 74 : เวลา นาฬิกา และชีวิตที่ต้องเดินเร็ว
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 73: หลังคาพลังแสงอาทิตย์
จู (Not Member)
Little Bear
จูพเนจร