1.
อาจเป็นเพราะน้ำที่นองไหลบนพื้นแล้วผมไม่ได้สังเกต หรือไม่ก็เพราะเส้นชีวิตผมขมวดปมยุ่งเหยิงอีกครั้ง ผมก้าวไปข้างหน้า ก้าวเดียว เท้ากับน้ำทำปฎิกริยาเข้าหากัน เส้นเวลาแห่งจักรวาลกดทบลงมาที่หัวผมให้เอียงเผล่ ล้มแผละลงด้านข้าง
ผมเริ่มอึดอัดใจ
ผนังห้องน้ำเปลือยเปล่าสีปูนแข็งกระด้าง ชืดชา เหินห่าง พลันสลายวับ ผมเห็นดวงดาวเปล่งแสงพราว ในห้วงความมืดอันเวิ้งว้าง ผมเห็นพี่ชายคนโต เห็นพี่สาว ทั้งคู่โบกมือให้ผม พร้อมกับเสียงของหนักๆกระทบกันแว่วก้อง
ทั้งสองคนโบกมือให้อีก ผมอยากจะพูด...แต่ไม่มีเสียงออกจากปาก
ผมอยากจะพูด...มีแต่เสียงอ้อแอ้
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหัวที่หนักอึ้งเพราะเก็บงำความลับแห่งชีวิตไว้มาก หรือความหัวดื้อของผมที่แม่เคยว่า หรือว่ามีมือลึกลับแห่งชะตากรรมมาผลักให้เอียงเผล่ วินาทีที่หัวด้านซ้ายฟาดเข้ากับขอบอ่างล้างหน้า ผมรู้สึกถึงโลกทั้งใบกดทับลงมาที่หัวใจ
ร่างที่แบกน้ำหนักว่า 70 กิโลและวันเวลากว่า 70 ปี
เอียงวูบ...
มืด
อ้างว้าง
หนาวเยือก
เสียงลั่นเปรียะก้องอยู่ในหัว หูผมอื้อไปชั่วขณะ แล้วผมเห็นขาตัวเองซีดขาวทีละน้อย
เวลาผ่านไป ผ่านไปช้าๆ ก้นเริ่มปวดระบม เหมือนมีเศษอะไรสักอย่างฝังลึก ขาข้างหนึ่งชาด้าน สมองด้านซ้ายเริ่มมึนชา ควบคุมไม่ได้
วินาทีต่อมา ใบหน้าของพี่ชายหายไป ผมเห็นกระจกห้องน้ำสะท้อนภาพของประตู ภาพวาดสีน้ำเลอะเลือน
พลันผมนึกถึงแม่
แม่เคยอาบน้ำให้ผม อาจเป็นที่ใดที่หนึ่งของบ้านหลังนี้ บ้านไม้สองชั้น หน้าบ้านมีโอ่งน้ำ ต้นมะม่วงป่า แล้วก็กระดังงา เสียงน้ำที่ไหลราดชุ่มเปียกดิน ดึงดูดความสนใจผมให้ละสายตาจากมือของแม่ที่กำลังจ้วงตักน้ำในโอ่ง
ผมรับรู้ได้ถึงความเย็นละมุนฉ่ำชื้นของน้ำที่รินไหลอาบร่าง ผมสะบัดตัว แม่ยื่นมือมาบิดหู
ผมลืมตา ผมเห็นห้องสี่เหลี่ยมแข็งกระด้าง
ผมส่งเสียงร้องเรียก
"ช่วยด้วย"
สิ่งมีชีวิตอยู่ตรงไหนกันบ้างหนอ? ทำไมมีแต่ความเงียบ เงียบงึม เงียบจนได้ยินแต่เสียงหายใจ เงียบจนได้ยินแต่เสียงหัวใจ
ผมส่งเสียงร้องเรียกอีก
ผมส่งเสียงร้องเรียกอีก
ไม่มีใครขานรับ
2.
ขา งอพับ ผมนึกถึงหอยที่มีแต่เนื้อขาวๆอ่อนแอไร้เปลือกหุ้ม หอยที่อ่อนปวกเปียก ผมเหมือนเด็กอีกครั้ง ร่างเปล่าเปลือย ขาผมด้านชา น้ำหนักทั้งโลกที่กดทับลงมาทำให้ผมขยับเขยื้อนไม่ได้
ผมนึกถึงแม่...
3.
สามวันผ่าน
โลกรอบกายมีแต่ความมืด อ้างว้าง หนาวเยือก
มืด อ้างว้าง หนาวเยือก
สามวันผ่าน
โลกรอบกายมีแต่ความมืด อ้างว้าง หนาวเยือก
มืด อ้างว้าง หนาวเยือก
แล้วผมก็ได้ยินเสียงเคาะประตู เสียงคนร้องเรียก เสียงทุยประตู ผมไม่มีเสียงขานรับอีกแล้ว
แม่... ทำไมไม่รู้ ผมนึกถึงแต่แม่ ผมไม่สนใจคนอื่นอีกต่อไป ต่อให้มีนางฟ้าเทวดามาปรากฏกายตรงหน้า ผมก็ไม่สนใจ ผมเห็นแม่ เห็นรอยยิ้มของแม่ขณะยื่นขนมถ้วยในมือให้ผม เห็นสีหน้ากราดเกรี้ยวฉุนเฉียว เห็นสีหน้าเปี่ยวแววกังวล...ผมเมาพับไร้สติ เห็นสีหน้าเปี่ยมความสุข...ผมบวชให้แม่ ภาพอดีตหมุนวนเข้ามา
ผมรักแม่เหลือเกิน ผมบอกตัวเอง
ผมไม่สนใจอะไรอีกต่อไป แม้ว่าจะมีมืออีกมากมือที่เคลื่อนเข้ามา มีใบหน้าอีกมากที่เคลื่อนเข้ามา แต่ผมไม่เห็นใคร นอกจากแม่
พวกเขาพาผมออกจากบ้าน แม่ครับ พวกเขาพาผมไปไหน?
4.
สามวันผ่าน
โลกรอบกายมีแต่ความมืด อ้างว้าง หนาวเยือก
มืด อ้างว้าง หนาวเยือก
ผมอาศัยน้ำในก็อกประทังชีวิต และมีแม่เป็นเพือน...
Relate topics
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 82: เภสัชวิทยาแห่งดอกดิจิทัลลิส
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 81: ประปาดื่มได้
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 80 : วัวนมกับเกษตรวิถีแห่งโลกตะวันตก
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 79: ทุ่ง rapeseed กับคุณลุงชไมเซอร์
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 78: บรัสเซลส์ เมืองหลวงแห่งยุโรป
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 77 : ประท้วง สิทธิในการแสดงออกที่ต้องขออนุญาต
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 76 : แต่ระบบสวัสดิการสังคมในยุโรปกำลังสั่นคลอน
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 75 : ย่านโคมแดง แข่งแสงจันทร์
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 74 : เวลา นาฬิกา และชีวิตที่ต้องเดินเร็ว
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 73: หลังคาพลังแสงอาทิตย์