สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

แค่ “เลือกกิน” ก็ลดวิกฤติ “โลกร้อน” ได้

by wanna @17 พ.ย. 49 10:26 ( IP : 222...2 ) | Tags : สาระน่ารู้

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 16 พฤศจิกายน 2549 18:52 น.

  ไม่ต้องรอให้พี่เบิ้มสหรัฐวางมาตรฐานลดการปล่อยคาร์บอน ไม่ต้องคอยให้ออสเตรเลียหันมาสนใจปัญหา "โลกร้อน" เพราะคุณก็กู้วิกฤตให้โลกได้เพียงแค่ "เลือกกิน"
      แนวคิดดังกล่าวเป็นผลพลอยได้จากการทำโครงการรอยเท้าทางนิเวศน์ในโรงเรียนหรือ "อีโค-ฟุตพริ้นท์" (School Ecological Footprint Challenge) เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ของบริติช เคานซิล ประเทศไทย (British Council) ร่วมกับสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย และกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเริ่มดำเนินการกับ "โรงเรียนในฝัน" ของกระทรวงศึกษาธิการ 31 แห่ง โดยการอบรมให้ความรู้ครู-อาจารย์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และจะได้ขยายผลไปยังโรงเรียนอื่นๆ อีก 600 โรงเรียนทั่วประเทศ ภายในเวลา 9 เดือน
      ทั้งนี้ น.ส.จูแพน่า เพ็ญเพชรศักดิ์ นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนกาวิละวิทยาลัย จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็น 1 ในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ กล่าวว่าในการใช้ทรัพยากรใน 6 อย่างคือพลังงานไฟฟ้า น้ำ การเดินทาง อาคาร อาหารและขยะนั้น อาหารดึงทรัพยากรจากธรรมชาติออกมาบริโภคมากที่สุด เพราะทุกคนต้องกินและเป็นสิ่งที่ห้ามไม่ได้ แต่อยากให้คิดและคำนึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น โดยการเลือกกินอาหาร
      "อย่างบนโต๊ะอาหารมีน้ำดื่มในขวดแก้วกับขวดพลาสติกจะเลือกอย่างไหน ถ้าดื่มในขวดพลาสติก ขวดพลาสติกก็จะมีกระบวนการผลิตมากกว่าขวดแก้วและต้องเอาไปทิ้ง แต่ถ้าเลือกขวดแก้วดื่มเสร็จแล้วก็คืนขวดเพื่อเวียนกลับมาใช้ต่อได้ หรือเลือกดื่มน้ำเปล่าแทนแทนน้ำอัดลม เพราะน้ำอัดลมมีกระบวนการผลิตมากกว่าน้ำเปล่า ต้องใช้ทั้งพลังงานไฟฟ้า น้ำ พลังงานคน ซึ่งคนมาทำงานก็ต้องยานพาหนะซึ่งก็ดึงทรัพยากรมาใช้อีก" น.ส.จูแพน่าอธิบายถึงการเลือกกินที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากรได้
      สำหรับรอยเท้าทางนิเวศน์นั้นเป็นการวัดผลกระทบที่บุคคล โรงเรียน เมือง หรือประเทศมีต่อสิ่งแวดล้อม โดยคิดเป็นปริมาณของพื้นที่บนโลกที่ต้องใช้เพื่อผลิตทรัพยากรในการตอบสนองความต้องการทั้งหมดแก่มนุษย์ รวมทั้งกระบวนการจัดการกับของเสียทั้งหมด ทั้งนี้วัดจากการบริโภคและขยะที่เกิดจากการบริโภค
      ตัวอย่างง่ายๆ ของการวัดรอยเท้าทางนิเวศน์ เช่น การขับรถที่ให้ของเสียเป็นก๊าซต่างๆ นั้น สามารถแปรเป็นค่าของต้นไม้และพื้นที่ของต้นไม้สำหรับดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อนทั้งหมด หากการขับรถคันหนึ่ง 1 กิโลเมตรทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 160 กรัม และ 1 ปีขับรถ 10,000 กิโลเมตรจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 1.6 ตัน หากต้องใช้ป่าพื้นที่ 1 เฮคตาร์หรือประมาณสนามฟุตบอลซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 3 ตันต่อปี ก็จะต้องใช้ป่า 0.53 เฮคตาร์กำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการขับรถ 1 คันตลอดทั้งปี
      ด้าน นายพงษ์ศักดิ์ เล็กบุญญาสิน อาจารย์โรงเรียนกาวิละวิทยาลัย ซึ่งเข้าอบรมในโครงการดังกล่าว เผยว่าทางโรงเรียนเข้าร่วมกิจกรรมทางด้านสิ่งแวดล้อมเสมอ สำหรับกิจกรรมนี้จะเน้นที่จิตสำนึกมากกว่าความรู้ และอยากให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงๆ โดยเฉพาะในการเลือกกินอาหารซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมได้มาก ซึ่งอยากให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในการลดขยะจากอาหารมากกว่าแค่การกวาดขยะ
      ขณะที่ มร.แอนดรูว์ เพียซ (Mr.Andrew Fearce) อัครราชทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย กล่าวว่าคนส่วนใหญ่ไม่เห็นความสำคัญของปัญหาโลกร้อน ทั้งนี้เขาได้สัมผัสกับปัญหาด้วยตัวเองเมื่อครั้งพาครอบครัวกลับไปเยี่ยมบ้านที่อังกฤษ เพราะพบว่าอากาศที่นั่นร้อนกว่าฤดูร้อนของเมืองไทยเสียอีก แต่พ่อแม่ของเขากลับไม่เห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่ เมื่อเข้ากลับมาคุยกับคนไทยก็ได้ความเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ใหญ่เกินกว่าความรับผิดชอบของประเทศเล็กๆ อย่างไร ส่วนหนังสือพิมพ์หรือรายการโทรทัศน์ก็ไม่ค่อยนำเสนอเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้เพราะอาจเป็นเรื่องที่ยากจะเขียน
      อย่างไรก็ดี มร.แอนดรูว์ได้ยกตัวอย่างภาพยนตร์ An Inconvenient Truth ที่อัล กอร์ (Al Gore) อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้แสดงให้เห็นกราฟของปริมาณคาร์บอนที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ผ่านมา ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นนักวิทยาศาสตร์ก็เข้าใจได้ว่าปริมาณคาร์บอนที่เปลี่ยนแปลงมากขนาดนั้นจะเกิดปัญหากับเราอย่างไรบ้าง และไม่ใช่ปัญหาที่จะให้คนอื่นรับผิดชอบแต่เป็นปัญหาที่เราทุกคนต้องรับผิดชอบโลกของเรา คน 1 คนปิดคอมพิวเตอร์ ปิดไฟอาจจะมีส่วนช่วยได้นิดหน่อย แต่หากคนไทยทั้ง 60 ล้านทำก็จะมีส่วนช่วยได้จริงๆ
      "ทุกคนต้องมีส่วนรับผิดชอบโลกเราจริงๆ โลกเราไม่ได้มีท่อต่อน้ำมันมาจากที่อื่น เมื่อน้ำมันที่โลกหมดก็ไม่สามารถกดปุ่มให้น้ำมันไหลมาจากดวงจันทร์ หรือดาวอังคาร ทรัพยากรที่มีอยู่ในโลกก็มีเท่าที่มี นั่นคือสิ่งที่เรามีเท่ากัน ถ้าเราไม่รักษาโลกเราไว้ อาจจะไม่ใช่รุ่นเราที่มีปัญหา แต่ปัญหาจะมาอีก 30-40 ปี คนที่อายุน้อยกว่า ลูกหลานของเราจะได้รับผลกระทบ ซึ่งเราต้องรับผิดชอบ" มร.แอนดรูว์
      สำหรับโครงการรอยเท้าทางนิเวศน์นั้นได้เปิดให้มีการแข่งขันระหว่างโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้คำนวณผลกระทบของโรงเรียนที่มีต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อเรียนรู้ว่าทรัพยากรใดที่ใช้กันโดยทั่วไปและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากน้อยเพียงใด โดยการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.britishcouncil.or.th/ecofootprint ซึ่งจะมีโปรแกรมสำเร็จรูปช่วยคำนวณผลกระทบและค่ารอยเท้าทางนิเวศน์ต่อการใช้ทรัพยากรต่างๆ ในโรงเรียนได้

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว