โดย ผู้จัดการออนไลน์ 16 พฤศจิกายน 2549 11:21 น.
นครศรีธรรมราช - สสจ.เมืองคอนเตือนภัยพืชมีพิษที่เรียกว่า "โหรา" ซึ่งมักจะมีการนำมาปรุงเป็นอาหารแบบปลอมปนหรือทดแทนพื้นกินได้ประเภท "อ้อดิบ" หรือ "คูน" หลังพบร้านข้าวแกงปรุงขายจนทำให้ลูกค้าถูกหามส่งโรงพยาบาลระนาว
จากกรณีเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุการณ์ชาวบ้านจำนวนมาก รวมทั้งพนักงานธนาคารแห่งหนึ่งที่มีการรับอาหารปิ่นโตเป็นประจำจากร้านข้างแกงย่านตลาดหัวอิฐ ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยหลังจากรับประทานได้เกิดอาการน้ำลายฟูมปาก ช็อกหมดสติ และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลนับสิบราย ซึ่งเบื้องต้นแพทย์ไม่สามารถวินิจฉัยอาการได้ว่าเกิดจากสาเหตุใด แต่สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นเพราะอาหารเป็นพิษ ซึ่งในมื้อเที่ยงของวันที่เกิดเหตุนั้นมีรายการอาหาร คือ แกงเหลืองคูน (อ้อดิบ) กับปลากะพงขาว และปลาช่อนแดดเดียว
ต่อมาภายหลังได้มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และเจ้าหน้าที่กองอนามัยสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ได้เข้าทำการสืบสวนถึงสาเหตุของอาการดังกล่าว ซึ่งชั้นแรกสันนิษฐานว่าอาจจะเกิดจากสารเคมีปนเปื้อนในผัก และเนื้อสัตว์ที่นำมาปรุงเป็นอาหารจำหน่ายจากร้านข้าวแกงดังกล่าว
แต่ในที่สุดก็พบว่า สาเหตุนั้นเกิดจากบริโภคพืชพิษที่เรียกว่า "โหรา" ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับผักพื้นบ้านที่นำมาประกอบอาหารคือต้น "อ้อดิบ" หรือ "คูน" โดยทั้งหมดนั้นไม่ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีหรือมีการชดใช้ค่าเสียหายใดๆ เนื่องจากร้านข้าวแกงผู้ปรุงอาหารเป็นเครือญาติกับทางเจ้าหน้าที่ธนาคาร ซึ่งทางผู้ปรุงได้แจ้งว่าได้ซื้อ "อ้อดิบ" แบบหั่นสำเร็จรูปมาจากตลาดแล้วมาปรุงทันทีโดยไม่รู้ว่ามี "โหรา" เจือปน โดยทางผู้ที่ได้รับพิษเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุ จึงไม่ได้มีการดำเนินการทางกฎหมาย
เกี่ยวกับเรื่องนี้ นพ.นพพร ชื่นกลิ่น นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ปกติแล้วในแต่ละภูมิภาคจะมีภูมิปัญญาในการนำพืชผักท้องถิ่นมารับประทานได้ แต่บางชนิดมีลักษณะคล้ายกับพืชที่รับประทานได้ โดยเข้าใจผิด หรือจัดเตรียมอาหารไม่ถูกวิธี เช่น พืชตระกูลบอนจำพวกนี้อยู่ในวง Araceae (อาราซี) เป็นพืชชนิดหนึ่งที่ประชาชนรู้จักกันโดยทั่วไป และนิยมนำมาประกอบอาหาร ทั้งแบบปรุงและแบบผักสด แต่พืชในตระกูลนี้ทุกส่วนมีผลึกแคลเซียมออกซาเลต เป็นผลึกรูปเข็มไม่ละลายน้ำ ซึ่งเป็นอันตรายหากสัมผัสจะทำให้เกิดการระคายเคือง เป็นผื่นคัน ขณะสัมผัสควรสวมใส่ถุงมือ หากน้ำยางเข้าตาจะทำให้ตาอักเสบ และอาจจะถึงตาบอดได้
กรณีนี้ที่รับประทานเข้าไป ผลึกแคลเซียมออกซาเลตจะทำให้เกิดอาการระคายเคือง ทั้งนี้พืชตระกูลนี้มีหลายชนิดทั้งที่รับประทานได้ และรับประทานไม่ได้ ลักษณะที่สำคัญคือ ใบมีความคล้ายคลึงกัน ทำให้ผู้ที่รับประทานเข้าไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จะต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลอยู่เสมอ พืชตระกูลบอนที่รับประทานได้มีชื่อเรียกภาษาถิ่นทางภาคใต้ว่า "อ้อดิบ" ภาคกลางเรียก "คูน" ภาคเหนือเรียก "กระดาษขาว"
นพ.นพพร ยังกล่าวต่ออีกว่า ส่วนพืชที่เป็นปัญหาที่ทำให้ต้องรักษาตัวคือ "โหรา" หากรับประทานเข้าไปจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองในลำคอ ปาก ลิ้น ทำให้ลิ้นแข็ง ไม่สามารถพูดได้ ซึ่งควรระวังเป็นอย่างมาก เนื่องจากพืชทั้งสองชนิดนี้มักจะขึ้นปะปนกัน ควรสังเกตให้ชัดเจน ลักษณะที่สำคัญระหว่าง "อ้อดิบ" ที่รับประทานได้ และ "โหรา" ที่เป็นพืชพิษ
"โหรามีลักษณะใบใหญ่ สีเขียวเข้ม หนากว่าใบของอ้อดิบที่มีขนาดเล็กและบาง และสีเขียวอ่อนกว่า ในส่วนของก้านใบมีสีขาวนวล ส่วนโหราจะมีก้านใบอยู่ริมขอบใบ แต้อ้อดิบมีก้านใบขยับจากขอบใบเข้าไปเล็กน้อย" นพ.นพพร กล่าว และว่า
กรณีรับประทานเข้าไปแล้วรู้สึกผิดปกติ ให้หยุดรับประทานทันที รีบล้างปาก ดื่มนมเย็นหรือไอศครีมเพื่อลดอาการระคายเคืองเฉพาะที่ ข้อสำคัญไม่ควรทำให้อาเจียน เพราะจะทำให้สารพิษสัมผัสเยื่อบุปากและคออีกครั้ง แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว
Relate topics
- 28 มกราคม 55 - เปิดตลาดนัดสุขภาพสายใยชุมชน
- ผลวิจัยคุณภาพชีวิตรอบโรงงานเปรียบเทียบในจะนะ
- ชวนลูก จูงหลาน ขี่รถ แลเขาคูหา
- ชวนชาวสงขลาร่วมช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยคาบสมุทรสทิงพระ
- สมัชชาสุขภาพกับการพัฒนาประเทศ
- ห้องเรียนท้องนาจะเปิดเรียนแล้วนะ
- 19 ส.ค. 53 13.30-15.30 น. ถ่ายทอดสดคลินิกทางไกล จากศูนย์เรียนรู้ สจรส. มอ.
- ขอเชิญร่วมโครงการเดินเพื่อสันติปัตตานี
- รางวัลสนับสนุนชุมฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่า
- รวมน้ำใจเพื่อช่วยสร้างอาคารใหม่ "มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” เหยื่อป่วนเผาเมือง
apinan_am@hotmail.com (Not Member)