สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

'จิระนคร' ผู้สร้างหาดใหญ่ (1)

by wanna @12 ต.ค. 49 12:22 ( IP : 58...11 ) | Tags : สาระน่ารู้

10 ตุลาคม 2549 18:05 น. กรุงเทพธุรกิจ

เรื่อง: ไพศาล รัตนะ
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : "โคกเสม็ดชุน" คือชื่อเดิมในอดีต ของอำเภอหาดใหญ่ในปัจจุบัน ตามคำบอกเล่ามีลักษณะทางภูมิศาสตร์เป็นเนินสูงมีผู้คนอาศัยอยู่ไม่มากนัก การคมนาคมไม่สะดวกเต็มไปด้วยป่าต้นเสม็ดชุน ซึ่งกลายเป็นชื่อที่เรียกขานชุมชนที่ตั้งริมคลองอู่ตะเภาว่า "บ้านโคกเสม็ดชุน"

น้อยคนนักจะรับรู้เรื่องราวความเป็นมาจากอดีตสู่ปัจจุบันของนครหาดใหญ่ ว่าปัจจัยใดที่พลิกโฉมหมู่บ้านโคกเสม็ดชุน ให้เป็นหัวเมืองที่มีศักยภาพด้านการค้าการขายในภูมิภาค

หนึ่งในผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่คนรุ่นหลังควรศึกษาคือ "เจียกีซี" แห่ง ตระกูลจิระนคร ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นคนวางรากฐานสาธารณูปโภคของเมืองนี้

"นายเจียกีซี" หรือที่รู้จักในนาม ขุนนิพัทธ์จีนนคร ต้นตระกูล "จิระนคร" เกิดเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2429 ที่บ้านตำบลจูไฮ อำเภอเหมยเซี่ยน มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน เป็นบุตรคนที่ 4 ในบรรดาพี่น้อง 6 คน ของ "นายเจียชุ้นหลิน" และ "นางหลิ่มคอนกู" เป็นหลานปู่ของ "นายเจียหยุ่นฟอง" และ "คุณย่าแซ่หย่อง" ชื่อ "ฉื่อเฉา"

"นายเจียกีซี" ในวัยเยาว์ได้รับการอบรมศึกษาจากคุณปู่ซึ่งเป็นอาจารย์มาเป็นอย่างดี เมื่อคุณปู่สิ้นชีวิตลง บิดาของ "นายเจียกีซี" ได้เดินทางไปประกอบอาชีพส่วนตัวที่เมืองฮาป้าฮี

กระทั่ง "นายเจียกีซี" มีอายุ 17 ปี จึงได้เดินทางไปที่เมืองฮาป้าฮีเพื่อช่วยบิดาประกอบกิจการค้าขาย จนกระทั่งอายุ 19 ปี จึงได้อพยพถิ่นฐานมาทำกินบนผืนแผ่นดินสยาม

"นายเจียกีซี" ออกเดินทางจากจีนแผ่นดินใหญ่มายังประเทศสยามในปี พ.ศ.2447 ซึ่งโดยสารมากับเรือของบริษัทญี่ปุ่นขนาดระวาง 1,000 ตันกร๊อส บรรทุกผู้โดยสาร 500 คน ผจญคลื่นลม 7 วัน 7 คืน กระทั่งเรือเข้าเทียบท่าบางกอก

เมื่อถึงแผ่นดินสยาม "นายเจียกีซี" เริ่มต้นหารายได้ด้วยการเข้าทำงานทำงานที่ร้านจำหน่ายสุราต่างประเทศ (ยี่ห้อเต็กเฮงไท้) ที่บางกอก ซึ่งเป็นกิจการของ "นายหย่องเฮี้ยงชิ้ว" ผู้เคยเป็นศิษย์ของคุณปู่ โดยทำงานอยู่ที่ร้านจำหน่ายสุราได้ระยะหนึ่งก็ลาออกไปเผชิญโชคด้วยตัวเองอีกครั้ง

บางกอกในปี พ.ศ.2448 เป็นยุคปฎิรูปการปกครอง จัดกระทรวงทบวงกรมใหม่ ทั้งในด้านการชลประทาน การรถไฟ การเกษตร การตั้งโรงไฟฟ้า กรมไปรษณีย์โทรเลข การประปา ฯลฯ ต่อมาในปี พ.ศ.2452 พระบาทสมเด็จพระปิยะมหาราช มีพระบรมราชโองการให้สร้างทางรถไฟสายเพชรบุรีจรดสุดชายแดนภาคใต้

"นายเจียกีซี" จึงได้ตัดสินใจสมัครเข้าทำงานกับบริษัทรับเหมาสร้าทางรถไฟสายนี้โดยได้รับหน้าที่เป็นผู้ตรวจการและผู้จัดการทั่วไป

เหตุการณ์ครั้งนี้เองที่ทำให้เข็มทิศชีวิต ของ "นายเจียกีซี" มุ่งสู่ดินแดนดามขวานของสยามประเทศเป็นครั้งแรก ซึ่งงานสร้างทางรถไฟในสมัยนั้นเป็นไปด้วยความยากลำบาก

ประกอบกับปักษ์ใต้ยังคงมีพลเมืองน้อยสภาพทางภูมิศาสตร์เป็นป่าทึบ และยังมีโรคไข้ป่าแกพร่ระบาด บางแห่งเป็นที่ลุ่มน้ำขึ้นสูง ส่งผลให้งานที่ดูแลก้าวเดินไปอย่างล่าช้า

แต่กลับเป็นเรื่องดีต่อ "นายเจียกีซี" ที่ได้มีโอกาสศึกษาสภาพชีวิตและเรียนรู้ขนบธรรมเรียมของผู้คนในพื้นที่ภาคใต้อย่างใกล้ชิด

"นายเจียกีซี" ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมงานถางป่าให้เป็นแนวกว้างประมาณ 40 เมตร เพื่อเป็นแนวทางการลงดิน ลงหินสำหรับวางเส้นทางรางรถไฟ เนื่องจากการสร้างทางรถไฟมีระยะทางยาวหลายร้อยกิโลเมตร จึงต้องแบ่งงานออกเป็นช่วงๆ ช่วงละ 30 กิโลเมตร

แต่ละช่วงมีโรงงานขนาดใหญ่กว่า 10 แห่งมีคนงานช่วงละ 200 คน มีนายช่างชาวอิตาลีเป็นผู้ดำเนินการทางเทคนิคพร้อมผู้ช่วยชาวเอเชียอีก 2 คน

คนงานสร้างงานรถไฟส่วนใหญ่เป็นชาวจีนหลายภาษาจึงต้องแบ่งหน้าที่การงานโดยให้ "ชาวจีนแคะ" ทำหน้าที่บุกเบิกถางป่า ชาวจีนแต้จิ๋วทำหน้าที่โกยดินถมทางสูงประมาณ 4 เมตรครึ่ง ชาวจีนกวางตุ้งทำหน้าที่โรยหินบนดินที่ถมไว้เพื่อเป็นแนวทางรถไฟ

บางครั้งงานที่ทำเสร็จเรียบร้อยแล้วถูกน้ำป่าเซาะทลายก็ต้องเริ่มต้นงานใหม่อีกตลอดเส้นทางการสร้างรถไฟสายใต้นี้ต้องใช้คนงานทั้งหมดหลายพันคน ซึ่งเจียกีซีต้องสูยเสียเพื่อนจากแผ่นดินใหญ่ในเหตุการณ์ครั้งนี้ไปหลายชีวิต

สำหรับการสร้างรถไฟสายใต้ส่วนกลางได้กู้เงินจากอังกฤษเพื่อการนี้ โดยเฉพาะวัสดุก่อสร้างสำเร็จรูปต่างๆ ล้วนมาจากอังกฤษทั้งสิ้น โดยในการก่อสร้างได้ส่งปูนซีเมนต์มาก่อเป็นตอสะพาน แล้วจึงส่งสะพานสำเร็จรูปมาวางให้พอดี ขนาดของสะพานเหล็กนี้มีตั้งแต่ 30-80 ตัน

โดยการลำเลียงปูนซีเมนต์และรางเหล็กจากเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ต้องลำเลียงผ่านทางน้ำและทางบกเป็นทอดๆ ไป จนถึงอำเภอและจังหวัดต่างๆ

ช่วงเวลาดังกล่าว "นายเจียกีซี" ได้สั่งสมประสบการณ์และอาศัยเรียนรู้วิชาการต่างๆ จากนายช่างฝรั่งด้วยวิธีครูพักลักจำ นานแรมเดือนแรมปีกระทั่งมีความเข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่ง จนในที่สุดโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายใต้ได้บุกบั่นมาถึง "บ้านน้ำน้อย" (ครึ่งทางระหว่างสงขลา-หาดใหญ่) ซึ่อเป็นจุดพลิกผันชะตาชีวิตครั้งสำคัญของ "นายเจียกีซี"

เส้นทางชีวิตของเจียกีซีจากนี้จะเป็นอย่างไร และมีเรื่องราวที่น่าสนใจก่อนเดินก้าวย่างไปสู่ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นบุคคลสำคัญในการวางผังเมืองนครหาดใหญ่ !!! โปรดติดตามได้ในตอนต่อไป

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว