น.ส.สุพัตรา ธนเสนีวัฒน์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เปิดเผยว่าจากการวิเคราะห์สถานการณ์สหกรณ์กองทุนสวนยางทั่วประเทศ พบว่า มีจำนวนมากถึง 725 แห่ง น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของเครือข่ายธุรกิจยางพาราได้ดี เพื่อสร้างศักยภาพด้านการแข่งขันและการพัฒนาที่ยั่งยืน
ทั้งนี้ ปัจจุบันสหกรณ์กองทุนสวนยางในประเทศไทยที่ประกอบธุรกิจยางพารา มีจำนวนทั้งหมด 725 แห่ง สมาชิก 71,156 คน แบ่งเป็นพื้นที่ภาคกลาง 54 แห่ง ใน8 จังหวัด ภาคเหนือ 8 แห่ง ใน 1 จังหวัด ภาคใต้ 611 แห่ง ใน 14 จังหวัด และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 52 แห่ง ใน 17 จังหวัด ซึ่งพบว่าร้อยละ 66 เป็นธุรกิจขนาดใหญ่-ใหญ่มาก มีรายได้ระหว่าง 20,000 - 1,480 ล้านบาท โดยในปี 2548 สหกรณ์กองทุนสวนยาง จำกัด จำนวน 630 แห่ง ประกอบธุรกิจผลิตยางพาราธรรมชาติ และจำหน่ายได้ทั้งหมด 8,590 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 6 ของมูลค่าการส่งออกยางทั่วประเทศ
อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมายังขาดการเชื่อมโยงธุรกิจยางระหว่างสหกรณ์ด้วยกัน หรือระหว่างภาคธุรกิจกับภาคสหกรณ์ รวมทั้งการเชื่อมต่อก้าวขึ้นสู่การเป็นศูนย์กลางและเป็นผู้นำด้านการผลิตและส่งออกยางพาราของโลก ซึ่งจะสามารถควบคุมหรือกำหนดผลผลิตและมาตรฐานของยาง ได้ ส่งผลให้ได้ราคายางที่เพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ภาครัฐควรเร่งหามาตรการสนับสนุน อุตสาหกรรมการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางในประเทศเพิ่มขึ้น เพื่อให้เกษตรกรมีทักษะการแปรรูปเชิงอุตสาหกรรม ตลอดจนตั้งหน่วยงานกำกับดูแลมาตรฐานของยางเพื่อเป็นการควบคุมคุณภาพ
ที่มา หนังสือพิมพ์แนวหน้า
Relate topics
- อีกหนึ่งอุดมการณ์ สานความตั้งใจฟื้นฟูวิถีชาวนาไทยแห่งลุ่มน้ำคลองภูมี
- เปิดตัวสำนักงานส่งเสริมการปฏิรูประบบเพื่อคุณภาพชีวิตเกษตรกร ชุมชน และสังคม 4 ก.พ.นี้
- ออกปากดำนาภูมิปัญญา - ห้องเรียนท้องนา
- สัญจรสภาความร่วมมืออาหารปลอดภัยโซนคาบสมุทรสทิงพระ อ.กระแสสินธุ์
- รายงานการประชุมคณะทำงานประเด็นเกษตรและอาหารที่เอื้อต่อสุขภาพ ประจำเดือนมิถุนายน
- "สะตอ" ผักพื้นบ้านภาคใต้มากประโยชน์
- เร่งดันผลิต 'เกษตรอินทรีย์' รองรับตลาดโลก 1.3 ล้านล้านบาท
- พบ16กลยุทธ์เคมีเกษตรทำชาวนา-ผู้บริโภคตายผ่อนส่ง
- กรมวิชาการเกษตรชี้ปลูกพืชGMOเพื่อศึกษาวิจัย-ยันมีมาตรการคุมเข้ม
- กรมวิชาการฯแนะ5กรรมวิธี คุมวัชพืชสวนยางไม่พึ่งสารเคมี