ธนาคารโลก ( The World Bank ) ร่วมกับเครือข่ายองค์กรต่างๆ ได้แก่ มหาวิทยาลัยสยาม, โครงการ GMS Youth Forum, Winwik Company Limited, ESNOT, PDA, AIESEC, YIY, และ World Bank Youth Club จัดโครงการ " Thailand Youth Open Space Discussion " ประชุมเปิดเวทีให้เด็กและเยาวชน อายุระหว่าง 15 -24 ปี จากทุกภาคทั่วประเทศกว่า 150 คน ได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นต่อปัญหาของประเทศไทยในปัจจุบัน รวมทั้งแนวทางแก้ไขขึ้นเมื่อไม่กี่วัน ที่ผ่านมา โดย ณ มหาวิทยาลัยสยาม ซึ่งโครงการนี้ ทางธนาคารโลก ได้จัดทำขึ้น เพื่อทำรายงานการพัฒนาโลกประจำปี โดยได้จัดทำซึ่งที่ผ่านมาได้จัดทำรายงานมาหลายประเทศแล้ว เช่น ประเทศเวียดนาม, กัมพูชา, สิงคโปร์, บอสเนีย จีน, ไต้หวัน และล่าสุดประเทศไทย ซึ่งในปี 2550 จะเป็นรายงานว่าด้วยการพัฒนาและคนรุ่นต่อไป
ในการประชุม น้องๆ เยาวชนต่างก็ได้เริ่มฉายแววมุมมองทางความคิดได้อย่างน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการศึกษา ต่างมีแนวคิดว่า
การศึกษาของเด็กต่างจังหวัดยังด้อยโอกาสมาก ทั้งอยากให้เยาวชนไทยใส่ใจการศึกษา เรียนรู้ คิดนอกกรอบ และมีค่านิยมไทยอย่างแท้จริง ก็จะทำให้ประเทศเกิดการพัฒนาได้อย่างแท้จริง
น้องถิระภูมิ สีมะสิงห์ จากโรงเรียนปทุมเทพ จังหวัดหนองคาย ให้ความเห็นว่า- -
" ปัญหาการศึกษามีมากมาย ในชนบทการศึกษาก็ยังไปไปถึง สื่อการเรียนการสอนก็ไม่มี ไม่พอเพียง การเดินทางไปโรงเรียนก็ลำบาก เด็กต่างจังหวัดจึงขาดโอกาสทางการศึกษามาก ...ผมจึงอยากเป็นครู เพราะอยากแก้ปัญหาเรื่องเด็กๆ ซึ่งการเป็นครูจะแก้ปัญหาได้ เพราะอยู่กับเด็กๆ โดยที่ปลูกฝังกับเด็กๆ ได้ อยากเห็นสังคมพัฒนาขึ้น " ส่วนทางด้านเศรษฐกิจ สังคม คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม ต่างมีมุมมองว่า- -อยากให้คนไทยมีความสุขได้บนความพอเพียง ทั้งเสถียรภาพของราคาน้ำมัน ควรจะมีมากกว่านี้ โดยไม่ส่งผลกระทบในทางลบต่อหลายด้านมากเกินไป หรืออาจหาพลังงานอื่นมาทดแทนก็ได้ ทั้งการตัดให้ทำลายป่าก็ให้มีน้อยลง ดวงพร ดรงค์สุวรรณ จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ชั้น ม.6 ถ่ายทอดแนวคิดให้เพื่อนๆ ร่วมกลุ่มที่สะท้อนถึงมุมมองของคนรุ่นใหม่ได้อย่างน่าสนใจมาก " อยากให้เด็กไทยคิดเป็น คิดนอกกรอบ แยกแยะได้สิ่งไหนดีสิ่งไหนชั่ว ก็จะทำให้ประเทศพัฒนาพัฒนาได้อย่างแท้จริง
...อยากเห็นเด็กไทยมีโอกาสทางการศึกษาเท่าเทียมกัน คิดเป็น แล้วนำความรู้ความสามารถไปพัฒนาคุณภาพชีวิตตัวเอง ของครอบครัว สังคมให้ดีขึ้น
...อยากให้คนจนไม่มี พึ่งพาตนเองได้ ไม่มีการดูถูกคนจน หรือแบ่งชนชั้นคนจนคนรวย เล่นพรรคเล่นพวก ไม่มีการแบ่งชนชั้น มีความเท่าเทียมกันทางสังคมจริงๆ ไม่ใช่แค่แนวความคิด แต่ในแนวทางปฏิบัติต้องเป็นด้วยจริงๆ ในเรื่องของความเท่าเทียมกันทางสังคม
...เด็กและเยาวชนไทยควรมีจิตสำนึกที่ดี ไม่ยิดติดค่านิยมที่ผิดๆ คนรวยมาก ๆ ดูถูกคนดี แต่เป็นคนดีของสังคมไม่ว่าจะจนหรือรวย ประเทศชาติก็จะพัฒนาได้
...อยากเป็นนักกฎหมาย เพราะกฎหมายมีระเบียบ มีวินัย ทุกคนต้องทำหน้าที่ที่ดี ก็จะไปช่วยส่งเสริมพัฒนาสังคมในทางที่ดีได้ แต่ทุกวันนี้คนไทยยังไม่เห็นความสำคัญของกฎหมาย"
น้องๆ กลุ่มโรงเรียนวัดสุทธิวราราม เสนอความคิดเห็นว่า- -
" พวกเราเสนอ 2 ประเด็นด้วยกันคือ คุณภาพชีวิตของคนไทย โดยเสนอปัญหาสภาพความเป็นอยู่ของสังคมไทย คนชนบทเข้ามาอยู่ในเมืองมากขึ้น การกระจายความเจริญยังไปไม่ถึง ทั้งปัญหาการศึกษาก็ยังไม่เท่าเทียมกัน
..ประเด็นที่สอง ให้ยึดจิตพัฒนามากกว่าวัตถุ ไม่ใช่มีเงินมากแล้วยิ่งใหญ่ แต่ให้ยึดถือความเป็นคนดีที่จิตใจ เช่น การทำความดีมีคุณธรรม ซึ่งเป็นค่านิยมที่ดีของสังคม
...แม้ว่าแนวทางที่พวกเราเสนอ อาจจะไม่ได้นำไปใช้ทั้งหมด แต่ก็ขอเป็นส่วนหนึ่งเล็กๆ ที่จะนนำไปขยายผลต่อได้ และการเปลี่ยนแปลงแก้ไข เราต้องเริ่มจากตัวเราก่อน เช่น การทำความดีเราเริ่มตรงนี้ก่อน เพื่อให้คนอื่นเขานับถือเรา แล้วเขาก็จะทำตาม
สำหรับปัญหาเรื่องความขัดแย้งและปัญหาด้านการเมือง ก็เป็นเรื่องที่เยาวชนให้ความสนใจมากเช่นกัน มานะ ตั้งพิเชษฐโชติ จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ หนึ่งในเครือข่ายนิสิตนักศึกษา คณะเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย ให้ความเห็นว่า- -
" อยากให้เมืองไทยไม่มีมลภาวะทางการเมืองครับ...ผมเบื่อ มีแต่ทะเลาะกัน ขัดแย้งกัน อยากให้นักการเมืองทุกคนมีความรับผิดชอบต่อชาติบ้านเมืองมากกว่านี้ ไม่ต้องมาแก่งแย่งอำนาจกัน เป็นภาพลักษณ์แบบอย่างที่ไม่ดีกับเยาวชนเลยครับ
...จริงๆ แล้ว งานการเมืองเป็นเรื่องที่ดี ทำเพื่อประชาชนเพื่อสังคมเพื่อประเทศชาติให้พัฒนาดีขึ้นผมเห็นด้วย แต่ทำไมต้องมาขัดแย้งถึงเพียงนี้ ตอนนี้บ้านเมืองวุ่นวายหมดแล้วครับ "
และน้องๆ เยาวชนอีกหลายคนเสนอความคิดว่า- -
" อยากให้คนไทยมีความสามัคคี ไม่แตกแยกกัน"
" ปัญหาภาคใต้เป็นปัญหาใหญ่ คนที่บริสุทธิ์ต้องมารับเคราะห์ น่าสงสารมากครับ"
"ผมอยากเป็นทหารจะได้ดูแลประเทศชาติ ผมเป็นห่วง3จังหวัดชายแดนภาคใต้มากครับยังไม่สงบเลย"
" อยากเห็นประชาชนคนไทยมีอำนาจมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศให้มากกว่าในปัจจุบัน" ภานุวัฒน์ พรมทา คณะบริหารธุรกิจ ประธานฝ่ายวิชาการ สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยสยาม กล่าวเสริมว่า
" ปัญหาบางเรื่องเราไม่รู้มาก่อน เด็กๆ ที่มาได้มาเสนอได้มาแสดงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับพวกเขา คือปัญหาทางด้านการศึกษาในสังคมไทย ยังไม่เท่าเทียมกัน มาจากปัญหาความยากจน ขาดโอกาสทางการศึกษา ทั้งขาดสื่อการเรียนการสอนและบุคลากรที่มีความรู้ความชำนาญยังไม่เพียงพอ รัฐบาลยังให้การสนับสนุนและความสำคัญทางด้านนี้น้อยมาก ...และควรจะพัฒนากระจายไปให้ได้อย่างทั่วถึง และอยากให้มีการพัฒนาครูอาสา ครูบนดอย ซึ่งขาดแคลนมาก รัฐบาลควรจะสนับสนุนและให้ผลตอบแทนที่ดี มีความสะดวกสบาย มีความความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินด้วย
...ทั้งงบประมาณที่จะลงไปตรงนี้ก็ควรจะกระจายไปให้ทั่วถึงจริงๆเพื่อที่จะพัฒนาเด็กๆที่ด้อยโอกาส เกิดการกระตุ้นให้เขาอยากเรียน อยากพัฒนาศักยภาพของตนเอง สู่ครอบครัว สังคม และประเทศชาติได้
...คิดว่า โครงการตรงนี้ น่าจะสะท้อนปัญหาต่างๆ ที่พวกเราได้มาร่วมแสดงความคิดเห็นกันนี้ ได้มีโอกาสไปพัฒนาต่อยอดอะไรได้อีกเยอะ เพื่อพัฒนารากฐานสู่การพัฒนาที่เจริญแข็งแรงมากกว่านี้"
ดร.จอมพงศ์ มงคลวนิช รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสยาม และประธานร่วมโครงการ กล่าวปิดท้ายว่า--
" โครงการนี้ทางเวิร์ลดแบงก์ ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยสยาม และองค์กรเอกชนอื่นๆ เพื่อจะนำข้อสรุปนำมาต่อยอดพัฒนา ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม เพื่อก่อเกิดนโยบายที่อิมแพ็คกับเยาวชนโดยตรง
...โดยโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีมาก เปิดโอกาสให้เยาวชนได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น สร้างวาระการประชุม เสนอ สรุปเอง และหวังว่ารัฐบาลและองค์กรภาคีอื่นๆ จะนำบทสรุปนี้ไปเพื่อนำมาเป็นข้อสรุปพัฒนาในโอกาสต่อไป"
เชื่อว่า เสียงสะท้อนของเยาวชนครั้งนี้ คงก่อเกิดประโยชน์สะท้อนกลับสู่การพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษยโลกและรุ่นต่อไปได้อย่างแท้จริง
ที่มา หนังสือพิมพ์แนวหน้า
Relate topics
- 28 มกราคม 55 - เปิดตลาดนัดสุขภาพสายใยชุมชน
- ผลวิจัยคุณภาพชีวิตรอบโรงงานเปรียบเทียบในจะนะ
- ชวนลูก จูงหลาน ขี่รถ แลเขาคูหา
- ชวนชาวสงขลาร่วมช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยคาบสมุทรสทิงพระ
- สมัชชาสุขภาพกับการพัฒนาประเทศ
- ห้องเรียนท้องนาจะเปิดเรียนแล้วนะ
- 19 ส.ค. 53 13.30-15.30 น. ถ่ายทอดสดคลินิกทางไกล จากศูนย์เรียนรู้ สจรส. มอ.
- ขอเชิญร่วมโครงการเดินเพื่อสันติปัตตานี
- รางวัลสนับสนุนชุมฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่า
- รวมน้ำใจเพื่อช่วยสร้างอาคารใหม่ "มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” เหยื่อป่วนเผาเมือง