สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

แนะวิธีบริหารจัดการความโกรธ

by wanna @12 ก.ย. 49 14:29 ( IP : 124...225 ) | Tags : ข่าวสุขภาพประจำวัน

7 กันยายน 2549 16:46 น. กรุงเทพธุรกิจ

ลอนดอน - ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ความโกรธเป็นอารมณ์ที่มีพิษร้ายแรงที่สุดอย่างหนึ่ง และทำร้ายร่างกายได้อย่างสาหัส
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : การบริหารจัดการความโกรธต้องเริ่มที่การยอมรับว่าตนเองคือต้นเหตุของปัญหาและไม่โทษผู้อื่น ดร.อลัน วัตกินส์ อาจารย์เกียรติคุณอาวุโส คณะประสาทและจิตวิทยา อิมพีเรียลคอลเลจ กล่าวว่า คนทำงานเกือบครึ่งหนึ่งยอมรับว่าหัวเสียในที่ทำงานเป็นประจำ ขณะที่คนส่วนใหญ่ตกเป็นฝ่ายรองรับอารมณ์โกรธและได้พบเห็นพฤติกรรมเหล่านี้ในที่ทำงาน คนที่ระเบิดอารมณ์ใส่ผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นคำพูด ทางร่างกายหรือทำลายข้าวของ จะมีระดับฮอร์โมนอะดรีนาลีนสูงมาก เสี่ยงเกิดความดันโลหิตสูง และหลังจากระเบิดอารมณ์ไปแล้วอาจรู้สึกดีขึ้นแต่ความเสียหายที่ตามมาคือสุขภาพของตนเอง หน้าที่การงานและสัมพันธภาพกับผู้อื่น

ดร.วัตกินส์ยกตัวอย่างว่า ถนนคือที่ที่ผู้คนโมโหฉุนเฉียวมากที่สุด คนขับรถไม่ต่ำกว่า 3 ใน 4 พบเจอเหตุการณ์ที่สืบเนื่องมาจากความโกรธ และ 1 ใน 4 ยอมรับว่าบันดาลโทสะขณะขับรถ กลุ่มคนขี้โมโหส่วนใหญ่อายุ 25-30 ปี ขณะที่วัยรุ่นอายุ 16-24 ปีราวครึ่งหนึ่งจะแสดงพฤติกรรมแย่ ๆ หากแฟนแสดงพฤติกรรมเช่นนั้นก่อน ส่วนคนอายุ 55 ปีขึ้นไปจะแก้แค้นเช่นนี้มีเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้น

นอกจากนี้ยังพบว่าทั้งผู้ชายและผู้หญิงขี้โมโหไม่แพ้กัน แต่จะแสดงความโมโหต่างกัน ดร.วัตกินส์แบ่งความโกรธเป็น 6 ประเภทด้วยกัน ได้แก่ ประเภทระเบิดอารมณ์ ประเภทเถียงคอเป็นเอ็น ประเภทชอบตัดสินวิจารณ์ผู้อื่น ประเภทนิ่งเฉยไม่ช่วยเหลือ ประเภทใจร้อนแบบวัยรุ่นและประเภทโกรธแล้วกิน ดร.วัตกินส์ แนะว่า การบริหารจัดการความโกรธแต่ละประเภทต้องเริ่มที่บุคคลผู้นั้นต้องยอมรับว่าตนเองคือต้นเหตุของปัญหาและไม่โทษผู้อื่น

Relate topics

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว