โดย ผู้จัดการออนไลน์ 2 กันยายน 2549 11:36 น.
"สปสช." จับมือ "สธ." และมูลนิธิฮีโมฟีเลียค้นหาผู้ป่วยโรคเลือดออกง่ายลงทะเบียนรักษาตั้งแต่วันนี้ถึงมีนาคมปีหน้า เพื่อรักษาทันท่วงทีก่อนจะเกิดกล้ามเนื้อลีบข้อพิการ เผยผลวิจัยชี้ชัดเป็นโรคถ่ายทอดทางพันธุกรรมเฉพาะชายไทยพบป่วยมากที่สุด จัดงบกว่า 200 ล้านบาทพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มผู้ป่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
นายพินิจ จารุสมบัติ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยโรคฮีโมฟีเลียหรือกลุ่มโรคเลือดออกง่ายหยุดยากให้เป็นกลุ่มโรคที่ต้องดูแลรักษาได้ทันเวลา จึงได้กำหนดให้โรคดังกล่าวอยู่ในชุดสิทธิประโยชน์โดยโรคฮีโมฟีเลียนับว่าเป็นโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงอีกโรคหนึ่ง ที่จะต้องจัดให้เป็นโครงการนำร่องให้กับผู้ป่วยได้เข้าถึงการรักษาพยาบาลที่นอกเหนือโรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคผ่าตัดสมอง เป็นต้น
ทั้งนี้ โรคเลือดออกง่ายฮีโมฟีเลียเป็นโรคเลือดออกที่เป็นๆหายๆ ตลอดชีวิต มีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเป็นภาระต่อครอบครัวและสังคม หากไม่มีการคัดกรองเพื่อควบคุมพาหะของโรค และระบบการดูแลรักษาต่อเนื่องอย่างถูกต้อง จะมีผลต่อสุขภาวะของผู้ป่วย เกิดความพิการถาวร และอาจถึงขั้นสูญเสียชีวิต อันจะส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศชาติโดยรวม
นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกล่าวว่า โรคฮีโมฟีเลียมีอุบัติการณ์ในประเทศไทยเท่ากับ 1:13,000 ถึง 20,000 ของประชากร หรือข้อมูลเมื่อปี 2545 ประชากร 60 ล้านคนมีผู้ป่วยโรคฮีโมฟีเลียในประเทศไทย 4,000 คน ซึ่งอุบัติการณ์ของโรคดังกล่าวในประเทศต่างๆ ทั่วโลกมีความคล้ายคลึงกัน ซึ่งแบ่งได้เป็นโรคฮีโมฟีเลีย เอ และโรคฮีโมฟีเลีย บี ซึ่งเป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมซึ่งชนิด เอ จะพบได้บ่อยกว่า ชนิด บี ถึง 4 เท่า ดังนั้นโรคฮีโมฟีเลียจะเกิดได้ในเพศชาย มากกว่าเพศหญิงเนื่องจากมีโครโมโซมที่แตกต่างกัน
นพ.สงวน กล่าวต่อว่า โรคเลือดออกง่ายฮีโมฟีเลีย เป็นโรคหนึ่งที่ต้องใช้งบประมาณในการดูแลรักษาที่สูงมาก และส่งผลต่อปัญหาทางสุขภาพและเป็นปัญหาด้านเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข หากไม่มีการให้การศึกษาคัดกรองเพื่อควบคุมพาหะของโรค จะทำให้สายพันธุกรรมเพิ่มจำนวนผู้ป่วยมากขึ้น และหากไม่มีระบบการดูแลรักษาผู้ป่วยแล้ว ผู้ป่วยเหล่านี้จะเกิดความพิการ และสูญเสียชีวิต ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายด้านเศรษฐกิจของประเทศชาติโดยรวม ประมาณว่าผู้ป่วยแต่ละคนจะมีค่าใช้จ่าย 1.24-4 ล้านบาทต่อคนตลอดชีวิต คาดว่าโครงการนี้จะสามารถลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยเสียชีวิต ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง และเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วยและครอบครัว
นพ.สงวน กล่าวว่า อุบัติการณ์ของโรคในขณะนี้มีผู้ป่วยประมาณ 3,500-4,000 คน และจากการสำรวจหน่วยบริการต่างๆ มีผู้ป่วยที่ไปรักษาและขึ้นทะเบียนจำนวน 1,300-1,500 คน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้ร่วมกันจึงได้ร่วมมือกันพัฒนารูปแบบการดูแลรักษาโรคฮีโมฟีเลีย รวมทั้งพัฒนาระบบบริหารจัดการการดูแลผู้ป่วยโรคฮีโมฟีเลีย ในระบบหลักประกันสุขภาพ ตลอดจนพัฒนาศักยภาพของหน่วยบริการ ในการให้การดูแลผู้ป่วยโรคฮีโมฟีเลียอย่างครบวงจรควบคู่กันไป ตั้งเป้าโครงการจะมีผู้ป่วยฮีโมฟีเลียทั่วประเทศมาลงทะเบียนเข้ารับบริการประมาณ 3,500 คน ในโรงพยาบาลภาครัฐ 33แห่งเข้าร่วมโครงการ โดยใช้งบประมาณทั้งสิ้น 200 ล้านบาทซึ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเด็กในโครงการบัตรทองหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนบัตรทอง 1330 ตลอดเวลา
ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล จึงได้จัดให้รพ.ที่มีความศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยทั้งในสังกัดและนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุขซึ่งจัดเป็นโครงการนำร่อง ใน รพ. 33 แห่งทั่วประเทศตั้งแต่บัดนี้- 31 มีนาคม 2550
สำหรับ โรคฮีโมฟีเลียนั้น เป็นโรคเลือดออกง่ายหยุดยากทางกรรมพันธุ์ มี 2 ชนิด คือ โรคฮีโมฟีเลียเอ เกิดจากร่างกายขาดปัจจัยการแข็งตัวของเลือด แฟคเตอร์ 8 และโรคฮีโมฟีเลียบี คือแฟคเตอร์ 9 อย่างไรก็ตาม สำหรับโรคเลือดออกง่ายฮีโมฟีเลียนั้น เป็นกลุ่มโรคหนึ่งที่ สปสช. นำวิธีบริหารจัดการรายกลุ่มโรคมาใช้ ทำให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น คือ การจัดซื้อยารวมทำให้สามารถต่อรองค่ายาได้ จนได้ราคาที่ถูกลงมากกว่าครึ่งหนึ่งของราคาเดิม จากเดิมที่เคยซื้อในประเทศไทย คือ 4,000 บาทต่อขวด ในเบื้องต้น ขณะนี้เราสามารถต่อรองได้เหลือราคา 1,700 บาทต่อขวด ทำให้สามารถประหยัดงบประมาณได้กว่า 200 ล้านบาท เด็กที่ป่วยด้วยโรคนี้ จะต้องใช้แฟคเตอร์ 8 สัปดาห์ละ 1 ขวด ปีละ 52 ขวด การจัดซื้อยารวมจำนวนมาก ทำให้สามารถต่อรองราคากับบริษัทยาได้ดีกว่าต่างคนต่างซื้อ จึงทำให้ได้ยาราคาถูกลง
Relate topics
- อีกหนึ่งอุดมการณ์ สานความตั้งใจฟื้นฟูวิถีชาวนาไทยแห่งลุ่มน้ำคลองภูมี
- เครือข่ายสุขภาวะประกาศความพร้อมนำสงขลาสู่ความเป็นสงขลาพอเพียง
- การประชุมสงขลาพอเพียงครั้งที่ 42
- ภาพสถานที่จัดงาน "สงขลาสร้างสุข 53.
- ๓ ปี สถานีวิทยุพระพุทธศาสนาเพื่อชุมชน ใครได้อะไร? - เรื่องควรรู้ที่ควนรู
- เรื่องเล่าจากควนรู อ.รัตภูมิ จ.สงขลา - เหตุหลังน้ำท่วม
- เน้นพัฒนาหาดใหญ่ - สงขลาแบบ'ทวินซิตี้'
- เปิดคู่มือนำทางชีวิต สมัชชาสุขภาพแห่งชาติปี"49
- ไทย-ออสเตรเลียพัฒนาสารสนเทศฟื้นฟูทรัพยากรแนวชายฝั่งอันดามัน
- อย่าหลงเชื่อโฆษณาเก้าอี้ไฟฟ้ารักษาโรค
สาสาสวนรวยจตึวยขบ (Not Member)
นักเรียน (Not Member)
งงมากอ่า (Not Member)
425 (Not Member)
แคร์ (Not Member)
อังคาร (Not Member)
ฮีโมโฮม (Not Member)
ฮีโมโฮม (Not Member)