สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

ประชุมใหญ่การจัดทำแผนสุขภาพจังหวัดสงขลา

photo  , 348x261 pixel , 58,074 bytes.

ประชุมใหญ่การจัดทำแผนสุขภาพจังหวัดสงขลา วันที่  28 มิถุนายน  2549  ณ โรงแรมเจบีหาดใหญ่  อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา

รายงานการผู้เข้าร่วม 1.จังหวัดสงขลา 2. องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา 3. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา 4. องค์การบริหารส่วนตำบล 5. นักวิชาการ 6. ภาคประชาชน  องค์กรพัฒนาเอกชน 7. สมาคมเครือข่ายผู้สูงอายุจังหวัดสงขลา 8. ชมรมคนพิการจังหวัดสงขลา 9. หน่วยงานจากภาคส่วนต่างๆ เช่น สำนักงานเกษตร  ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัด สงขลา

สรุปรายงาน อ. พิชัย  ศรีใส
แผนสุขภาพจังหวัดสงขลามีการสร้างเสริมสุขภาพตามกลุ่มเป้าหมายมี 14  ประเด็นย่อย  คือ
1. ประเด็นการจัดระบบบริการสุขภาพของสถานบริการและหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า  2. ประเด็นการจัดสวัสดิการชุมชนโดยกองทุนชุมชนหรือกองทุนการเงิน  3. ประเด็นบทบาท อสม. กับการสร้างเสริมสุขภาพ  4. สร้างเสริมสุขภาพเด็กและเยาวชน  5. การดูแลผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส  6. สุขภาพวัยแรงงาน7. สุขภาพวัยผู้สูงอายุ 8. ประเด็นเกษตรเพื่ออาหารปลอดภัย 9. ประเด็นการป้องกันและลดอุบัติเหตุจราจร10. ประเด็นการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อสุขภาวะ11. ประเด็นวัฒนธรรมวิถีใต้การสุขภาวะ 12. ประเด็นการคุ้มครองผู้บริโภค 13. ประเด็นการสื่อสารสาธารณะเพื่อสุขภาพ 14. ประเด็นการจัดการข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพ การสัมมนาวันนี้เป็นการทำแผนสุขภาพจังหวัดสงขลาและรับฟังความคิดเห็นต่อแผน  และในวันที่ 1 กรกฎาคม  2549 ก็มีการลงนามบันทึกความร่วมมือ ระหว่าง จังหวัดสงขลา  องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

นายสมพร  ใช้บางยาง  ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในนามจังหวัดจึงขอบคุณทีมงานที่มีความมุ่งตั้งใจอย่างยิ่งสำหรับการทำแผนสุขภาพขึ้นมา      เราได้หารือกันหลายท่านในการทำแผนสุขภาพขึ้นมา คิดทำในส่วนของเฉพาะในภาคของประชาคมในส่วนของพื้นล่างจากการที่หารือผมได้รับฟังในส่วนของแผนและได้รับทราบถึงความตั้งใจของทีมงานผมยินดีที่จะได้เกิดงานตรงนี้และนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อได้เห็นประโยคและเห็นความสำคัญ ซึ่งทั้งความมุ่งมั่นของทีมงานความเห็นในเรื่องมิติสุขภาพ  นอกจากเจ็บป่วยแล้วไปพบแพทย์ จากที่ขบวนการพัฒนามากขึ้นหลักเกณฑ์กว้างขว้างเชิงระบบเครือข่ายที่มองถึงเรื่องสุขภาพแล้วมาจัดการร่วมกัน  คือ  การสร้างคนให้มีสุขภาพในทุก ๆ มิติ เป็นเรื่องที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาของสภาพัฒน์ ในส่วนของจังหวัดเราให้เรื่องพัฒนาคนเป็นเรื่องแรกผมมีความตระหนักในเรื่องนี้แผนมาตลอดการพัฒนาคนในส่วนประเด็นหลัก เราพัฒนาคนได้เรื่องอื่น คงไม่อยากและสังคมเราจะดีพอบวกลบคูณหาร เท่ากับไปเลย เราคงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และพวกเราในจังหวัดสงขลาและอยากเห็นคนสงขลาเป็นอย่างไรสามารถสร้างได้และให้แนวคิดของแผนสุขภาพเป็นตัวติงและเอาหลายมิติมาคิดร่วมกันตามที่เราคิดในที่สุดแล้วสงขลาจะมีคุณภาพในด้านซึ่งมีแบ่งกลุ่มย่อยใน 14 ประเด็นที่เราจะระดมกันในภาคบ่ายในส่วนหนึ่งจะเป็นการหารือที่ดีในแผนสุขภาพและพร้อมขับเคลื่อนเชิงนโยบายไม่มีใครช่วยไม่มีใครสนับสนุนผมยืนยันในส่วนของจังหวัดสงขลาผมเองชัดเจนในส่วนองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา แนวคิดในเรื่องบริหารการจัดการแผนสุขภาพที่ทำขึ้นมาครั้งนี้สู่การปฏิบัติที่แน่นอน เรามีองค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่มีแนวคิดอยากเห็นคนสงขลาพัฒนา  การนำแผนสุขภาพปฏิบัติเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยท่านทั้งหลาย โดยเฉพาะในด้านของประชาคม  ประชาสังคม ที่ต้องช่วยกันขับเคลื่อน

นายพีระ  ตันติเศรณี  รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา แผนสุขภาพจังหวัดสงขลา  ไม่ต้องไปจำกัดว่าเป็นเรื่องของการรักษา ประเด็นก็จะออกมากว้างสิ่งที่ได้ก็คือว่าเราสามารถเชื่อมโยงกับเครือข่ายการทำงานของกลุ่มต่าง ๆ ในจังหวัด เป็นพลเมืองที่เขาเรียกว่า เป็นพลเมืองที่อยากมีส่วนร่วมในการทำงานให้กับบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็น ชมรม อสม. ชมรมผู้สูงอายุ และกลุ่มองค์กรต่าง ๆ ที่มีอยู่เข้ามา ช่วยกันทำแผน แต่จริง ๆ แล้วที่เราจะได้คือการเชื่อมโยงเครือข่าย และก็ต่อไปก็คือการแสดงให้เห็นว่าการทำงานเครือข่ายมาร่วมกันทำ เราเห็นกันว่าแต่ละคนทำอะไรบ้าง และมันเกิดพลังขึ้นมา ไปสู่เรื่องอื่น ๆ อีกหลาย ๆ เรื่อง แผนสุขภาพเปรียบเหมือนเครือข่ายหน้าที่ หน้าที่ ของ อบจ. และอีกหลายองค์กรคือมีหน้าที่สนับสนุนให้เกิดให้มีแผนขึ้นมาและสามารถดำเนินการตามแผนได้แต่ละกลุ่ม ซึ่งมันจะมีกิจกรรมแตกหน่อออกมาอีกเลยอย่าง จากการแลกเปลี่ยนกับแกนนำวันก่อนประมาณ 20-30 คน ได้สัญญาว่าจะจัดงบประมาณ ให้ 10-15  ล้านเป็นตัวเลขที่ท่านนายก อบจ. บอกกับที่ประชุม และบอกกับผมครับว่า มีการสนับสนุนตามแผนนี้ ในระยะแรกจะโอนอุดหนุนงบตัวนี้ไว้ที่สถาบันวิจัยระบบสุขภาพภาคใต้ ซึ่งเป็นสถาบันวิชาการในวิทยาลัย มีบอร์ดคณะกรรมการชุดหนึ่งดูแลงบตามแผนนี้ ทางเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา ก็จะมีงบส่วนหนึ่งมาสนับสนุนด้วย บอร์ดมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัด  นายก อบจ. ภาคประชาชนบางส่วน มีผู้บริหาร อบต. เข้าร่วมในผู้บริหารชุดนั้นด้วย จากนี้ต่อไปนี้ เชื่อว่าการมีแผน มีเครือข่าย และมีงบประมาณเบื้องต้น การขยับขับเคลื่อนได้คล่องตัวขึ้นแล้วที่สุดแล้วก็คงผลักดันสร้างให้ชาวบ้านทำงานร่วมองค์กรท้องถิ่นแล้ว จะเพิ่มความเข้มแข็งขึ้นมาทั้ง 2 ส่วนให้ได้ เราพัฒนาหรือการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างหลาย ๆ เรื่องที่เราอาจไม่พูดถึง ปัญหาประเพณีวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม ปัญหาต่าง ๆ จะถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นในจังหวัด ปัญหาที่เราประสบ พบเจอในจังหวัดในท้องถิ่น ที่เราผมเจอยกขึ้นมาเป็นประเด็นที่พูดคุยกัน เป็นประเด็นที่จะเคลื่อนไหวกันเพื่อให้นโยบายออกมาว่าองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น ในอบต. อาศัยจังหวัด อะไรพวกนี้ หน่วยงานอื่น ๆ ต้องมาทำในประเด็นเหล่านี้ ไม่ใช่ตามประเด็นส่วนกลางกำหนดมา และในขณะเดียวกันส่วนกลางก็ถูกกำหนดมาจากสหประชาชาติ มาจากกระแสโลกอีกที่ซึ่งทิศทางที่ผ่านมาจะเป็นอย่างนั้นทางด้านสาธารณสุขเหมือนกัน เช่น สาธารณสุขมูลฐานภายใน 2000ในปี 2006 แล้วผมจำได้การขับเคลื่อนของสำนักงานสาธารณสุขก็ขับเคลื่อนต่อจนต้องเกิด อสม.ขึ้นมา
จังหวัดสงขลามีแหล่งข้อมูลมหาศาล  เช่น  สาธารณสุข  และ อบจ. ที่มีเว็บไซต์ ซึ่งกำลังปรับปรุง  ในอนาคต จะมีการนำข้อมูลสู่สาธารณะ  ในส่วนของประชาชน อบจ. ได้สนับสนุนให้ตั้งสมาคมหลาย ๆ สมาคม และเหมือนกับแผนสุขภาพก็คือจะอุดหนุนงบประมาณ ใจผมอยากใหรัฐธรรมนูญกำหนดด้วยซ้ำไปว่า งบประมาณของท้องถิ่นหรือรัฐบาลกลางประมาณ 5 % ให้กับการทำงานภาคประชาชน อยากฝากไว้ด้วยคนที่มีส่วนร่วมแก้ไขปฏิรูปการเมืองในรอบหลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญกำหนดอย่างนั้น เพราะฉะนั้นจะมีประโยชน์หลายอย่าง

อ. พิชัย  ศรีใส เราคนสงขลาอยู่ร่วมสุขร่วมทุกข์ ฉะนั้นปัญหาทั้งปวง เป็นสุขภาพจังหวัดสงขลาเราถึงประเด็นโครงสร้างมีส่วนร่วม ท่านรองพีระ พูดถึงเรื่องที่ว่าโครงสร้างราชการการจัดการการมีส่วนร่วมอย่างไร  คือ  ภาคองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเทศบาลเมือง เป็นบทบาทสำคัญ เราคนสงขลาเรามาสร้างโครงสร้างสุขภาพร่วมกันด้วยตนเอง

นพ. สุภัทร  ฮาสุวรรณกิจ  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำเภอจะนะ แผนสุขภาพมีส่วนร่วมของ 4 ส่วน ราชการ ซึ่งมีหลายกระทรวงไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  นักวิชาการ ภาคประชาสังคม ในกระบวนการจัดทำแผนได้เครือข่ายแนวราบ ทำความเข้าใจระหว่างกันและกันซึ่งเกิดจริง ๆ ครับเช่นประเด็นแรงงานก็มี NGO ที่จัดทำแรงงานนอกระบบ กระทรวงแรงงานมีโอกาสได้คุยกันพอมีการขับเคลื่อนเรื่องแผนแรงงานก็เกิดการพูดคุยกันและเกิดความเข้าใจกัน เป็นเพื่อน เป็นมิตรกัน จนนำมาสู่การเป็นเครือข่ายแนวราบที่น่าสนใจมาก  แผนสุขภาพมี 4 กลุ่มเนื้อหา 1. การจัดระบบบริการสุขภาพก็จะเป็น 3 เรื่อง  1.1  หลักประกันสุขภาพ ฯ 1.2 การจัดสวัสดิการชุมชนฯ
1.3 บทบาท อสม.  2. การสร้างเสริมสุขภาพตามกลุ่มเป้าหมาย คือ 2.1 การส่งเสริมสุขภาพเด็กและ เยาวชน 2.2 การดูแลผู้พิการ 2.3 การดูแลผู้สูงอายุ  2.4 การดูแลสุขภาพวัยแรงงาน  3. ปัญหาด้านสุขภาพมีประเด็นเฉพาะอยู่ คือ 3.1 เรื่องเกษตรเพื่อสุขภาพ 3.2 เรื่องของอุบัติเหตุจราจร มีโครงสร้างซึ่งมาทำงานเรื่องอุบัติเหตุอยู่แล้วโดยท่านผู้ว่าก็มีคำสั่งให้คณะทำงาน แต่ยังไงเรื่องนี้ไม่ควรหลุดจากแผน 3.3สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อมดีชีวิตก็ยอมดีและมีความสุข3.5 การคุ้มครองผู้บริโภคและ 3.6 วัฒนธรรม  4. การบริหารและการหนุนเสริม  4.1 การจัดการข้อมูลข่าวสารและ4.2 การสื่อสารสาธารณะ ปัญหาสุขภาพ  เช่น ผู้ป่วยเป็นอัมพาต หลังจากกลับไปอยู่บ้าน มีบัตรทองก็เหมือนไม่มีบัตรทอง ก็นอนอยู่บ้าน ประเด็นเรื่องของการจัดบริการและหลักสุขภาพถ้วนหน้าก็เป็นประเด็นสำคัญ ซึ่งในส่วนของแผนก็มีการพูดคุยกันจนเกิดแนวคิด หรือ ปรัชญา อย่างเช่น ทุกคนได้รับการเสมอภาค เพราะการเสมอภาคในการรับบริการ คงไม่เฉพาะคนมีบัตรทองแล้ว สามารถเข้าถึงโรงพยาบาลและสถานบริการได้ ก็มีการแจกแจงเป็นยุทธศาสตร์มี 5 ยุทธศาสตร์ ในประเด็นแรก ตัวอย่างที่เดิน ๆ มากคือ ในจังหวัดสงขลามีคณะกรรม อนุกรรมการหลักประกันสุขภาพอยู่ใน สสจ. ซึ่งมีภาคประชาชนมีส่วนรวมด้วย อันนี้สิ่งที่อยากจะเห็นของประเด็นนี้ เช่น การพัฒนาศักยภาพตามของอนุกรรมการ เกิดศูนย์หลักประกันสุขภาพที่ช่วยสนับสนุนให้ประชาชนเข้าคือบริการมากขึ้นไม่ได้ไปรบกับสถานบริการช่วยเป็นคนรับความคิดเห็นในระดับพื้นที่จากพื้นที่ 16 อำเภอ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้แผนสุขภาพเป็นตัวที่ช่วยตอบได้
ตัวอย่างอสม. ของเทพา ผู้หญิงทั้งนั้น ผู้ชายคนเดียว อสม. เป็นกลไกและเป็นพลังสำคัญการขับเคลื่อนเรื่องสุขภาพมายาวนาน ในส่วนของอสม.  เขาจะขับเคลื่อนสุขภาพภาคประชาชนโดยใช้ กลไกหรือใช้วิธีคิดแผนเมืองไทยแข็งแรงเป็นกลไกสำคัญ ซึ่งปัจจุบัน อสม. มีสมาคมอสม.จังหวัดสงขลา เขาจะเน้นในเรื่องของการพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมกำลังใจของ อสม. และสนับสนุนให้ อสม. ไปทำโครงการพัฒนาโครงการสุขภาพอำเภอละ 1 ตำบลอำเภอไหนอยากจะทำเรื่องไหนก็แล้วแต่ไปทำให้ดีอีก 1 ตำบลแน่นอนเราต้องไปเชื่อมกับ อบต. ในพื้นที่เชื่อมกับภาคประชาชนในพื้นที่ มีโครงการวัน อสม. ทำให้เกิดตลาดนัดสุขภาพ
ประเด็นการจัดสวัสดิการชุมชน ของจังหวัดสงขลา มีกลุ่มออมทรัพย์ที่เข็มแข็งอย่างยิ่ง น่าจะเป็นกลุ่มออมทรัพย์ที่เข้มแข็งอันดับ 1 ของประเทศไทย ก็จะมีการเปลี่ยนวิธีการคิดของกลุ่มออมทรัพย์หลาย ๆ กลุ่ม และการขยายเครือข่ายกลุ่มออมทรัพย์ เรื่องประเด็นเฉพาะ มีประเด็นตามกลุ่มอายุ คือ ประเด็นของเด็ก  มีพื้นที่นำร่องที่มาร่วมกันจัดกิจกรรม คือ โรงพยาบาล อบต. ร่วมมือกันซื้อหนังสือนิทานแจกในหมู่บ้าน เรื่องการค้นหาสิ่งดี ๆ ในกลุ่มพื้นที่สามารถให้กับเด็กไม่เพียงแต่ลานกีฬา พื้นที่ทางชุมชน เป็นต้น รวบรวมองค์ความรู้ที่ใครทำดี ๆ กับเด็ก ขับเคลื่อนประเด็นนโยบายสาธารณะ สงขลามีชมรมผู้พิการจังหวัดสงขลา กำลังจะยกฐานะตนเองเป็นสมาคมผู้พิการ แผนผู้พิการที่ได้มีการพูดคุยกันมี  3 ยุทธศาสตร์ อันแรก คือ ทำให้สมาคมผู้พิการเข้มแข็ง มีสำนักงานที่สามารถให้ความช่วยเหลือผู้พิการและพัฒนาระบบการดูแลผู้พิการอย่างเบ็ดเสร็จ คือ ให้เกิดศูนย์จดทะเบียนบริการแต่ละอำเภอ  เริ่มที่อำเภอที่มีความพร้อม ประเด็นกลุ่มวัยแรงงานจะเน้นในเรื่องแรงงานนอกระบบ กลุ่มแรงงานนอกระบบ  มียุทธศาสตร์สร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มเครือข่ายแรงงานนอกระบบ มีเครือข่ายนักวิชาการมาให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพแรงงานนอกระบบ
สงขลาเรามีสมาคมผู้สูงอายุจังหวัดสงขลา  ซึ่งเป็นกลไกหลักที่จะดูแลผู้สูงอายุ แล้วก็ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก อบจ. โดยพื้นฐานอยู่แล้ว ประเด็นแผนสุขภาพก็คงไปหนุนเสริมชมรมผู้สูงอายุให้เข้มแข็งของแต่ละอำเภอ แนวคิดแผนสุขภาพอยากให้เกิดกองทุนหรือการช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ยากไร้ เพราะผู้สูงอายุที่เข้ามาในชมรมได้ก็เป็นผู้สูงอายุที่มีโอกาส  แต่มีผู้ยากไร้จำนวนมากจึงจำเป็นต้องหาแนวทางช่วยเหลือกลุ่มนี้อย่างไร
ประเด็นเกษตรและอาหาร  อาหารเป็นเรื่องใหญ่และปัญหาเรื่องโรคมะเร็งเป็นเรื่องใหญ่มากในสังคม  คำตอบของการป้องกันมะเร็งมีคำตอบเดียว คือกินให้ถูกต้องถ้าไม่อยากเป็นมะเร็งก็ต้องกินผักมาก ๆ ในเรื่องเกษตรและสุขภาพเป็นเรื่องใหญ่มากและไม่สามารถแก้ด้วยองค์กรใดองค์หนึ่ง เรื่องนี้ อ.ภานุ มาเป็นผู้นำที่จะสร้างผู้นำคือ เกษตรที่จะต้องเป็นผู้ผลิตอาหารที่มีคุณภาพ ถูกต้องเหมาะสมให้เรา  เกิดชุมชนองค์ความรู้ในองค์กรท้องถิ่นขึ้นมา  เพื่อให้เกิดกระแสของเกษตรที่เอื้อต่อสุขภาพโดยเกิดสหกรณ์การตลาดขึ้นมา ต้องมีนโยบายลดด้านภาษีเพื่อจะหนุนเสริมเครือข่ายเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ยุทธศาสตร์ด้านการลดอุบัติเหตุจากการจราจร เป็นยุทธศาสตร์ระดับชาติรวมทั้งเรื่องของการบังคับด้วยกฎหมาย  และในพื้นที่ให้เกิดการปรับปรุงทางวิศวกรรมให้ถนนไม่แหกโค้ง  เพื่อลดอุบัติเหตุรวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสร้างกระบวนการให้ความรู้ สร้างจิตสำนึก ควรมีการหากลุ่มเจ็บป่วยจากอุบัติเหตุที่พิกล พิการ มาร่วมเป็นวิทยากร ซึ่งจะได้ผลมาก ในการรณรงค์เกิดระบบการพัฒนาเครือข่าย การรับผู้ป่วยจุดเกิดเหตุ
ประเด็นสิ่งแวดล้อมเป็นประเด็นที่ใหญ่มาก ที่ทำเรื่องสิ่งแวดล้อมเขาคิดว่าน่าทำให้เกิดการสร้างความมีส่วนร่วมโดยจะเน้นเรื่องขยะเป็นจุดเริ่มต้น และเรื่องลุ่มน้ำคือ สงขลามีลุ่มน้ำ  5 ลุ่มน้ำ คือ 1.อู่ตะเภา 2.ลุ่มน้ำเทพา  3 ลุ่มน้ำนาทวี 4.ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา 5. ลุ่มน้ำคลองภูมี  เกิดเป็นแผนลุ่มน้ำต่าง ๆ ร่วมกันและสร้างจิตสำนึกต่าง ๆ ซึ่งการสร้างจิตสำนึกในเรื่องขยะ ให้เด็กแยกขยะ มีการดูแล หน้าบ้านของตนเองเป็นเรื่องที่น่าสนใจส่งเสริมมาก พยายามวาดรูปคลองอย่างหนึ่ง สิ่งแวดล้อมอย่างหนึ่ง ก็เกิดการทำงานร่วมกันแล้ว และมีจิตสำนึกในระยะยาว
วัฒนธรรมที่เอื้อต่อสุขภาพ ที่เห็น ที่โรงเรียนบางกล่ำมีคนที่สนใจ ถ่ายทอดความรู้ให้เยาวชนกลุ่มใหญ่ในสังคม การสร้างจิตสำนึกที่เขาชอบและตามวิถีชุมชน จิตสำนึกตรงนั้น สุขาภาวะทางจิตวิญญาณ ที่สำคัญสืบทอดไป และกลายเป็นคนดี คือไปในอนาคต
ผู้บริโภคก็เป็นประเด็นใหญ่ มากคือ การทำงานของผู้บริโภค คือการสร้างพลังของผู้บริโภค การพิทักษ์สิทธิของตนเอง คือ ผู้บริโภคพิทักษ์สิทธิตนเองไม่ให้ปล่อยให้ อย. พิทักษ์ให้ เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่กรุงเทพ ฯ  ให้เขาพิทักษ์สิทธิซึ่งมันเป็นไปได้ยาก
สื่อสารสาธารณะข้อมูลข่าวสารเป็นหัวใจที่ต้องสนับสนุนทุกประเด็น ทั้งการสื่อสารจะสนับสนุน 12 ประเด็น และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนในเครือข่ายและจัดการข้อมูล พบว่ามีข้อมูลอยู่หลากหลายแต่ยังไม่ได้บูรณาการ  แผนสุขภาพทั้ง 14 ประเด็น ที่สังเกตไม่ใช่เรื่องของหมอ แต่เป็นเรื่องของภาพรวม เป็นความมุ่งมั่นของคน 4 ภาค ส่วน ที่มาช่วยกัน ราชการ ประชาสังคม องค์การท้องถิ่น ต่างช่วยกันอย่างมุ่งมั่นจริงจัง 14 ประเด็น การนำแผนไปปฏิบัติอนาคตอันใกล้จะเป็นตัวชี้ขาดบ้างประเด็น อาจจะไปได้ดี บางประเด็นก็ต้องช่วยกันขับเคลื่อน

อ. ภานุ  พิทักษ์เผ่า แผนสุขภาพที่เราได้มีส่วนร่วมว่าเป็นประเด็นปัญหา ความทุกข์ของส่วนรวมความทุกข์เป็นตัวตั้ง ส่วนเรื่องของการทำแผนสุขภาพ ประเด็นเกษตรและอาหารที่เอื้อต่อสุขภาพ เนื่องจากผมมีประสบการณ์ เรื่องนี้ ก็มีประสบการณ์ว่า ที่ร้านหัวครัวเพื่อสุขภาพ ในแต่ละวัน มีลูกค้าหน้าใหม่ เข้ามาไม่เคยซ้ำกันเลย มาแนะนำตนเองว่าเป็นมะเร็ง ทั้ง ผู้หญิง และผู้ชาย ทั้ง หนุ่มสาว สูงวัย  คนเหล่านี้จะเข้ามาหาร้าน หรือตลาดที่ตนเองมั่นใจ เพื่อฝากชีวิต ฝากความเจ็บไข้  พึ่งอาหารที่ปลอดภัยผมเองก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่เราจะต้องร่วมกันคิดว่าการทำแผนเกษตรและอาหารที่เอื้อต่อสุขภาพ เป็นเรื่องที่ทำอยู่เฉพาะจุดไม่ได้  ควรมีการกำหนดนโยบาย เมื่อมีแผนสุขภาพจึงเสนอแผนในกลุ่มย่อย ได้ร่วมกันเพิ่มเติม ในการใส่รายละเอียดต่าง ๆ ให้มันมีความควบคุม มากขึ้นด้วย เดิมที่เราคิดนั่นเรามีเกษตรกรต้นแบบ ซึ่งมีชีวิตพอเพียงมีความสุขกับการผลิต โดยที่ไม่ได้ฝากชีวิตไว้กับเกษตรเคมี เชิงเดียวไม่ใช่ปลูกยางพาราเพียงอย่างเดียวเราเคยเห็นภาวะที่ยางพาราสูงจะมุ่ง ถึงกิโลละ100 พอเอาจริงมันไม่ได้ความสุขอย่างพอเพียง กับเงินที่ได้จากการขายยางมาซื้ออาหาร และเป็นอาหารที่ไม่รู้มาจากไหน มีข้อมูลหลายพื้นที่ พี่น้องที่ผลิตพืช เชิงเดี่ยว บ้างที่ต้องขับรถ เป็นกิโล เพื่อไปซื้อมะเขือ หรือ ตะไคร้ มาทำอาหาร ชีวิตก็เป็นอยู่อย่างนั่น เพราะเราเอาเงินเป็นตัวตั้ง ที่ผมพูดว่าเรามีเกษตรกรต้นแบบอยู่ในหลายพื้นที่ คือเกษตรกรที่กินทุกอย่างที่ปลูกและปลูกทุกอย่างที่ทุกคนกินถ้าชีวิตกินพืชผักสวนครัวก็กินได้ เราก็ไม่ละเลย เราไม่ละเลย เรื่องการผลิตอาหารที่เอื้อต่อสุขภาพของตนเองก่อนคนเหล่านี้ เป็นต้นอย่างของเกษตรกรตัวอย่าง ที่มีความสุข มีสุขภาพดีด้วย เราก็คิดถึงว่าการขับเคลื่อนเกษตรที่เอื้อต่อสุขภาพนั้น ต้องใช้แนวทางของวิถีธรรมวิถีไท เราจะมีกระบวนการเรียนรู้ ตัวอย่างเรามีการขับเคลื่อนชุมชนที่พึ่งตนเองได้ อาหารหรือเกษตรที่เอื้อต่อสุขภาพ เรามีพื้นที่นำร่อง เช่น  โต๊ะอิหม่ามรอหีมที่ อ. จะนะ  แม้ท่านจะปลูกอย่างท่านมีอาหารพอเพียง ท่านมีพืชผักสวนครัว พอเพียงในครอบครัวที่เหลือก็มาที่ผมด้วย ก็คือได้เกื้อกูลผู้บริโภคที่อยู่ในเมือง มีตัวอย่างของคุณมานิตย์ซึ่งปลูกผักพื้นบ้าน  เนื่องจากมีประสบการณ์ที่ปลูกผักใช้สารเคมีอย่างเข้มข้น จนขณะที่ตั๊กแตนบินไปเกาะแล้วตกลงมา ผลิตหัวใส่เท้าเพื่อส่งให้โรงงาน ไปทำเป็นปูเทียมซึ่งเป็นปูเทียมที่ใช้สารเคมีเข้มข้น ที่มานิตย์ปรับเปลี่ยนเพราะสงสารคนกิน ก็เปลี่ยนจากการปลูกผักจีนหรือผักฝรั่งมาปลูกผักพื้นบ้าน คือ กินผักพื้นเมืองไม่เปลื้องชีวิต กินผักพื้นบ้านต้านมะเร็ง ก็เลยปรับเปลี่ยนในการปลูกในการกิน ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมกิน เรามีแผนในการสร้างพื้นที่หรือชุมชนโดยมีโครงการเรียนรู้เกษตรที่เอื้อต่อสุขภาพลงไปปฏิบัติการในชุมชนที่มีความพร้อม คือ เรียนรู้กันอย่างพี่น้อง เรามีหลักสูตรท้องถิ่น หลักสูตรวิถีธรรมวีถีไทที่เอื้อต่อสุขภาพ  ด้านเรื่องการสนับสนุน มาตรการส่งเสริมภาษี เช่นในสถานประกอบการที่เกษตรกรทำการผลิตอาหารด้านจิตสำนึกในการฟ้องมนุษย์ว่าอยากให้เพื่อนมนุษย์ได้กินอาหารที่ดี  แต่ไม่มีมาตรการใด ๆ เลย ที่จะเข้าไปสนับสนุน เช่น น้ำในการทำเกษตร ปัจจัยการผลิตพื้นฐาน ถนนที่นำไปสู่ตลาดที่เป็นธรรมหรือยั่งยืน ถ้าภาครัฐนำปัจจัยเหล่า นี้ไปใช้คือเป็นนโยบายท้องถิ่น การเมืองท้องถิ่นที่เข้มแข็งต้องสนับสนุน และพลเมืองที่เข้มแข็งด้วยจึงไปด้วยกันได้ ทุกกระบวนการในส่วนของผู้ประกอบการร้านอาหาร และตลาดเกษตรที่เอื้อต่อสุขภาพ คนเหล่านี้มีต้นทุน ซื้อผักในตลาด กิโลกรัม 10 บาท แต่เมื่อเราทำโครงการผักสีเขียว ต้นทุนอาจจะเพิ่ม  กิโลกรัม 30 บาทนั้นคือต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น 2 เท่าตัวยินดีทำด้วยความสุขและความรัก ซึ่งถ้ามาตรการทางภาษีเข้าไปช่วย เทศบาล อบต. หรือแผนระดับชาติก็ได้ จูงใจทางภาษี ลดภาษีกับร้านอาหารหรือ ตลาดที่เข้าไปตรวจสอบว่ามีร้านอาหารที่ปลอดภัยต่อชีวิตของผู้บริโภค ลดภาษี และจะเกิดร้านอย่างนี้ขึ้นอย่างน้อยก็เกิดแรงจูงใจสร้างบรรยากาศใหม่ ๆ ที่เอื้อต่อสุขภาพ เราคิดต่อไปอีกว่าในแต่ละปี อยู่ในแผนที่คิดว่าในแต่ละปีจะมีตลาดมหกรรมตลาดคนรักสุขภาพ ซึ่งจะเชื่อมโยงเข้ากับประเด็นอื่น ๆ ด้วยในแต่ละปีเราจะเชิญคนที่เป็นเกษตรกรที่ ทำเรื่องอาหารที่เอื้อต่อสุขภาพมาออกร้าน มาแสดงภูมิปัญญาว่าเขามี กระบวนการผลิตอย่างไร การไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ย่าฆ่าแมลง เขามีเทคโนโลยีที่เหมาะสมอย่างไรมาแสดง  เกิดการบูรณาการองค์ความรู้ให้เข้ากับประเด็นอื่นๆได้  เช่น ประเด็นสิ่งแวดล้อมในเรื่องของการจัดการขยะ ถ้าภาคประชาชนพลเมืองไม่มีส่วนร่วมก็เป็นเรื่องที่อยากเย็น เช่น การบูรณการด้วยกันได้ เช่น ประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมในขยะ 1 ตัน มีข้อมูลเราต้องใช้เงินประมาณ 500 บาท มีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ว่า 40 กว่าเปอร์เซ็นต์ เป็นขยะอินทรีย์ ที่ร้านผมมีการแยกขยะ ขยะสด ขยะอินทรีย์ นำมาทำเป็นน้ำหมัก น้ำหมักนี้แยกอีก เศษอาหารประเภททั่ว ๆ ไปหมักแล้วก็นำไปสู่การทำปุ๋ย แต่เปลือกผลไม้ทุกชนิดหมักแล้วทำน้ำยาล้างจานได้ ขัดห้องน้ำ มีกลิ่นเป็นผัก ผลไม้ ซึ่งถ้าเราทำตรงนี้ได้อย่างร่วมกันเทศบาลนคร จัดอบรมร้านอาหารโรงแรม ภัตตาคาร  ปรากฏว่า เพื่อเขาเห็นว่าเปลือกผลไม้สามารถทำน้ำยาได้ที่เขาไม่ต้องซื้อ  มันสร้างแรงจูงใจ สุขภาพเราคิดว่าเราอยากจะจัดให้เป็นมหกรรมประจำปีเพื่อสร้างกระแสให้ผู้คนที่สนใจเรื่องสุขภาพทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค ส่วนราชการต่าง ๆ ได้มาพบกัน

นายสิทธิศักดิ์  ตันมงคล กระบวนการจัดทำแผนสุขภาพประเด็นเด็กและเยาวชนแนวคิดที่เราคุยกันในกลุ่มที่ยกร่างแผนว่ามันต้องมองในเชิงรบให้ชนะ เราพยายามหาแนวคิดที่พยายามให้สอดคล้องว่าเราต้องทำงานในเชิงสร้างสรรค์และเป็นบูรณาการ ที่ผ่านมาในการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนเราใช้วิธีเข้มงวด การกวดขัน การลดโทษ ลงทัณฑ์ แต่เราก็คิดกันว่าจริง ๆ แล้วเด็กก็คือผลของสังคมนั้นเอง เราจะมาคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้เพราะว่าเขาเติบโตมาในท่ามกลางสังคม และพอมาวันนี้จะบอกว่าเด็กไม่ดีคงไม่ใช่ฉะนั้นในมุมมองใหม่ ๆ พวกนี้เป็นเรื่องที่พวกเราคิดกันเยอะเหมือนกัน จากที่เคยมีประสบการณ์การทำงานด้านเด็กอยู่ที่ศาลเยาวชนก็พยายามรวบรวมตัวเลขออกมาเพื่อให้เห็นภาพว่าเราต้องให้ความสำคัญเรื่องเด็กซึ่งตรงนี้ถ้าเราผ่านไปในชีวิตเรื่อย ๆ ข้อมูลผ่านมาและผ่านไป เราอาจจะไม่ฉุดใจคิด ผมออกจะยกตัวอย่างให้ทุกท่านที่มาประชุมในวันนี้ได้เห็นภาพนิดหนึ่ง คือ ตอนนั้นผมเห็นภาพเด็กทั้งแต่แรกเกิด-25 ปี คือให้กำจัดความว่า "เยาวชน" มีหลายกรอบเหมือนกัน แต่ถึง 25 ปี ประชากรของเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ มีถึง 50 % ของประชากรประมาณสมัยนั้นเรา 60-61 ล้านคน เป็นข้อมูลเก่า ประมาณ 30 ล้านคนคือเด็กและเยาวชน ผมมองลึกเข้าไปอีกว่าเด็กเยาวชนที่อยู่ในการศึกษามีอยู่เท่าไร ซึ่งน่าใจหาย น้อยมาก จำตัวเลขไม่ได้ ครับแต่น้อยมาก พอดูการเรียนระดับประถมไป มัธยม ขึ้นอุดมศึกษามีเท่าไร ปรากฏการณ์ที่ยิ่งเรียนสูงขึ้นก็มีอัตราไม่เรียนต่อเยอะขึ้น และก็ข้อมูลผู้ชายอายุ 19 ปีจะเหลือน้อยกว่าผู้หญิง ผู้หญิงจะเหลือเยอะกว่าผู้ชาย และก็พอมองผ่านไปเฉย ๆ จะไม่เห็นอะไรอีก แต่หากมองอนาคต  10-20 ปี ช่วงหน้าจะถ้าประชากรกลุ่มเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้เติบโตมาอยู่ในอยู่ในสังคมกลายเป็นผู้ให้ในสังคมไทยในรูป 20 ปีข้างหน้าและถ้าโลกของเรามีปัญหาผมคิดถึงอนาคตชาติจังเลยอย่าลืมวันนี้เราเป็นผู้ใหญ่อยู่ในสังคมไทยเราทำอะไรก็แล้วแต่ ซึ่ง  20  ปี  ข้างหน้าเด็กและเยาวชนกำลังจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่และจะต้องมาพัฒนาบ้านเมืองของเราและอนาคตจะเป็นอย่างไรครับพอเห็นประเด็นนี้เลยครับไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่อยากจะเห็นภาพรวมเรื่องของการมีส่วนร่วมต้องทำงานแบบบูรณการอันนี้มันเป็นประเด็นถัดมาของการมีส่วนร่วมคือ ปัจจุบันการมีองค์กรการมีส่วนร่วมการร่วมมือกันมันมีขีดจำกัดอยู่หลาย ๆ เรื่อง ด้วยกัน  คือหลาย ๆ ส่วนที่มาจากส่วนราชการส่วนท้องถิ่น หรือมาจากภาคประชาชน ซึ่งประเด็นเรื่องเดียวเราพยายามจะเห็นว่ามีช่องว่างมีระเบียบปฏิบัติซึ่งไม่สามารถยื่นมือมาจับอย่างแน่นแฟ้น ที่จะเดินต่อและเราจะปิดกั้นเรามีการคุยกันในเรื่องยกร่างประเด็นเด็กที่จริงแล้วเราอาจไม่ต้องคิดอะไรมากในการทำแผนสุขภาพเป็นโอกาสหนึ่งที่ทำให้คนหลาย  ๆ  แห่งมาคุยกันและถ้าคุยกันอย่างน้อยดีกว่าการไม่ได้คุยกัน  การที่หลายคนหลายแห่งหลาย ๆ องค์กรมาร่วมคุยกันในเวทีเดียวกันเป็นโอกาสที่ทำให้เรารู้จักกันความสัมพันธ์กันในอนาคตตรงนี้มันสามารถมีพลังที่จะเชื่อมต่อตรงนี้ได้  การแก้ปัญหาพัฒนาอันนี้ถ้าเราได้คิดอะไรมาก อย่างน้อยที่สุดจะต้องมาเจอกันในเวที  ที่มาขับเคลื่อนอะไรได้พอสมควร  ถ้าพยายามให้ดีมากขึ้นเราจะต้องหลายกรอบหลายกฎเกณฑ์สามารถอะไรต่าง ๆ เราสามารถมองดูไปในอนาคตให้ได้ มันน่าจะมีพลังมากขึ้นมันเป็นของพลังทวีคูณเราเรียกว่ามันเป็นคนมารวมกันมันใช้หนึ่งบวกสองมันอาจจะหนึ่งบวกสี่บวกห้า ที่จริงมันเป็นอย่างนี้ คือ ในยุทธศาสตร์ในเรื่องเด็กเราต้องมองที่ตัวเด็กทำอย่างไรที่ผู้ใหญ่เกี่ยวข้องกับเด็ก  ที่จริงผู้ใหญ่เกี่ยวข้องกับเด็ก  อย่างน้อยก็เป็นลูกเป็นหลานในครอบครัวทำอย่างไรสามารถสร้างเด็กต่างกลุ่ม หรือต่างผู้ใหญ่ในประเด็นเดียวกันมามีโอกาสเคลื่อนไหวกันมากขึ้น จะเป็นบูรณการทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่และต้องคาดหวังถึงนโยบายสาธารณะได้ยกตัวอย่างเรื่องหนึ่งในโลกปัจจุบันเราพูดในเรื่องการแข่งขันบนเวทีประชาคมโลกเยอะมากและเรามานั่งปวดใจทำไม เด็กเราต้องกวดวิชาเยอะมากเรียนเช้าจนค่ำ เสาร์ - อาทิตย์  ต้องกวดวิชา  อีกหลายคนคงมีประสบการณ์ตรงหลาย ๆ คน  มีการบอกเล่ามาว่าเด็กในโลกตะวันตกหรืออาจไม่ใช่ตะวันตก  บ้านใกล้เรือนเคียงเขาไม่เรียนหนังสือเขาเรียนกันครึ่งวันหรืออาจเรียนแค่บ่ายก็เลิกเรียนแล้วเขาไม่ต้องแบกหนังสือกองใหญ่ทำให้ไหล่เสียหรือกระดูกสันหลังงอเขาเรียนอะไรมากเหมือนเราหรือเปล่า  ไม่หรอก เรียนเข้มแข็งมากและเคยสังเกตไหม เราเรียนขนาดนี้ทำไมไปแข็งระดับโลกเราสู้เขาไม่ได้ เสียตรงนี้มันเป็นจุดอ่อนของเราอาจจะมองไปในเชิงนโยบายการศึกษาไทยเราอาจจะเน้นเป้าหมายเป็นตัวตั้งว่าเราอยากจะเอาคนประเภทไหนเราแค่ก๊อปปี้เอาก็ได้  แต่การศึกษาอาจจะว่าทำไมถูกเรื่องแต่ก็ไม่แน่ญี่ปุ่นเป็นมหาอำนาจทุกวันนี้ก็ไม่แน่ระยะหนึ่งและศึกษาพัฒนาต่อได้ใช้ปีเข้ามาแล้วก็  เรื่อย ๆไปตลอดวันนี้เราคิดปัญหาใหม่ขึ้นเกิดจินตนาการใหม่ขึ้นมาวันนี้สำคัญเด็กๆ จินตนาการเยอะ นโยบายการศึกษาควรสร้างให้เด็กได้มีความคิดสร้างสรรค์ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นต้องร่วมในการจัดระบบการศึกษา  มีการร่วมจัดการการศึกษาร่วมกัน ปิดการประชุม

Relate topics

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว