สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

รายงานการประชุมวางแนวทางการจัดทำแผนสุขภาพ : “เด็กสร้างสื่อหรือสื่อสร้างเด็ก”

วันที่ 23 กรกฏาคม 2549 เวลา 09.00 - 12.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 ตึกกิจกรรมนักศึกษา มอ.หาดใหญ่

ผู้เข้าร่วม จำนวน 50 คน 1. เสียงตามสาย รร.วัดโคกสมานคุณ ป.4-6 2. รร.ธิดานุเคราะห์ 3. บ.เอกชน 4. ประธานสภานักศึกษามอ.หาดใหญ่ 5. ชุมชนปริก 6. รร.พะตงประธานคีรีวัฒน์ ม.ต้น-ม.ปลาย 7. บ.สวีทจูเนียร์ 8. มอ.วิทยานุสรณ์ 9. FM 102.75 MHz 10. FM 99.50 MHz

สรุปการประชุม คุณสิทธิศักดิ์ ตันมงคล และคณะ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วม ที่เป็นเด็กและเยาวชนจากกลุ่มต่างๆของโรงเรียน ชุมชน  ที่มีกิจกรรมในเชิงสื่อสารมวลชน และสนใจ รวมถึงนักจัดรายการวิทยุ คุณครู ผู้ใหญ่ที่สนใจกิจกรรมของเด็ก กลุ่ม ชุมชน สื่อ และชี้แจงถึงที่มาและวัตถุประสงค์ในการจัดเวที ที่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดทำแผนสุขภาพประเด็นเด็กและเยาวชน
ผู้เข้าร่วมได้แนะนำตัวและกิจกรรมที่ดำเนินการ เริ่มจากเยาวชนจากชุมชนปริก กล่าว่ามาหาประสบการณ์ เพื่อนำกลับไปทำงานเรื่องสื่อ(เสียงตามสาย)ในชุมชน กิจกรรมที่ดำเนินการอยู่แล้ว ทำงานด้านสิ่งแวดล้อม/ธนาคารขยะ/กระปุกสวรรค์ ต่อไปในอนาคตจะมีสื่อ จม.ข่าว/เสียงตามสายในชุมชน กลุ่มเด็กคิด ทำสื่อ วิทยุชุมชน คลื่น FM 101.00 MHz นอกจากนั้นยังทำจุลสาร และเว็บไซต์ และมีอาสาสมัครดำเนินโครงการเสียงที่เห็น (หนังสือเสียงให้คนตาบอด) เยาวชนโรงเรียนวัดโคกสมานคุณ มีกิจกรรมทำน้ำหมักชีวภาพและธนาคารขยะ เยาวชนจาก รร.พะตงประธานคีรีวัฒน์ มีกิจกรรมเสียงตามสายในโรงเรียน โดยเชื่อมโยงกับวิทยุชุมชน เชื่อมโยงกับศิลปะพื้นบ้าน นักศึกษาจาก มอ.หาดใหญ่ มีกิจกรรมเสียงตามสาย โดยกระจายเสียงเฉพาะหอพัก มีเนื้อหาประชาสัมพันธ์กิจกรรม ข่าวสารในมหาวิทยาลัย รณรงค์เปิดไฟใส่หมวก การดำเนินการได้คัดเลือกนักศึกษามาจัดรายการ กำลังจะมีวารสารเผยแพร่กิจกรรมนักศึกษา เยาวชนจาก มอ.วิทยานุสรณ์ มีเว็บไซต์ จม.ข่าว และเสียงตามสาย นักจัดรายการจาก คลื่น FM 99.50 MHz  นอกจากจัดรายการเปิดเพลง ยังมีการเล่านิทาน และมีแนวทางให้เด็กมาจัดรายการในวันอาทิตย์ เยาวชนจากคลื่นเสียงกรรมกร FM 102.75 MHz ให้เยาวชนมาร่วมจัดรายการ หลังจากนั้นผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนสถานการณ์ของเด็กและเยาวชนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสื่อ โดยสรุป ผลที่ได้ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนได้แก่
1.ผู้เสพย์ มีการตั้งข้อสังเกตว่าเด็กปัจจุบันรู้เท่าทันสื่อมากน้อยแค่ไหน ขณะที่สื่อมีอิทธิพลต่อทุกคน ตั้งแต่ในระดับท้องถิ่นไปถึงระดับชาติ ขณะเดียวกัน สื่อส่วนใหญ่มีการแข่งขันในเชิงธุรกิจมีแนวทางสนับสนุนทุนนิยมมากกว่าคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม จนทำให้เด็กและเยาวชนเกิดพฤติกรรมเลียนแบบไปในทางไม่ดี ขณะที่สื่อบางประเภท เช่น อินเตอร์เน็ตขาดการควบคุม/กลั่นกรอง แต่ก็เข้าถึงง่าย โทรศัพท์มือถือ/คลิปวีดีโอ/MP 3 เผยแพร่สื่อลามก มีการโหลดภาพไม่เหมาะสมจากนิตยสารมาเผยแพร่ สื่อเหล่านี้เด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย อย่างไรก็ดี ในท่ามกลางความทันสมัย สดวกรวดเร็ว สื่อเหล่านี้ก็มีความเสี่ยงในการติดไวรัส
สรุปโดยรวมแล้วเด็กและเยาวชนมีความสนใจสื่อไปตามกระแสความนิยม ผู้เข้าร่วมได้นำเสนอทัศนะต่อสื่อ บางประเภท เช่น หนังสือพิมพ์ มีการพาดหัวข่าวกระตุ้นความสนใจ ขณะที่ทีวี เริ่มปรับรายการช่วงเย็นให้มีสาระกับเด็กมากขึ้น แต่สื่อ CD ลามก หาได้ง่ายมาก
ทั้งนี้ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากเด็กขาดผู้ใหญ่ช่วยแนะนำ 2. ผู้ผลิต เด็กและเยาวชนได้เสนอว่าทำอย่างไรให้มีการนำเสนอน่าสนใจ หากมีทีมต้นแบบที่ดี จะสามารถเป็นผู้แนะนำเด็กได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งภาพรวมแล้วยังขาดความหลากหลาย ทำอย่างไรให้เนื้อหาที่ผ่านสื่อให้มีการเน้นการให้ความรู้ เพื่อเป็นทางเลือกในการเสพย์มากขึ้น บางคนตั้งคำถามว่าสื่อเองคำนึงถึงผลกระทบที่ตามมาหรือไม่ ขณะที่เราเองสามารถผลิตสื่อที่ดีมาทดแทนสื่อที่นำเสนอไม่เหมาะสมได้หรือไม่ เมื่อพิจารณาเนื้อหาบางประเภทที่เด็กสนใจแต่ที่ผ่านมาอาจไม่มีผู้ผลิตที่สามารถนำแง่มุมเชิงสาระมานำเสนอ ทำอย่างไรให้มีการนำเสนอเนื้อหาที่เด็กสนใจเหล่านั้นให้มีรูปแบบที่เหมาะสมมากขึ้น(เช่น เรื่องเพศศึกษา) เด็กและเยาวชนสามารถใช้การนำเสนอที่น่าสนใจสนับสนุนแนวคิดหลักที่ดี และให้สังคมได้ปรับทัศนะคติที่ถูกต้องด้วย
นอกจากนั้น มีการตั้งคำถามว่าสื่อมีความเป็นกลางหรือไม่ และเราจะพัฒนาศักยภาพสื่อด้วยกันอย่างไรมีเวทีแลกเปลี่ยน โดยค้นหาความรู้ที่มีอยู่แล้วรอบตัวมานำเสนอ สื่อเองก็สามารถช่วยเหลือสังคม/ชุมชน หรืออนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านได้
และมีการตั้งข้อสังเกตุอีกว่า การจัดกิจกรรมต่างๆ เด็กได้ทำตามความต้องการหรือมีผู้ใหญ่อยากให้ทำ
และในแง่การผลิตทำอย่างไรให้สามารถอยู่รอดได้ในทางธุรกิจ
ข้อเสนอที่ได้มีการแลกเปลี่ยนความเห็นและเสนอแนะ มีดังนี้ 1. แก้ปัญหาผลกระทบจากการอ่านสื่อ เช่น พาดหัวข่าวสิ่งดีๆในหน้าหนังสือพิมพ์แทนการพาดหัวข่าวไม่ดี 2. ปรับเปลี่ยนทัศนะคติมุมมองของสังคมที่มีต่อสิ่งการสร้างค่านิยมที่ดีและไม่ดี 3. ให้มีการนำเสนอข่าวเชิงลบในมุมบวก 4. การนำเสนอให้เน้นแนวคิดหลักที่ดีเสริมด้วยการนำเสนอที่น่าสนใจ 5. ให้มีการสนับสนุนเชิงนโยบาย 6. ปรับเปลี่ยนทัศนะต่อการอบรมเลี้ยงดูเด็กให้มองโลกรอบด้านมากขึ้น ไม่ได้มองแต่ด้านบริสุทธิ์สวยงามเพียงอย่างเดียว 7. สื่อเองควรนำเสนอข้อมูลและมุมมองอย่างรอบด้าน 8. เด็กเองควรมีการวิเคราะห์กลั่นกรอง มีภูมิต้านทาน 9. มีปฎิบัติการตามศักยภาพ บทบาท ต้นทุนที่มีอยู่ในพื้นที่ 10. นอกจากดูเป้าหมาย ความฝัน ความต้องการแล้ว ควรพิจารณาให้สอดคล้องกับการตลาดด้วย 11. เด็กและเยาวชนควรเพิ่มเติมทักษะชีวิต ในการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ 12. มอ.อยากให้มีวารสารสำหรับเด็กในหาดใหญ่หาสิ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับเด็กที่เหมาะสมกับบริบทของตน 13. ให้เด็กมีโอกาสทำงานกับเด็กด้วยกัน 14. เปิดเวทีสำหรับเด็ก ไปยังหัวมุมเมืองกระจายไปหลายๆที่ ใช้รูปแบบที่ไม่สิ้นเปลืองงบประมาณ 15. การคิดทำกิจกรรมทำอย่างไรให้มีความต่อเนื่องและสามารถต่อยอดได้ไม่สิ้นสุด 16. มีสื่อสำหรับเด็ก เช่น หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น วารสาร โดยส่งให้กับโรงเรียน
17. มีรูปแบบการสื่อสารที่หลากหลาย เช่น บุคคล เวที วิทยุ วัฒนธรรม 18. ตั้งเครือข่ายสือเด็ก โดยเริ่มจากจุดเล็กๆ แล้วประสานไปยังสื่ออื่นๆ เช่น เคเบิลทีวี. วิทยุ วิทยุชุมชน เว็บไซต์ แล้วหาฐานสมาชิก 19. ตั้งโรงเรียนสอนสื่อเด็ก หรือศูนย์สื่อเพื่อเยาวชน นัดครั้งต่อไป หลังงานเกษตร ต้นกันยายน โดยเป็นการประชุมเชิงปฎิบัติการเพื่อหลอมรวมเยาวชนที่มาร่วมกิจกรรม ค้นหาคณะทำงานและรูปแบบการทำงานร่วมกัน ในการประสานงาน คุณสิทธิศักดิ์ ตันมงคล คุณโตมร อภิวันทนากร จะเป็นคณะทำงานกลาง ขณะที่มอบหมายให้คุณชัยวุฒิ เกิดชื่น ประสานงานเรื่องเด็กและสื่อ

ปิดประชุม

Relate topics

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว