สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

พัฒนาชุมชนจัดตั้งสถาบันจัดการภูมิปัญญาโอท็อป

by wanna @25 ส.ค. 49 11:30 ( IP : 124...140 ) | Tags : ข่าวสุขภาพประจำวัน
photo  , 500x667 pixel , 79,621 bytes.

พัฒนาชุมชนจัดตั้งสถาบันการจัดการภูมิปัญญาโอท็อปขึ้น หวังให้เป็นแหล่งรวบรวมสุดยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ศูนย์กลางของแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน พร้อมขยายองค์ความรู้สู่คนรุ่นหลังต่อไป

การที่จะทำให้สินค้าโอท็อปโกอินเตอร์ต่อยอดเชิงเชิงพาณิชย์ต้องมีปัจจัยหลาย ๆ เข้ามาส่งเสริม อาทิการตลาด กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ก็ได้จับมือกับ ทีวี ไดเร็ค อาศัยสื่อที่มีอยู่ ทำการตลาดแบบขายตรงได้ ด้านการเพิ่มมูลค่าหรือพัฒนาผลิตภัฒฑ์นั้น ดร.นิรันดร์ จงวุฒิเวศย์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ก็ได้ เปิดเผยว่า สำนักส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้จัดตั้งสถาบันการจัดการภูมิปัญญาโอท็อปขึ้น เพื่อให้เป็นแหล่งรวบรวมสินค้าโอท็อปที่เกิดจากองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นไว้ในแหล่งเดียวกัน และเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พัฒนาต่อยอดต่อไป

"ทั้งนี้เนื่องจากภูมิปัญญาท้องถิ่นบางเรื่องได้ถูกดัดแปลงจนไม่สามารถค้นหา แหล่งภูมิปัญญาดั้งเดิมได้ ขาดการสืบสานถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลังและกระจะกระจายยากต่อการสืบค้น ภูมิปัญญาท้องถิ่นเหล่านี้เมื่อมีการอยู่อย่างกระจัดกระจายจะยากต่อการดูแล แต่หากนำมารวมกันไว้และบริหารจัดการที่ดีก็จะมีการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์โอท็อป ในขั้นต้นสถานที่จัดตั้งคงเป็นกรมการพัฒนาชุมชนก่อน"  อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน  กล่าวและว่า

จะรวบรวมความเป็นเอกลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นของแต่ละพื้นที่เอาไว้ และสถาบันนี้จะเป็นที่แลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกันอีกด้วย โดยจะเชิญศิลปินที่มีภูมิปัญญาในแต่ละสาขาความรู้ด้านต่าง ๆ มาพบปะพูดคุยและเปลี่ยนทัศนคติกันเป็นระยะ ๆ ซึ่งพื้นที่หนึ่งอาจจะนำความรู้จากพื้นที่อีกแห่งหนึ่งไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเองได้

  สถาบันจะบริหารจัดการเกี่ยวกับภูมิปัญญาโอท็อป ที่จัดหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ไว้ 5 ประเภท ประกอบด้วย เครื่องดื่ม ผ้า เครื่องแต่งกาย ของใช้ของประดับตกแต่งและของที่ระลึก รวมทั้งสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร อย่าวเช่นการทำตุ๊กตาญี่ปุ่นของการศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดร้อยเอ็ด สามารถที่จะพัฒนาเป็นสินค้าโอท็อประดับ 5 ดาวได้เลยทีเดียว

ผลิตภัณฑ์ โอท็อปทั้ง 5 ประเภทนี้มีที่มาจากภูมิปัญญาดั้งเดิมซึ่งพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน และภายหลังได้รับการส่งเสริมให้เป็นผลิตภัณฑ์โอท็อปทำห้ภูมิปัญญาดั้งเดิมได้รับการต่อยอดในเชิงพาณิชย์ และจุดขายของผลิตภัณฑ์ คือ ความเป็นมาและองค์ความรู้ที่เป็นภูมิปัญญาของผลิตภัณฑ์ (STORY OF PRODUCT)

ดังนั้น เจ้าขององค์ความรู้ที่ถูกนำมาพัฒนาจึงควรใช้ประโยชน์จากเรื่องราวของผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์รวมไปถึงการสร้างยอดจำหน่ายให้สูงขึ้น โดยอาจนำเรื่องราวของผลิตภัณฑ์เหล่านี้เชื่อมโยงไปสู่การท่องเที่ยวได้ ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจที่จะศึกษาค้นคว้าภูมิปัญญา OTOP หรือต้องการประสานเครือข่ายสถาบันการจัดการภูมิปัญญาโอท็อป สามารถของใช้บริการได้ที สำนักส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย โทร.02-622 3155 หรือ ที่เว็บไซด์ WWW.Cdd.go.th


ที่มา คมชัดลึก

Relate topics

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว