สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

แนะหญิงไทยอายุ 35 ปี คลำเต้านมตัวเองเป็นประจำ

by wanna @15 ส.ค. 49 11:41 ( IP : 124...101 ) | Tags : สาระน่ารู้

กรมอนามัยรณรงค์หญิงไทยอายุ 35 ปีขึ้นไป คลำเต้านมตัวเองเป็นประจำ เพื่อค้นหามะเร็งเต้านม เผย มะเร็งเต้านมพบมากเป็นอันดับ 1 ในผู้หญิง รองจากมะเร็งปากมดลูก ส่วนใหญ่มาพบแพทย์เมื่อสายเสียแล้ว

นพ.บวร งามศิริอุดม รองอธิบดีกรมอนามัย เป็นประธานเปิดการประชุมเครือข่ายการดำเนินงานการเฝ้าระวังและดูแลสตรีไทยจากโรคมะเร็งเต้านม มีเครือข่ายภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชนประมาณ 40 คน เข้าประชุมเพื่อประสานความร่วมมือในการคัดกรองมะเร็งเต้านม

นพ.บวร กล่าวว่า มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 1 ในผู้หญิง รองจากมะเร็งปากมดลูก ร้อยละ 80 มาพบแพทย์เมื่อก้อนมะเร็งโตมากกว่า 5 เซนติเมตร มะเร็งกระจายสู่อวัยวะอื่น ทำให้โอกาสรักษาหายลดลง จึงมีโครงการรณรงค์ให้หญิงไทยอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไปคลำเต้านมตัวเองเป็นประจำจนกลายเป็นวัฒนธรรม ซึ่งแผนรณรงค์ลดมะเร็งเต้านมแห่งชาติตั้งเป้าหมายว่าร้อยละ 80 ของหญิงอายุ 35 ปีขึ้นไปจำนวนประมาณ 10 ล้านคนทั่วประเทศ ต้องคลำเต้านมตนเองเป็นประจำ การคลำเต้านมตนเองสามารถค้นพบความผิดปกติของเต้านมได้ หากค้นพบก้อนเนื้อขนาดน้อยกว่า 2 เซนติเมตร มีโอกาสรักษาหายสูงมาก

      ทั้งนี้ การคลำเต้านมทำได้โดย 1.การยืนหน้ากระจก ปล่อยแขนข้างลำตัวตามสบาย เปรียบเทียบเต้านมทั้ง 2 ข้างว่าหัวนมบิดเบี้ยว หรือมีสิ่งผิดปกติหรือไม่ ประสานมือทั้ง 2 ข้างเหนือศีรษะแล้วกลับมาอยู่ในท่าเท้าสะเอว พร้อมสำรวจหาความผิดปกติ ให้โค้งตัวมาข้างหน้า ใช้มือทั้ง 2 ข้างวางบนเข่าหรือเก้าอี้ในท่านี้ เต้านมจะห้อยลงไปตรง ๆ หากมีสิ่งผิดปกติจะเห็นได้ชัด

            2.ท่านอนราบ นอนในท่าสบาย สอดหมอน หรือม้วนผ้าใต้ไหล่ซ้ายยกแขนซ้ายเหนือศีรษะเพื่อให้เต้านมด้านนั้นแผ่ราบจะทำให้คลำพบก้อนเนื้อได้ง่าย ให้ใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง คลำทั่วทั้งเต้านมและรักแร้ ห้ามบีบเต้านม ให้คลำในแนวก้นหอย คือ จากส่วนบนของเต้าไปตามแนวก้นหอยจนกระทั่งถึงฐานเต้านมบริเวณรักแร้ หรือคลำในแนวขึ้น-ลงจนทั่วเต้านมและการคลำในแนวรูปลิ่มโดยคลำจากส่วนบนของเต้านมจนถึงฐานแล้วกลับขึ้นสู่ยอดถัน สำหรับผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไปควรตรวจเต้านมด้วยวิธีแมมโมแกรมทุก 1 ปี


ที่มา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว