ลักษณะโครงการโดยรวม
ชื่อโครงการ : โครงการสนับสนุนการเรียนรู้ภาคประชาชนสงขลา
องค์กรผู้รับผิดชอบหลักโครงการ : กลุ่มยุวพลเมืองสงขลา
ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางณัฑฐวรรณ อิสระทะ
สถานที่ติดต่อ : 132/2 ซ.10 ถนนราฎร์อุทิศ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
โทรศัพท์ 074 - 254716 โทรสาร 074 - 254542
คณะทำงานของโครงการ : 1.นายเอกชัย อิสระทะ 2.นางสาวโสรยา คงแก้ว 3.นางสาวจุฑา สังขชาติ 4.นางสาวปราณี วุ่นฝ้าย 5.นางสาวนฤมล ขาวนวล
คณะกรรมการที่ปรึกษาโครงการ :
1.นพ.อนันต์ บุญโสภณ
2.พญ.รัชนี บุญโสภณ
3.รศ.เริงชัย ตันสกุล
4.ผศ.ประสาท มีแต้ม
5.รศ.จรวย เพชรรัตน์
6.นายอรัญ จิตตะเสโน
7.นายพิชัย ศรีใส
8.นายภาณุ พิทักษ์เผ่า
9.นายประทุม กาญจนสุวรรณ
หลักการและเหตุผล
" สุขภาวะ " นั้นต้องมีกรอบมุมมองที่กว้างในบริบททางสุขภาพทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม จิตวิญญาณ และสิ่งแวดล้อมนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเชื่อมโยงกับบริบทอื่นๆของสังคมในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคมและวัฒนธรรม เพื่อให้เกิดมิติการมองอย่างเป็นองค์รวม และการคิดเชิงระบบ ( Systemic Thinking ) เพื่อเชื่อมโยงปัจจัยที่ซับซ้อนในสังคมโลกาภิวัฒน์สู่การสร้างสรรค์สังคมแห่งสุขภาพ
การมีเวทีแห่งการเรียนรู้ร่วมของผู้คนในสังคมไม่ว่า นักวิชาการ นักเรียนนักศึกษา นักกิจกรรม ตลอดจนถึงชาวบ้านในวิชาชีพต่างๆ ในประเด็นสถานการณ์ต่างๆนั้น ทั้งประเด็นด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง สุขภาพ และวัฒนธรรม ล้วนมีแง่มุมหลากหลายที่น่าสนใจ หากสามารถผสมผสานบริบทของประเด็นเข้าด้วยกันอย่างเป็นองค์รวม ซึ่งจะทำให้ผู้ที่มาร่วมเรียนรู้ได้มุมมองเชิงระบบและทัศนะอย่างองค์รวมมากกว่ากรอบการมองอย่างแยกส่วน
ด้วยปัญหาสังคมนั้นมีมากหลากหลายและซับซ้อน ผู้ที่สนใจใฝ่เรียนรู้ในสังคมก็มีอยู่ไม่น้อย คนที่มีความรู้ในเรื่องต่างๆในสังคมนั้นก็มีอยู่ ขาดแต่สถานที่และโอกาสที่จะได้มาพบกัน วิทยาลัยวันศุกร์จึงก่อตั้งขึ้นโดยใช้ห้องเรียนของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตหาดใหญ่ เป็นเวทีแห่งการเรียนรู้ ด้วยแนวคิดที่ว่า มหาวิทยาลัยสร้างมาจากภาษีของประชาชนจึงควรมีการเปิดให้ประชาชนใช้มากที่สุด
วิทยาลัยวันศุกร์เริ่มต้นก่อตั้งในวันที่ 29 ตุลาคม 2542 โดยเริ่มต้นจากคนกลุ่มเล็กๆ ซึ่งเห็นว่าควรจะมีเวทีของการพบปะพูดคุยกันโดยสม่ำเสมอในหมู่คนที่สนใจปัญหาเรื่องราวในสังคม จึงได้นัดหมายกันที่คณะการจัดการสิ่งแวดล้อม ในเวลา 19.000-21.30 น.ของทุกวันศุกร์ ใบปิดประกาศประชาสัมพันธ์วิทยาลัยวันศุกร์ตั้งแต่ครั้งแรกนั้นจะเขียนไว้ว่า "วิทยาลัยวันศุกร์ วิทยาลัยของผู้แสวงหาทางปัญญา ไม่จำกัดความรู้และประสบการณ์ ด้วยการบรรยายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่น่าสนใจ ผู้เรียนคือ ทุกคนที่มีลมหายใจ (ก็พอแล้ว) "
วิทยาลัยวันศุกร์สามารถเป็นเวทีของการเรียนรู้ร่วมกันของผู้คนที่สนใจปัญหาสังคม ( Active Citizen ) และปัญญาชนทั้งในจังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง ด้วยปรัชญาการศึกษาของวิทยาลัย วันศุกร์เป็น Situation College คือเป็นวิทยาลัยที่เรียนรู้ไปตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในสังคม ซึ่งต่างจากการศึกษาในมหาวิทยาลัยในปัจจุบันที่เป็นการจัดการศึกษาที่มีแบบแผน แตะต้องยืดหยุ่นได้น้อย ห่างไกลกับสถานการณ์จริง วิทยาลัยวันศุกร์จึงจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในประเด็นที่ผู้ร่วมเรียนรู้สนใจ โดยใช้วิทยากรภายในพื้นที่ หรือ เชิญวิทยากรจากพื้นที่อื่นมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในบางครั้งที่มีโอกาส ทั้งยังมีศักยภาพในการเชื่อมต่อประเด็นด้านสุขภาพกับบริบทอื่นๆในสังคมได้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาวิทยาลัยวันศุกร์มีการพูดคุยในหลายประเด็นทั้งด้าน สังคม การเมือง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ส่วนประเด็นสุขภาพก็มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันไม่น้อย อาทิเช่นเรื่อง " ชีวจิต ", " ธรรมชาติบำบัด" , "คลายเครียดด้วยการนวด : กดจุด " , "สุคนธบำบัด" , "ไหวตัวทัน ป้องกันปวดหลัง ปวดเข่า และสารพัดโรคด้วยการออกกำลังกาย" นี่เป็นเพียงหัวข้อการเรียนรู้เกี่ยวกับประเด็นสุขภาพในวิทยาลัยวันศุกร์เพียงบางส่วนเท่านั้น จากเวทีการเรียนรู้นำสู่กิจกรรมหลายๆกิจกรรม " กลุ่มไหวตัวทัน " เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่เกิดขึ้นจากการเรียนในห้องเรียนวิทยาลัยวันศุกร์ จากความเจ็บป่วยจากการปวดเมื่อยนำสู่การป้องกัน เริ่มจากความสนใจของผู้เข้าร่วมเรียนรู้จึงเกิดการนัดหมายเพื่อทำกิจกรรมการออกกำลังกายร่วมกัน จนมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมของกลุ่ม ขยายผลสู่คนอื่นๆที่สนใจเรื่องสุขภาพ นี่เป็นรูปธรรมและการขยายผลที่เกิดจากการเรียนรู้ร่วมกันในห้องเรียนวิทยาลัยวันศุกร์ เวทีการเรียนรู้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะปรับกระบวนทัศน์ ในการเตรียมความคิดของผู้คนในสังคมสู่การปฏิรูประบบสุขภาพจากฐานราก เชื่อมโยงบริบทต่างๆของสังคมเพื่อสร้างสังคมแห่งสุขภาวะด้วยตนเองโดยไม่จำเป็นต้องรอเพียงการปฏิรูปของระบบใหญ่เท่านั้น
ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมาวิทยาลัยวันศุกร์ ไม่ได้มีกองทุนในการบริหารจัดการอย่างเป็นทางการ จะเป็นลักษณะการออกค่าใช้จ่ายกันเองของผู้เข้าร่วมเรียนรู้ เช่นค่าเอกสาร ส่วนค่าเดินทางหรือค่าที่พักของวิทยากรนั้นก็เป็นสิ่งที่วิทยากรต้องหามาเองแม้ว่าจะมาจากกรุงเทพก็ตาม โดยมีเพียงน้ำดื่มให้วิทยากรเท่านั้น ด้วยข้อจำกัดด้านการบริหารจัดการและการเงินทำให้วิทยาลัยศุกร์ขาดโอกาสในการพัฒนาและสร้างสรรค์กระบวนการเรียนรู้ของผู้คนในจังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียงอีกหลายประการ เนื่องจากการบริหารจัดการแบบอาสาสมัครทำให้ไม่สามารถทำให้ มีการสรุปเอกสารการจัดเก็บข้อมูลและการจัดทำเอกสารเผยแพร่ได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้วิทยาลัยวันศุกร์ยังมีการจัดทำ Website ขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลสู่สาธารณะในวงกว้าง ซึ่งได้รับความนิยมมีผู้เข้าชมและร่วมตอบกระทู้เป็นจำนวนมาก แต่ดำเนินการโดยใช้เงินสนับสนุนส่วนตัวของสมาชิกจึงมีข้อจำกัดดังที่กล่าวมา ข้างต้น
ดังนั้น กลุ่มยุวพลเมืองสงขลา จึงได้ดำเนินการจัดทำโครงการสนับสนุนการเรียนรู้ภาคประชาชนสงขลาขึ้น เพื่อให้เกิดการหนุนเสริมกระบวนการเรียนรู้อย่างเชื่อมโยงของมิติด้านสุขภาพกับบริบทอื่น ๆ ของสังคมในจังหวัดสงขลา
วัตถุประสงค์
1.เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคประชาชนในจังหวัดสงขลา โดยใช้เวทีการเรียนรู้ของ
วิทยาลัยวันศุกร์ เพื่อเติมเต็มทั้งด้านกรอบความคิดด้านสุขภาพ และการมองปัญหาสังคมอย่างเป็นองค์รวม แก่ผู้คนที่สนใจปัญหาสังคมและสุขภาพ
2.เพื่อสนับสนุนการจัดการระบบข้อมูล องค์ความรู้ของวิทยาลัยวันศุกร์ สู่การเรียนรู้ในวงกว้าง
3.เพื่อร่วมขับเคลื่อนสังคมสู่การเป็นสังคมแห่งสุขภาวะโดยใช้ฐานการเรียนรู้เป็นกลไกในการขับเคลื่อน
เป้าหมาย
1.มีการสานต่อเวทีการเรียนรู้ของวิทยาลัยวันศุกร์ในทุกวันศุกร์อย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพ
2.มีเอกสารสรุป ข้อมูล ข่าวสาร องค์ความรู้ ในการเสวนาแต่ละสัปดาห์เพื่อเผยแพร่แก่สมาชิกและผู้ที่สนใจ
3.รวบรวมสรุปเนื้อหาการเสวนาในแต่ละครั้งเป็นรูปเล่ม พิมพ์เผยแพร่เมื่อครบ 1 ปี
4.มีการเผยแพร่ข้อมูล ความคิดความเห็นทั้งด้านสุขภาพในมิติที่กว้างและบริบทอื่นๆของสังคมใน website " www.fridaycollege.com " ที่มีการจัดทำอยู่แล้ว ให้มีความเคลื่อนไหวของ website และมีการจัดทำส่วนที่เป็นหน้าสุขภาพใน website เพื่อนำเสนอข้อมูล ทัศนะ แนวคิดที่น่าสนใจใน เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและแนวคิดกรอบการมองสุขภาพอย่างเป็นองค์รวม
5.จัดทำเอกสารที่มีคุณค่าต่อการเติมเต็มกรอบการมองปัญหาสังคมเชิงระบบและเชื่อมโยงกับมิติด้านสุขภาวะ ในเรื่อง " ปัญหาที่กระทบต่อสุขภาวะคนสงขลา " เพื่อนำมาเผยแพร่แก่ผู้ที่สนใจ
6.มีการจัดสัมมนาใหญ่ประจำปี ปีละ 1 ครั้ง โดยเลือกประเด็นที่เป็นโจทย์ใหญ่ในสังคมที่ควรมีการรับรู้อย่างกว้างขวางและร่วมกันแสวงหาทางออกที่เหมาะสมเพื่อการร่วมกันก้าวเดินไปสู้สังคมแห่งสุขภาวะ
กลุ่มเป้าหมาย
1.สมาชิกที่เคยเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ของวิทยาลัยวันศุกร์ ซึ่งตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา มีผู้คนที่สนใจปัญหาสังคมได้เข้ามาร่วมเรียนรู้ตามอัธยาศัยแล้วกว่า 4,000 คน
2.บุคคลทั่วไปในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียงที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้
สถานที่จัดการเรียนรู้ประจำสัปดาห์
ใช้เวทีของวิทยาลัยวันศุกร์ที่ห้องประชุม E105 คณะการจัดการสิ่งแวดล้อมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
ระยะเวลาในการดำเนินโครงการ
ตุลาคม 2547 - กันยายน 2548 ขยายเวลาถึง 31 มีนาคม 2549
กลวิธีดำเนินการ
1.ประชุมคณะทำงานและที่ปรึกษา เพื่อกำหนดกรอบการบริหารจัดการโครงการและทิศทางของการสนับสนุนการเรียนรู้ภาคประชาชนของจังหวัดสงขลา
2.สำหรับกิจกรรมเวทีเสวนาในทุกวันศุกร์นั้น
ในแต่ละเดือนกลุ่มยุวพลเมืองสงขลาจะเชิญวิทยากรจากส่วนกลางหรือวิทยากรนอกพื้นที่มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เดือนละ 1 ครั้ง ส่วนการเสวนาอีก 3-4 ครั้งที่เหลือในเดือนนั้น ทางวิทยาลัยวันศุกร์จะเชิญวิทยากรในพื้นที่ เป็นผู้นำประเด็นแลกเปลี่ยนเรียนรู้เช่นเดิม
มีการทำประชาสัมพันธ์ในวงกว้าง โดยประสานกับสถานีวิทยุมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ติดประกาศ Fax และ E-mail
ในการจัดการเสวนาในแต่ละครั้งจะมีการเตรียมเอกสารที่น่าสนใจแจกในวันนั้น รวมทั้งจะมีผู้สรุปเนื้อหาการเรียนรู้ทุกครั้ง ออกมาเป็นเอกสารเพื่อเผยแพร่ต่อไปในการจัดการเรียนรู้ครั้งหน้า
3.มีการรวบรวมเนื้อหาการเรียนรู้ในแต่ละสัปดาห์ จัดพิมพ์เป็นรูปเล่มเผยแพร่แก่ผู้สนใจเมื่อครบ 1 ปี
4.จัดทำเอกสารเกี่ยวกับ"ปัญหาที่กระทบต่อสุขภาวะของคนสงขลา" เพื่อนำเสนอกรอบมุมมองด้านสุขภาพด้วยกระบวนทัศน์เชิงระบบ เพื่อเผยแพร่แก่ผู้สนใจ
5.ดำเนินการเพิ่มเติมหน้าสุขภาพใน website ของวิทยาลัยวันศุกร์ ( www.fridaycollege.org )ที่มีอยู่แล้ว ให้มีศักยภาพมากขึ้นในการเป็นช่องทางการเรียนรู้ด้านสุขภาพอย่างกว้าง และการเผยแพร่แนวคิดการมองและแก้ปัญหาสังคมร่วมกัน เพื่อการก้าวไปสู่สังคมแห่งสุขภาวะ
6.จัดกิจกรรมการสัมมนาใหญ่วิทยาลัยวันศุกร์ปีละ 1 ครั้ง เพื่อขับเคลื่อนประเด็นใหญ่ ในสังคมไทยให้เกิดการรับรู้ที่กว้างขวางและร่วมขับเคลื่อนเพื่อการก้าวสู่สังคมแห่งสุขภาวะอย่างมีส่วนร่วม
7.จัดให้มีการประเมินและสรุปบทเรียนโครงการเมื่อดำเนินการครบ ๑ ปี
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. ภาคประชาชนในจังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียงได้รับรู้เนื้อหามุมมองต่อประเด็นทางสังคมและสุขภาพอย่างเป็นองค์รวม และนำไปสู่ความเคลื่อนไหวสู่การสร้างสังคมแห่งสุขภาวะร่วมกันต่อไปในระยะยาว
2. วิทยาลัยวันศุกร์สามารถเป็นเวทีแห่งการเรียนรู้เพื่อการทำความเข้าใจประเด็นทางสังคมที่เชื่อมโยงซับซ้อนได้อย่างต่อเนื่อง เข้มแข็ง เต็มตามศักยภาพ
3. ผู้สนใจร่วมเรียนรู้ได้รับการเติมเต็มศักยภาพของระบบคิดและกรอบมุมมองต่อประเด็นทางสังคมอย่างเชื่อมโยงกับสุขภาวะ
4. มีการรวบรวมองค์ความรู้จากการเรียนรู้ในวิทยาลัยวันศุกร์และเนื้อหาที่น่าสนใจที่ชี้นำความคิดทางสังคมได้ และกระจายองค์ความรู้เหล่านี้สู่สาธารณชนทั้งทางเอกสารและ website
การประเมิน
ติดตามการประเมินผลจาก
1.จำนวนของผู้มาร่วมเรียนรู้ ของทุกกิจกรรม
2.จากเนื้อหาการเรียนรู้ในวิทยาลัยวันศุกร์และการจัดการสัมมนาใหญ่
3.การตอบรับต่อหนังสือทั้งสรุปเนื้อหาของวิทยาลัยวันศุกร์ เอกสารประกอบการเสวนา
และ เอกสารเรื่อง ปัญหาที่กระทบต่อสุขภาวะคนสงขลา
ผลการจากดำเนินโครงการพบว่า
การที่มีการจัดกิจกรรมของวิทยาลัยวันศุกร์ ซึ่งเป็นเวทีกิจกรรมนำปัญหาในสังคม รวมทั้งปัญหาในพื้นที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง มาร่วมแสดงความคิดเห็นกันในเวที ก่อให้เกิดการได้ร่วมเรียนรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ตลอดระยะเวลาที่ดำเนินโครงการ 1 ปี มีปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้นำมาพูดคุย ก่อให้เกิดเป็นกระบวนการเรียนรู้ของเครือข่ายที่หลากหลาย ได้แก่ ประชาชนที่สนใจ นิสิตนักศึกษา นักวิชาการ เครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชน ซึ่งเป็นประโยชน์ในการเคลื่อนงานด้านสุขภาพในพื้นที่ เป็นเวทีกิจกรรมที่ทำให้คนที่หลากหลายมาร่วมสร้างกลไกในการทำงานร่วมกัน ทราบแนวคิดซึ่งกันและกัน
ผ
ลลัพธ์ที่ได้ (จากการดำเนินโครงการ)
1.เกิดเวทีการเรียนรู้ในพื้นที่ ทำให้มีการพบปะพูดคุยของคนทำงานด้านกิจกรรมในเรื่องต่างๆ
2.มีการถอดบทเรียนการจัดเวทีการเรียนรู้ของวิทยาลัยวันศุกร์ เป็นรูปเล่มในลักษณะ pocket book
3.บทเรียนที่สำคัญของโครงการคือ รูปแบบการเรียนรู้แบบวิทยาลัยวันศุกร์นั้น มีลักษณะเฉพาะที่สำคัญคือ ระบบอาสาสมัครและการยึดการเรียนรู้ตามอัธยาศัยโดยไม่มีการผูกมัด ภายใต้ทีมแกนที่มีความชัดในบทบาทของตนเอง ทำให้สามารถดำรงกิจกรรมมาได้อย่างต่อเนื่องถึง 6 ปี
( รายละเอียด โปรดอ่านจากหนังสือ pocket book )
4.พื้นที่สามารถดำรงคุณภาพของการจัดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีความจำเป็นต้องขอสนับสนุนจาก สสส.
5.เกิดการเชื่อมเครือข่าย ประชาชน นักวิชาการ คนทำงานด้านพัฒนาชุมชน
ปัญหาและอุปสรรค
1. การจัดทำเอกสารเผยแพร่ ที่ล่าช้าเนื่องจากภารกิจการจัดเวทีเรียนรู้เรื่องการเมืองภาคประชาชน ที่มีกิจกรรมรณรงค์ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรต่าง ๆ เช่น สภาอาจารย์ เครือข่ายนักวิชาการ ฯลฯ
2. เครื่องมืออำนวยความสะดวกในการดำเนินงานไม่คล่องตัวเท่าที่ควร เช่น อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ค่อนข้างล้าสมัย จำเป็นต้อมีการหยิบยืมจากเครือข่ายอื่น ๆ เป็นต้น
ข้อเสนอแนะ
1.หลังหมดโครงการนี้ ทางเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพสามารถเข้าไปมีบทบาทการหนุนช่วยในกระบวนการถอดบทเรียนเพื่อนำองค์ความรู้ในเรื่องกระบวนการเรียนแบบวิทยาลัยวันศุกร์ให้มีการถูกพูดคุยแลกเปลี่ยนหรือนำไปเป็นกรณีศึกษาในวงกว้างมากขึ้น
2.ควรมีการสนับสนุนกิจกรรมในลักษณะการให้ความรู้แก่ประชาชน ในเรื่องทั่ว ๆ ไป ไม่เน้นปัญหาเฉพาะแค่เรื่องสุขภาพ
Relate topics
เอกชัย อิสระทะ (Not Member)