สายัณห์ เล็กอุทัย
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 21 มีนาคม 2549 10:05 น.
ความสัมพันธ์ระหว่างอาหารบนใบหน้าคนเราสัมพันธ์กับสภาวะและการทำงานของระบบอวัยวะภายในเป็นศาสตร์ความรู้มาตั้งแต่สมัยอดีตกาล สืบเนื่องจากการเป็นคนช่างสังเกตของบรรพบุรุษเรารวมเป็นข้อมูลสืบต่อกันมาเช่น เมื่อใดที่อวัยวะบริเวณทรวงอก และปอดหรือเต้านมมีปัญหาอาการก็จะปรากฏบริเวณแก้ม ทั้งสองข้าง ปลายจมูกคนเราสะท้อนสภาวะหัวใจและการทำงานขับเคลื่อนสูบฉีดโลหิตช่องรูจมูกเกี่ยวโยงกับหลอดลมที่เชื่อมโยงสู่ปอด
- ส่วนกลางของดั้งจมูกสัมพันธ์กับกระเพาะอาหารจากส่วนกลางขึ้นสู่ส่วนบนของดั้งจมูกสัมพันธ์กัน
- ดวงตาสะท้อนสภาวะไต รวมทั้งอวัยวะรังไข่ของสตรีรวมทั้งลูกอัณฑะของเพศชายก็สะท้อนออกมายังดวงตา
- ด้านดวงตาข้างซ้ายสะท้อนสภาพม้าม
- ส่วนดวงตาข้างขวาสะท้อนภาพตับและถุงน้ำดี
- ส่วนม่านตาขาวของดวงตาสะท้อนส่วนรวมของสุขภาพของร่างกาย
- บริเวณใต้หน้าผากระหว่างคิ้วทั้งสองข้าง สะท้อนสุขภาพของตับและหากห่างออกไปด้านข้างใกล้บริเวณขมับซ้าย ขวา ก็สัมพันธ์กับม้ามเช่นกัน
- หน้าผากด้านหน้าโดยรวมแสดงถึงสุขภาพของลำไส้เล็ก หากหน้าผากมีเหงื่อออกมาก เวลารับประทานอาหารรสจัด สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานอันหนักของการดูดซึม โดยเส้นรากฝอยในลำไส้เล็ก ถูกท่วมด้วยความชื้นของของเหลวน้ำมันมากเกินไปจนผลักดันให้เหงื่อกระจายออกส่วนบนหน้าผากจึงเชื่อมโยงกับลำไส้เล็ก ส่วนด้านข้างของหน้าผากถัดออกไปสะท้อนสภาวะของลำไส้ใหญ่ที่มีลักษณะวิ่งขึ้นลง และขวางตามลักษณะคล้ายแนวหน้าผาก
- ใบหูสัมพันธ์กับไตส่วนล่าง ไตซ้ายสะท้อนออกใบหูซ้าย ไตขวาสะท้อนใบหูขวา หากเกิดอาการหูอื้อฟังไม่คอยได้ยิน แสดงถึงไตอาจบกพร่องมีเสลด ไขมันเกาะตามผนังไตมาก จึงเกิดเมือก น้ำในหูมากเกินไปปากคนเราสะท้อนสภาวะกระเพาะอาหารทั้งหมดส่วนบริเวณริมฝีปากโดยรอบสะท้อนและเกี่ยวโยงถึงอวัยวะเพศ และการเสื่อมของพลังเพศด้วย
- สิวจุดด่างดำ-ไฝดำ อาการพุพอง บวมหรือสีผิว หนังลอก ผิดธรรมชาติ มักเกิดจากอาการขับสารอาหารในร่างกายมากเกินไป และอาการที่ไม่เหมาะต่อสุขภาพ
- สำหรับอาการผิดปกติทางมือ เท้า หน้าอกและแผ่นหลัง ก็ช่วยสะท้อนถึงสภาวะร่างกายที่เสื่อมทรุดทั้งยังโยงไปสู่อาการโรคทางระบบประสาทและอารมณ์ที่แปรปรวนติดตามมาด้วย
- การหมั่นสังเกตสิ่งผิดปกติบนใบหน้าตนเอง ควรกระทำให้บ่อยมากเช่น วันต่อวัน พร้อมทั้งพยายาม นึกย้อนหลังไปว่า เราได้รับประทานอาหารเช่นใด ประเภทใดเป็นหลัก เราก็สามารถจะวินิจฉัยปัจจัยของอาการผิดปกติสืบเนื่อง และเกี่ยวโยงกับอุปนิสัยความเคยชินในการบริโภคอาหารประจำวันว่ามีอิทธิพลต่อเนื่องกันการสังเกตอาการของโรคโดยวินิจฉัยจากดวงตาถือเป็นหลักการสำคัญที่แพทย์จีนใช้ยึดถือมา แต่อดีตกาลที่สามารถเตือนอาการผิดปกติขั้นเรื้อรังจนอาจนำไปสู่สาเหตุของโรคมะเร็งได้ เพราะในร่างกายคนเราดวงตาถือได้ว่าเป็นอวัยวะที่แข็งที่สุด (หยาง)การทำลายหรือก่อให้อวัยวะหยางเสื่อมย่อมต้องใช้เวลานานหรือการทำความบกพร่องหลายครั้งจนเป็นนิสัยการดูพิจารณาดวงตาจึงเป็นการแจ้งเตือนการล่วงหน้าได้เป็นอย่างดีหากเราเริ่มให้ความสนใจการพัฒนาของเนื้องอก ก้อนนิ่ว การอุดตันในการทำงานของอวัยวะอาจบอกได้โดยตำแหน่งและสีบนลูกตาขาวเกี่ยวโยง
กับอาการก่อนเข้าขั้นมะเร็งได้
ก. จุดดำเล็กกระจายบนดวงตาขาวส่วนบนสะท้อนถึงการตกตะกอนของแคลเซียม Calcified ที่อุดตันกลายเป็นอาการไซนัส Sinuses ที่ปิดกั้นการหายใจและนำไปสู่อาการปวดศีรษะ
ข. จุดดำเล็กกระจายบริเวณขอบตาขาวส่วนล่างใต้ตาดำสะท้อนถึงการตกตะกอนรวมตัวของก้อนนิ่วในไต หรือเนื้องอกในรังไข่ของสตรีที่สะสมเป็นเวลานาน
ค.-ง. รอยเสี้ยววงพระจันทร์มีเทาหรือสีน้ำเงินตามบริเวณขอบตาขาวด้านข้างซ้าย-ขาว สะท้อนถึงการสะสมและอัดแน่นของเมือกเสลดไขมันตามบริเวณส่วนกลางของอวัยวะตับ ถุงน้ำดีพร่องและตับอ่อน โดยปกติจะปรากฏเป็นสีเขียว น้ำเงิน หรือน้ำตาลอมเทาและบางกรณีจะก้อนคล้ายเมือกว้น สีเหลือง สีขาวแทรกอยู่ตรงกลางของตาขาว สะท้อนการทรุดโทรมของระบบการทำงานของอวัยวะดังกล่าวข้างต้นด้วย
จ. หากปรากฏเส้นหนาโค้งสีขาวอมเหลืองบริเวณขอบตาขาวใต้ลูกตาดำตอนล่างสะท้อนถึงการหมักหมม อุดตันของไขมัน เสลด ในอวัยวะเพศส่วนต่อมลูกหมากของผู้ชายหรือหากปรากฏในสตรีสะท้อนถึงไขมันสะสมเกินอุดตัน ในส่วนช่องคลอด มดลูกและรังไข่ หากสีเข้มเป็นสีเทา แสดงว่า การสะสมเป็นขั้นเรื้อรังจนอาจนำไปสู่อาการของโรคมะเร็งได้ในที่สุดหลักฐานสำคัญที่ช่วยเสริมการวินิจฉัยสุขภาพตนเองในแง่ของการเป็นโรคมะเร็งให้สังเกตดูอาการของสี ในการขับถ่ายของกากอาหารทางอุจจาระว่ามีสีอยู่ในโทนเช่นใด โดยให้สังเกตเปรียบเทียบกับแสงสีร้งทั้ง 7 ในธรรมชาติ เช่น สีแดง เป็นแสงที่มีความยาวของคลื่นยาวที่สุด เป็นสีแห่งความร้อนสว่างเป็นหยาง สีตรงข้าม คือ ม่วง น้ำเงิน เขียว เป็นสีที่มีความยาวคลื่นสั้น แสง Ultra Violet เป็นแสงสีม่วงสด เย็นสุด หยินสุด เป็นสีแห่งตระกูลพืชที่อาศัยกระบวนการสังเคราะห์แสงและมีคลอโรฟิลล์เป็นปัจจัยหลัก
ในการสร้างพลังงาน การรับประทานของมนุษย์จึงสะท้อนความสามารถของร่างกายที่สกัดเปลี่ยนอาณาจักรพืชสีเขียว (หยิน) ให้เป็นเซลล์เลือด (หยาง) ของมนุษย์สีแดง
หรืออีกนัยหนึ่งเปลี่ยนสารแมกนีเซียม (Mg) ในเซลล์นิวเคลียสของโมเลกุล คลอโรฟิลล์ให้กลายเป็นสารธาตุเหล็ก (Fe) Iron ที่ช่วยสร้างเม็ดเลือดและทำให้ร่างกายแข็งแรง หากเมื่อใดเราถ่ายอุจจาระออกมาเป็นสีเขียว (หยิน) ดำ น้ำเงิน ที่มีโทนในคลื่นสั้นมาก แทนที่จะเป็นสีเหลือง น้ำตาล โทนกลางแสดงว่า ร่างกายและระบบขับถ่ายภายในได้เสื่อมคุณภาพลง ไม่สามารถสังเคราะห์สารอาหารได้ดีเท่าที่ควรอุจจาระจึงยังคงสภาพเป็นสีเขียวในตระกูลพืช นี่คืออาการผิดปกติของการนำไปสู่โรคมะเร็ง (หยิน)
- ตามปกติในร่างกายคนเรา อาหารทุกชนิดควรจะถูกปรับเปลี่ยนให้มีลักษณะสีที่เด่นไปในทางสีกลางคือ สีเหลือง สีสมดุล สีแห่งธาตุดิน มีคลื่นความถี่สมดุลระหว่างพืชเขียวกับสัตว์ (สีแดงของเลือด) ทั้งปัสสาวะและอุจจาระของคนปกติ จึงควรจะมีสีเหลืองเป็นหลัก หากอุจจาระสีเขียว น้ำเงิน เทา ดำ ให้ระมัดระวังอาหารการกินให้มากขึ้นทันที
หากปัสสาวะเป็นสีเหลืองถือว่าปกติ หากเป็นสีขาวแสดงว่า ปริมาณน้ำดื่มเข้าสู่ร่างกายมากเกิน เม็ดเลือดขาดความเข้มข้น อาการโรคโลหิตจางอาจปรากฏหากปัสสาวะเป็นสีแดงแสดงว่า ผิดปกติ ดังนั้น จึงอาจสรุปได้ว่าในร่างกายมนุษย์เราแล้ว มิควรมีผลิตผลภายในร่างกายปรากฏออกสู่ภายนอกในอาการของสีเขียวเป็นอันขาด หากสีเขียวปรากฏบนผิวหนังบริเวณใด ให้สำรวจไปตามหลักการหมุนเวียน เลือดลมของตารางเส้นลมปราณจากแผนผังการจุดฝังเข็มของแพทย์จีน พิจารณาอาการผิดปกติของร่างกายสัมพันธ์กับพลังในฤดูกาล
เมื่อใดที่คนเรามีอาการป่วยผิดปกติหนักแสดงออกเป็นครั้งแรกเมื่อใด ให้เราพึงระลึกและจดจำคำนึงถึงวัน เวลาและเดือนของฤดูกาลต่างๆ ในช่วงนั้น เราก็จะสามารถเข้าใจสภาวะอ่อน แข็ง เด่น ด้อยของพลังธรรมชาติในสิ่งแวดล้อมว่าสมพงศ์หรือเป็นปรปักษ์กับพลังภายในของร่างกาย เช่น โรคกระเพาะ ม้าม ตับอ่อน และระบบน้ำเหลืองในตัวเรามักจะมีอาการผิดปกติปรากฏในช่วงเวลากลางวันหรือฤดูร้อน
- ส่วนปอด ลำไส้ใหญ่มักมีอาการผิดปกติปรากฏออกมาในฤดูใบไม้ร่วงหรือก่อนเข้าหน้าหนาวหรือในช่วงเย็นของวันธรรมดา
- ส่วนไต กระเพาะปัสสาวะและอวัยวะเพศ มักมีปัญหาและอาการหนักในช่วงอากาศเย็นหรือย่างเข้าฤดูหนาวหรือในช่วงเวลากลางคืน
- ส่วนถุงน้ำดี ตับ มักมีอาการโรคแสดงออกในฤดูใบไม้ผลิ หรือช่วงเวลาใกล้ตรุษจีนหรือช่วงเช้าของวันธรรมดา ในแง่ของการวินิจฉัยโรคมะเร็งที่สัมพันธ์กับฤดูกาลก็คือ การเริ่มก่อตัวของโรคมะเร็ง มักจะเกิดตอนต้นฤดูใบไม้ร่วง หรือช่วงเดือนสิงหา กันยา เมื่ออาการเริ่มเย็นลงหลังจากฤดูร้อนได้ผ่านไป อวัยวะภายในทุกส่วนเริ่มหนาตัวลงการหดตัวเพราะอากาศเย็นเป็นแรงอัดให้เนื้อที่เล็กลง ทำให้ส่วนเกินไขมันในร่างกายตกผลึกกลายเป็นแข็งตัว รวมเป็นก้อนเริ่มอุดตัน เมื่ออากาศเย็นลงความหนาวมาถึงพลังสะสมก็จะถึงจุดอิ่มตัว ปรากฏเช่นพลังสะท้อน กลับกระจายออกในรูปของเนื้องอก และการแผ่ขยายของเซลล์มะเร็งโรคมะเร็งที่เกิดจากปัจจัยหยิน จะปรากฏส่วนบนของร่างกาย เช่น เต้านม ผิวหนัง
ทั้งนี้มาจากอาหารประเภทน้ำตาลสูงหรือนมและเนย จึงนำไปสู่มะเร็งในบริเวณหยินส่วนบนของร่างกายในทางตรงกันข้าม เมื่ออากาศหนาวเย็นลงคนเรามักบริโภคไขมัน เนื้อ นม ไข่มากขึ้น อาหารเหล่านี้นำไปสู่ส่วนเกินของปัจจัยหยางที่จะทำลายอวัยวะกลวง เช่น ลำไส้ใหญ่ ช่องทวารหนัก รังไข่สตรี มดลูก รวมทั้งต่อมลูกหมากในชาย ทำให้อาการโรคมะเร็งปรากฏในบริเวณส่วนล่างตอนต่ำของร่างกายมากกว่า ทั้งนี้เพราะผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์มีความหนาแน่น และหนักกว่าน้ำตาลทำให้ตกตะกอนลงล่าง จึงถึงอาการโรคกระดูกข้อเท้าอัมพาตตามส่วนล่างของร่างกายอีกด้วย
Relate topics
- 28 มกราคม 55 - เปิดตลาดนัดสุขภาพสายใยชุมชน
- ผลวิจัยคุณภาพชีวิตรอบโรงงานเปรียบเทียบในจะนะ
- ชวนลูก จูงหลาน ขี่รถ แลเขาคูหา
- ชวนชาวสงขลาร่วมช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยคาบสมุทรสทิงพระ
- สมัชชาสุขภาพกับการพัฒนาประเทศ
- ห้องเรียนท้องนาจะเปิดเรียนแล้วนะ
- 19 ส.ค. 53 13.30-15.30 น. ถ่ายทอดสดคลินิกทางไกล จากศูนย์เรียนรู้ สจรส. มอ.
- ขอเชิญร่วมโครงการเดินเพื่อสันติปัตตานี
- รางวัลสนับสนุนชุมฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่า
- รวมน้ำใจเพื่อช่วยสร้างอาคารใหม่ "มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” เหยื่อป่วนเผาเมือง
