ในผู้สูงอายุ จะมีความเสี่ยงหรือมีโอกาสรับอันตรายจากการใช้ยามากกว่าบุคคลทั่วไป เนื่องจากการทำงานของอวัยวะต่างๆ เสื่อมประสิทธิภาพไปตามวัยที่มากขึ้น มีผลกระทบต่อกระบวนการดูดซึม การแตกตัวของยา การละลาย การออกฤทธิ์ การกำจัดตัวยาในร่างกาย
ซึ่งบางครั้งอาจต้องมีการตรวจสอบการทำงานของอวัยวะสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยา เช่น ไตและตับ เป็นต้น รวมไปถึงปัญหาอื่นๆ ที่เพิ่มความเสี่ยงของการใช้ยาในผู้สูงอายุด้วย เช่น ปัญหาการหลงลืม ปัญหาการช่วยเหลือตนเองไม่ได้เต็มที่ ดังนั้น การใช้ยาในผู้สูงอายุจึงต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ แนวทางการใช้ยาในผู้สูงอายุ จึงสมควรปฏิบัติดังต่อไปนี้
1.เมื่อไปพบแพทย์แต่ละครั้ง ควรมีญาติมิตรหรือผู้ดูแลติดตามไปด้วย เพื่อช่วยร่วมรับฟังรายละเอียดการรักษาและข้อแนะนำการใช้ยา โดยเฉพาะประเด็นสำคัญในการดูแลผู้ป่วยนั้นๆ
2.ถ้ามียาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ ยิ่งถ้าผู้สูงอายุนั้นมีแพทย์ประจำที่รักษาโรคมากกว่าหนึ่งคน หรือเปลี่ยนแพทย์บ่อยๆ ก็จำเป็นที่ต้องแจ้งให้แพทย์แต่ละคนทราบ ถ้าจะให้ดีที่สุดควรนำยาที่กินอยู่ไปให้ดูด้วย เพื่อป้องกันการให้ยาซ้ำซ้อนหรือยาที่อาจมีปฏิกิริยาขัดแย้งกันได้ แพทย์ที่ดูแลจะได้พิจารณาจัดยาให้เหมาะสม
3.ถ้ามีอาการผิดปกติเกิดขึ้นหลังการใช้ยา ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ เพราะอาการดังกล่าวอาจเกิดจากยาที่ผู้สูงอายุใช้อยู่ ไม่ใช่อาการที่สืบเนื่องมาจากความชรา เช่น อาการคลื่นไส้ กลืนลำบาก หลับมากขึ้นหรือนอนไม่หลับ บวมที่เท้าทั้ง 2 ข้าง เหล่านี้ เป็นต้น
4.แจ้งให้ทราบ ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับการกลืนยา เพื่อแพทย์จะได้เลือกชนิดยาที่เหมาะสม เช่น ให้ยาน้ำแทนยาเม็ด หรือยาที่บดให้กินได้
5.ทำความรู้จักและศึกษาเกี่ยวกับยาที่ผู้สูงอายุใช้อยู่ให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ เพื่อความปลอดภัยในการใช้ เช่น ยาที่ใช้เป็นยากินหรือยาทา กินครั้งละเท่าไร? ก่อนหรือหลังอาหาร วันละกี่ครั้ง มีอาการข้างเคียงหรือไม่? อย่างไร? เป็นต้น
6.สอบถามแพทย์เกี่ยวกับระยะเวลาการใช้ยาให้ชัดเจน เช่น จะหยุดยานี้ได้เมื่อใด ยาที่ใช้เป็นเวลานานอาจต้องมีการสับเปลี่ยนตัวยา ขณะทำงานจะกินยานี้ได้หรือไม่ หรือต้องงดกิจกรรมอย่างใดบ้าง
7.สอบถามแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับอาหารหรือเครื่องดื่มบางอย่างที่กินระหว่างใช้ยา จะมีผลต่อการออกฤทธิ์ของยาหรือไม่? อย่างไร?
8.อ่านฉลากยาอย่างน้อย 2 ครั้ง และปฏิบัติตามคำแนะนำทุกขั้นตอน ก่อนการใช้ยาทุกครั้ง
9.ใช้ยาตามกำหนดที่แพทย์และเภสัชกรแนะนำอย่างเคร่งครัด ไม่ควรให้ขาดตอน หรือกินบ้าง หยุดบ้างในกรณีที่ให้กินต่อเนื่อง ในรายที่มีอาการหลงลืม ควรใช้สิ่งช่วยจดจำ เช่น บันทึกในปฏิทิน หรือใส่กล่องยาชนิดที่กินช่องละ 1 ครั้ง หรือให้มีผู้ควบคุมดูแลคอยเตือนหรือจัดการให้ ข้อนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุด จากสถิติที่ผ่านมาเป็นข้อที่ผู้สูงอายุผิดพลาดได้มากที่สุด ทั้งในเรื่องกินยาผิดและกินยาซ้ำซ้อน
น.พ.สุรพงศ์ อำพันวงษ์
ทีมา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
Relate topics
- 28 มกราคม 55 - เปิดตลาดนัดสุขภาพสายใยชุมชน
- ผลวิจัยคุณภาพชีวิตรอบโรงงานเปรียบเทียบในจะนะ
- ชวนลูก จูงหลาน ขี่รถ แลเขาคูหา
- ชวนชาวสงขลาร่วมช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยคาบสมุทรสทิงพระ
- สมัชชาสุขภาพกับการพัฒนาประเทศ
- ห้องเรียนท้องนาจะเปิดเรียนแล้วนะ
- 19 ส.ค. 53 13.30-15.30 น. ถ่ายทอดสดคลินิกทางไกล จากศูนย์เรียนรู้ สจรส. มอ.
- ขอเชิญร่วมโครงการเดินเพื่อสันติปัตตานี
- รางวัลสนับสนุนชุมฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่า
- รวมน้ำใจเพื่อช่วยสร้างอาคารใหม่ "มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” เหยื่อป่วนเผาเมือง