สธ. คาดอีก 18 ปี จะมีคนไทยเป็นโรคไตวายเกือบ 2 แสนคน แนะผู้ป่วยงดอาหารสำเร็จรูป โซเดียมสูง เค็มจัด รวมทั้งผักที่มีใบสีเขียวเข้ม สีเหลืองเข้ม เนื่องจากมีโปแตสเซียมสูง เช่น ใบคะน้า มะเขือเทศ แครอท ฯลฯ
นายพินิจ จารุสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มอบหมายให้นายกว้าง รอบคอบ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข เดินทางไปตรวจเยี่ยมหน่วยไตเทียม ที่โรงพยาบาลปลาปาก อ.ปลาปาก จ.นครพนม ซึ่งเป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด 30 เตียง แห่งแรกของประเทศที่มีหน่วยไตเทียม
นายกว้าง รอบคอบ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โรคไตเป็นโรคที่ชาวบ้านเรียกว่า โรคเวรโรคกรรม ใครเป็นแล้วอาจทำเศรษฐกิจครอบครัวล่มสลาย ต้องกู้หนี้ยืมสินมารักษาตัว กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายที่จะบรรจุการรักษาเข้าในสิทธิในโครงการ 30 บาทช่วยคนไทยห่างไกลโรค เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา
นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย เป็นโรคที่ไตทั้ง 2 ข้างหยุดทำงาน ไม่สามารถขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายทางปัสสาวะได้ ถ้าไม่รักษาจะเสียชีวิตในเวลา 3 เดือน สาเหตุส่วนใหญ่กว่า 75% เกิดจาก 4 โรคสำคัญ คือ เบาหวาน ไตอักเสบเรื้อรัง โรคความดันโลหิตสูง และนิ่วในไต ซึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือปัญหาจะมาจากโรคนิ่วในไตเป็นอันดับ 1 ขณะนี้คาดการณ์ว่า ทั่วประเทศจะมีผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายประมาณ 14,000 ราย คาดว่าอีก 18 ปี จำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นเป็น 188,435 ราย จะเพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ซึ่งแค่เพียง 2 โรค ขณะนี้มีผู้ป่วย 500,000 ราย และมักจะเกิดปัญหาไตวายตามมา เมื่อไตวายแล้ว จะรักษาให้หายได้ยาก ต้องใช้วิธีการฟอกไตเพื่อยืดอายุ และรอการเปลี่ยนไต ค่ารักษาสูงมาก เสียค่าใช้จ่ายล้างไตประมาณ 20,000-30,000 บาทต่อคนต่อเดือน
นพ.ปราชญ์ กล่าวต่ออีกว่า ในการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคไตวาย ในเบื้องต้นนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้จัดตั้งหน่วยฟอกไตเทียมในโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป ครอบคลุมทุกจังหวัดแล้ว ขณะเดียวกัน ระหว่างปี 2549-2552 นี้ ได้เตรียมจัดตั้ง ศูนย์ปลูกถ่ายไตที่โรงพยาบาลราชวิถี ขณะนี้ทำการผ่าตัดปลูกถ่ายปีละ 10-20 ราย และขยายเครือข่ายลงภูมิภาคด้วย ซึ่งมีทำน้อยมาก ในปี 2547 มีผู้ป่วยได้รับการปลูกถ่ายไตเพียง 264 ราย
ทางด้านนพ.อลงกต มณีกาศ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปลาปาก กล่าวว่า โรงพยาบาลปลาปาก เป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด 30 เตียง แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศ ที่มีบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมในผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย เริ่มเปิดดำเนินการตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2545 โดยได้รับบริจาคเครื่องล้างไตจากเจ้าคุณอมร ซึ่งจำพรรษาที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และหลวงปู่คำพัน วัดธาตุมหาชัย อ.ปลาปาก จ.นครพนม ได้สร้างตึกสำหรับหน่วยไตเทียม ให้บริการฟอกเลือดแก่ผู้ป่วยในจังหวัดนครพนม และจังหวัดใกล้เคียง ปัจจุบันมีเครื่องฟอกไตเทียม 12 เครื่อง เปิดทำการ 3 รอบ ตั้งแต่เวลา 04.00-20.00 น. และมีบริการฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง โดยเฉลี่ยสามารถรับบริการฟอกเลือดวันละ 25-30 ราย
ทั้งนี้ จังหวัดนครพนม มีผู้ป่วยไตเรื้อรัง 2,910 ราย และโรคนิ่ว 3,861 ราย ผู้ป่วยและครอบครัวส่วนใหญ่มีปัญหาทั้งด้านร่างกาย จิตใจ เศรษฐกิจ สังคม และโภชนาการ และต้องติดต่อกับพยาบาลและแพทย์ตลอดชีวิตขณะนี้มีผู้ป่วยมาฟอกไต 93 คน จากนครพนม 70 คน สกลนคร 6 คน มุกดาหาร 11 คน กาฬสินธุ์ 4 คน หนองคาย 1 คน และประเทศลาว 1 คน เป็นผู้ป่วยที่เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ 40 คน ชำระเงินเอง 46 คน และใช้สิทธิประกันสังคม 7 คน ผู้ป่วยที่ชำระเงินเอง ต้องรับภาระจ่ายค่าฟอกเลือดที่สูง โดยผู้ป่วยที่เบิกได้จะต้องเสียค่าฟอกเลือดรวมอุปกรณ์ครั้งละ 2,000 บาท ค่ายาฉีด ค่าตรวจเลือด ค่ายา จ่ายเองตามจริง
สำหรับผู้ป่วยที่เบิกไม่ได้ และบัตรทองยังไม่ครอบคลุม ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญมาก โรงพยาบาลจึงทำโครงการฟอกเลือด 500 บาท ช่วยเหลือผู้ป่วยไตวายเรื้อรังในรายที่เบิกค่ารักษาพยาบาลไม่ได้ โดยแพทย์จะคัดเลือกผู้ป่วยที่ต้องฟอกเลือด คือ ผู้ที่เป็นเสาหลักของครอบครัว ร่างกายแข็งแรง และรอการเปลี่ยนไต
ส่วนงบประมาณที่ใช้ในการฟอกเลือด ได้รับจากผู้ว่าฯ ซีอีโอ 2 ล้านบาท จากโครงการ 30 บาท 1 ล้านบาท และโรงพยาบาลนาแก สนับสนุนให้เดือนละ 1 แสนบาท นอกจากนี้ ได้จัดเดิน-วิ่ง หาเงินช่วยในโครงการนี้ด้วย โดยผู้ป่วยที่ต้องจ่ายเงินเอง หากเข้าโครงการนี้ จะให้จ่ายค่าฟอกเลือดเพียงครั้งละ 500 บาท ผู้ป่วยที่มาฟอกเลือดส่วนใหญ่กว่า 50% มีสาเหตุมาจากโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นโรคที่ป้องกันได้ แต่พบว่าผู้ป่วยเบาหวานไม่ควบคุมน้ำตาล และผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงไม่ควบคุมความดันโลหิต
นพ.อลงกต กล่าวต่ออีกว่า ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่รักษาด้วยการฟอกเลือด จะพบปัญหาการรับประทานอาหารสำเร็จรูปที่ซื้อจากนอกบ้าน จึงไม่สามารถควบคุมปริมาณของแร่ธาตุได้ เช่น เกลือแกง เครื่องปรุงรส สารปรุงแต่งอาหาร ดังนั้น ผู้ป่วยควรยกเว้นอาหารสำเร็จรูปทุกประเภท ได้แก่ บะหมี่ โจ๊ก ซึ่งมีโซเดียมสูง มีรสเค็มจัด นอกจากจะทำให้บวมแล้ว จะทำให้ความดันโลหิตสูงด้วย ควรรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ จะช่วยให้สุขภาพแข็งแรง ผักที่รับประทานได้ เช่น แตงกวา บวบ น้ำเต้า มะเขือยาว ฟักเขียว ผักกาด ถั่วฝักยาว ส่วนผักที่มีใบสีเขียวเข้ม สีเหลืองเข้ม ไม่ควรรับประทานเนื่องจากมีโปแตสเซียมสูง ซึ่งจะทำให้หัวใจเต้นเร็วและอาจเกิดภาวะหัวใจวายตามมา เช่น ใบคะน้า มะเขือเทศ แครอท ดอกกะหล่ำ บล็อกเคอรี่ คื่นฉ่าย หน่อไม้ฝรั่ง
ที่มา สำนักงานกองทุนสนับานุนการสร้างเสริมสุขภาพ
Relate topics
- การแยกขยะ มาตรวัดกึ๋นท้องถิ่นบ้านเรา/คอลัมน์...ได้อย่าง ไม่เสียอย่าง
- 'บุหรี่' เลิกไม่ยาก
- "ใช้เน็ตแบบปลอดภัย" โดย Security-in-a-Box
- เหตุผลที่พลังงานนิวเคลียร์ไม่ใช่ทางเลือกที่ยั่งยืน
- ขนมบรรจุซอง ภัยร้ายใกล้ตัวเด็ก
- ปากคำ"แพทย์"เหยื่อพริตตี้ กลยุทธ์ขายยาล้ำ"จริยธรรม"
- เปิดโลกการอ่าน ตอนโลกการ์ตูน
- ระวัง ‘พริกน้ำปลา’ ภัยร้ายผู้สูงวัย มีโซเดียมเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนด
- กระบวนการสอนสร้างอนาคตร่วมกัน - Future Search Conference (F.S.C.)
- เด็กไทยเห็นแก่ตัว “ให้” ไม่เป็น
จริยา แซ่ปั๊ง (Not Member)
น้องมิ้นท์ (Not Member)
จริยา แซ่ปั๊ง (Not Member)