เกษตรฯ-สาธารณสุข-ปตท. จับมือรณรงค์ทั่วประเทศ หวังเพิ่มการบริโภคเป็น 70 ลิตร/คน/ปี จากปัจจุบัน 12 ลิตร/คน/ปี ด้าน หมอสุชัย เผยเด็กไทยเตี้ยกว่ามาตรฐานโลก 11 ซม. เหตุกินนมแค่วันละ 2 ช้อนโต๊ะ เสี่ยงเป็นผู้ใหญ่แคระ
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลงข่าวเปิดโครงการรณรงค์การดื่มนมสดร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยระบุว่าจะถือโอกาสวันเด็กแห่งชาตินี้มอบของขวัญวันเด็ก ด้วยการเริ่มต้นโครงการส่งเสริมให้เยาวชนดื่มนมสดแท้ 100% ไม่ผสมนมผง ซึ่งให้คุณค่าทางอาหารมากกว่านมผงผสมน้ำ โดยตั้งเป้าหมายให้คนไทยดื่มนมเพิ่มขึ้นเป็นปริมาณเฉลี่ย 70 ลิตร/คน/ปี หรือวันละ 1 กล่อง จากปัจจุบันอยู่ที่ 12 ลิตร/คน/ปี ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณการดื่มนมในต่างประเทศ เช่น สหรัฐ 120 ลิตร/คน/ปี สหภาพยุโรป 70 ลิตร/คน/ปี มาเลเซีย 50 ลิตร/คน/ปี อีกทั้งคนไทยยังดื่มเครื่องดื่มที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายในปริมาณสูง
"เด็กไทยดื่มนมเพียงปีละ 12 ลิตร ขณะที่บริโภคน้ำอัดลมมากกว่าปีละ 50 ลิตร แม้แต่ชาเขียวก็ขึ้นไปถึง 20 ลิตรแล้ว ท่านนายกฯ จึงบอกว่าถ้าปล่อยให้เด็กไทยเป็นอย่างนี้ต่อไป เราจะหมดศักยภาพในการแข่งขันแล้ว สติปัญญาความปราดเปรื่องก็ด้อยกว่าประเทศอื่น ๆ" คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว และว่า โครงการดังกล่าวจะรณรงค์ให้การดื่มนมเป็นแฟชั่นที่ทันสมัยเหมือนการดื่มน้ำอัดลม ซึ่งนอกจากเพิ่มการบริโภคนมเพื่อพัฒนาสุขภาพคนไทยแล้ว ยังเป็นการช่วยซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทยอีกด้วย
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ผลิตนมกล่องตราไทย-เดนมาร์ค กล่องเล็กขนาด 125 มิลลิลิตร ราคา 5 บาท เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กไทยมีโอกาสดื่มนมได้มากขึ้น รวมทั้งจัดทำรถเข็น 10,000 คันกระจายอยู่ทั่วประเทศ เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมสดแท้ให้เด็กเข้าถึงนมได้ง่ายขึ้น พร้อมกันนี้ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ยังได้สนับสนุนการรณรงค์ โดยซื้อนมกล่องจาก อ.ส.ค.จำนวน 10 ล้านกล่อง มูลค่ากว่า 70 ล้านบาท สำหรับแจกจ่ายแก่โรงเรียน ชุมชนต่าง ๆ รวมไปถึงมอบเป็นของขวัญปีใหม่ด้วย
นายอนุทิน กล่าวว่า สธ.มีนโยบายส่งเสริมให้คนไทยทุกวัยดื่มนม โดยเฉพาะการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มีนโยบายให้เด็กกินนมแม่อย่างเดียวตลอด 6 เดือน และต่อจากนั้นให้กินอาหารเสริมควบคู่กับนมแม่ไปจนถึง 2 ปี และมีเป้าหมายอย่างน้อยร้อยละ 30 ของเด็กที่เกิดใหม่ปีละประมาณ 800,000 คน เนื่องจากผลวิจัยพบว่ามีเด็กแรกเกิดประมาณร้อยละ 70 เติบโตมาจากการกินนมผสม ทำให้เด็กไทยไอคิวต่ำกว่ามาตรฐาน
นายอนุทิน กล่าวว่า ผลวิจัยในเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีลงมา จำนวน 8,974 คน ล่าสุดในปี 2546 พบแนวโน้มความฉลาดเด็กลดลงเมื่ออายุเพิ่มขึ้น โดยเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี มีไอคิวเท่ากับ 100 และลดลงเหลือ 91 เมื่ออายุ 3-5 ปี และลดลงอีกเหลือ 88 เมื่ออายุ 6-13 ปี เมื่ออายุ 13-18 ปี เฉลี่ยมีไอคิวเพียง 87 จึงเป็นเรื่องที่คนไทยต้องหันมาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่กันมากขึ้น เพราะนมแม่เป็นนมที่มีคุณภาพดีที่สุดในโลก เป็นนมชนิดเดียวที่เป็นวัคซีนป้องกันโรคให้เด็กทารก ไม่เจ็บป่วยง่ายด้วย
"เมื่อโตขึ้น อาหารที่จะแนะนำคนไทยหันมาสนใจอีกก็คือ นมสดหรือนมวัว ในโภชนบัญญัติของกระทรวงสาธารณสุข ระบุให้เด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี หญิงตั้งครรภ์ดื่มนมวัวคนละ 2-3 แก้วต่อวัน เด็กโต ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ ควรดื่มนมวันละ 1-2 แก้ว เนื่องจากนมวัวมีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีสารอาหารจำเป็นที่สำคัญและจำเป็นต่อร่างกาย นมสดที่ดีที่สุดจะต้องเป็นนมรสจืด ไม่มีรสหวาน เพื่อลดความเสี่ยงโรคอ้วนและฟันผุ" นายอนุทิน กล่าว
สำหรับผู้ที่ดื่มนมแล้วท้องอืด ท้องเสีย ซึ่งมักเกิดในผู้ที่กินนมไม่ต่อเนื่อง หากดื่มนมเป็นประจำตั้งแต่เด็กจนโตจะไม่มีปัญหานี้ เนื่องจากคนเอเชียส่วนใหญ่จะมีน้ำย่อยแลคโตส ซึ่งอยู่ในนมลดลงมากเมื่ออายุ 3 ปีขึ้นไป จึงไม่เพียงพอที่จะไปย่อยน้ำตาลแลคโตสในนม จุลินทรีย์ในทางเดินอาหารจึงไปย่อยน้ำตาลแลคโตสผลิตออกมาเป็นกรดและแก๊ส ทำให้ปวดท้อง จุกเสียด และท้องเสียภายหลังกินนม มีวิธีแก้ไขให้เริ่มด้วยการดื่มนมในปริมาณน้อย ๆ ก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มปริมาณ เพื่อให้ร่างกายปรับสภาพ ควรดื่มนมหลังอาหาร หรือไม่ควรดื่มขณะท้องว่าง หากไม่ได้ผลให้รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงทดแทน เช่น ปลาเล็กปลาน้อย ถั่วเมล็ดแห้ง เต้าหู้ นมถั่วเหลือง ผักใบเขียวเข้ม
นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทาง ปตท.ได้จัดซื้อนมจากองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) จำนวน 10 ล้านกล่อง มูลค่า 70 ล้านบาท เพื่อนำไปแจกจ่ายตามโรงเรียนต่างๆทั่วประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์ในมีการดื่มนมกันมากขึ้น
วันเดียวกันศ.นพ.สุชัย เจริญรัตนกุล รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า จากการศึกษา พบว่า เด็กไทยอายุ 16 ปี มีส่วนสูงโดยเฉลี่ยต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานขององค์การอนามัยโลก ที่เด็กชายควรมีส่วนสูง 173.5 เซนติเมตร เด็กหญิงควรมีส่วนสูง 162.5 เซนติเมตร สำหรับเด็กชายมีส่วนสูงเฉลี่ยต่ำกว่ามาตรฐานประมาณ 7.5-11 ซม. ขณะที่เด็กหญิงต่ำกว่ามาตรฐานประมาณ 5.5-6.5 ซม. ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญมาจากการได้รับแคลเซียมในปริมาณต่ำ ที่ส่งผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตของกระดูก ทำให้เด็กไทยเตี้ยกว่ามาตรฐาน จากการสำรวจของกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่า คนไทยได้รับแคลเซียมจากการทานอาหารเพียง 50% ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับเท่านั้น ซึ่งแหล่งแคลเซียมที่ดีที่สุด คือ การดื่มนม และต้องเป็นนมสดแท้ 100% เพราะเนื้อนมเต็ม 100% จึงมีคุณค่าของนมครบ 100% เด็กที่ได้รับนม 200 มิลลิลิตรต่อวัน เป็นเวลา 200 วันต่อปี จะมีผลให้ส่วนสูงเพิ่มขึ้น 5 เซนติเมตร
"แต่จากรายงานของส่วนวิจัยปศุสัตว์ สำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ในเดือน ก.พ.ปี 2548 ระบุว่า คนไทยดื่มนมพร้อมดื่มเฉลี่ยต่อปีแค่ 12.03 ลิตร หรือเพียง 2 ช้อนโต๊ะต่อวันเท่านั้น ขณะที่ญี่ปุ่นดื่มนมเฉลี่ยต่อปี 39 ลิตร หรือเท่ากับ 1/2 แก้ว ต่อวัน ส่วนสหรัฐดื่มนมเฉลี่ย 92 ลิตร ต่อคนต่อปี สำหรับประเทศที่ดื่มนมพร้อมดื่มสูงสุดคือ ออสเตรเลีย ดื่มนม 102 ลิตร ต่อคนต่อปี เห็นได้ชัดว่า คนไทยดื่มนมในปริมาณที่น้อยมาก ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ยกตัวอย่างเช่น เด็กวัยรุ่นอายุ 9-18 ปี ควรได้รับแคลเซียม 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน ผู้ใหญ่ควรได้รับแคลเซียม 800 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งในนม 1 แก้ว มีแคลเซียม 240 มิลลิกรัม ดังนั้น คนที่ไม่ชอบดื่มนม จึงมักมีแคลเซียมไม่เพียงพอ ส่งผลต่อการเสื่อมสลายของกระดูก นำไปสู่โรคกระดูกพรุน เพราะในอาหารมีแคลเซียมต่ำ และร่างกายยังดูดซึมได้ไม่ดีเท่าแคลเซียมในนม" ศ.นพ.สุชัย กล่าว
ประธานคณะกรรมการ สสส. กล่าวอีกว่า ข้อมูลทั้งหมดชี้ชัดว่าเด็กไทยดื่มนมในปริมาณต่ำ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตทางร่างกาย และสุขภาพอนามัย สสส. จึงร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดโครงการณรงค์ "ดูแลรักแท้ ด้วยนมสดแท้ 100%" มีเป้าหมายเพื่อรณรงค์ให้คนไทยดื่มนมเพิ่มมากขึ้นจาก 12.03 ลิตรต่อคนต่อปี เป็น 24 ลิตรต่อคนต่อปี ซึ่งการที่รณรงค์ให้ดื่มนมสดแท้ 100% เพราะนมสดแท้คือนมสดรสธรรมชาติที่ไม่เติมน้ำตาล ไม่ใส่สารปรุงแต่ง จึงไม่ทำให้เกิดโรคอ้วน อุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆ ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต พัฒนาการของเด็กทั้งทางร่างกายและสมอง ทั้งยังช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ
"โครงการรณรงค์ "ดูแลรักแท้ ด้วยนมสดแท้ 100%" จะสร้างค่านิยมการดื่มนม ตั้งแต่เด็กแรกเกิดให้ดื่มนมแม่ เนื่องจากเป็นนมสดแท้ 100% ที่เด็กทารกแรกเกิดควรดื่มจนถึง 2 ขวบ เมื่ออายุ 2-18 ปี ควรดื่มนมสดแท้วันละ 2-3 แก้ว ผู้ที่อายุ 18 ขึ้นไป ควรดื่มนมสดพร่องมันเนยวันละ 1-2 แก้ว ซึ่งในวันเด็กแห่งชาติที่จะถึงนี้ อยากขอความร่วมมือทุกหน่วยงานที่จัดกิจกรรมในวันเด็ก เตรียมนมสดแท้ 100% เป็นเครื่องดื่มให้เด็ก แทนน้ำหวาน หรือน้ำอัดลม" ศ.นพ.สุชัย กล่าว
รศ.ดร.ประไพศรี ศิริจักรวาล สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า นมสดแท้ 100% เป็นอาหารธรรมชาติที่อุดมด้วยแคลเซียม จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเด็ก โดยเฉพาะกระดูกและฟัน ช่วยสร้างและสะสมความหนาแน่นของมวลกระดูก ป้องกันโรคกระดูกพรุนในระยะยาว แต่ต้องดื่มนมควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด โดยนม 1 แก้ว อุดมไปด้วยประโยชน์มากมาย อาทิ ให้โปรตีนประมาณ 17-22% ของปริมาณโปรตีนที่ร่างกายควรได้รับใน 1 วัน ให้วิตามินบี 2 ประมาณ 1 ใน 4 ของปริมาณที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน ให้วิตามินเอประมาณ 10% ของปริมาณที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน ช่วยการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อ การมองเห็น และเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกายด้วย
"ที่สำคัญ การดื่มนมวัวก็ไม่ได้ทำให้เป็นโรคกระดูกพรุน อาหารที่ทำให้เกิดโรคนี้ได้ ต้องมีสัดส่วนของแคลเซียมต่อฟอสฟอรัสน้อยกว่า 1 แต่นมวัวมีแคลเซียมต่อฟอสฟอรัส 1.27:1 ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่เหมาะสมสำหรับเด็กวัยเจริญเติบโตและผู้ใหญ่ ดังนั้น นมวัวจึงไม่ใช่สาเหตุของโรคกระดูกพรุนแน่นอน ในทางกลับกันจะช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน หากเราดื่มนมในปริมาณที่แนะนำ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ" รศ.ดร.ประไพศรี กล่าว
ทพ.ดร.ธงชัย วชิรโรจน์ไพศาล คณะทันตแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า แร่ธาตุแคลเซียมซึ่งมีจำนวนมากในนม จะทำให้ฟันแข็งแรง และยังเป็นแร่ธาตุสำคัญที่จำเป็นสำหรับกระบวนการทำให้เลือดแข็งตัว และช่วยในเรื่องการยืดหดตัวของกล้ามเนื้อ แต่ควรเลือกดื่มนมสดแท้ 100% จึงจะได้ประโยชน์อย่างสูงสุด เพราะการที่ให้เด็กดูดนมปรุงแต่งรสหวานในขวด โดยเฉพาะการดูดนมก่อนนอน หรือ กลางดึก จะทำให้เกิดโรคฟันผุได้สูง จากการศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเกิดฟันผุในกลุ่มเด็กไทยอายุ 6 เดือนถึง 2.5 ปี พบว่า เด็กที่ดูดเครื่องดื่มที่ใส่น้ำตาล (เช่น นมหวาน นมเปรี้ยว น้ำเต้าหู้หวาน) จะมีฟันผุสูงกว่าเมื่อเทียบกับเด็กที่ไม่ดูดเครื่องดื่มที่ใส่น้ำตาล เกือบสองเท่า และในเด็กที่ดูดนมขวดกลางคืน และหลับคานมขวด จะมีโอกาสที่เป็นโรคฟันผุได้สูงกว่าเด็กทั่วไป 1.6 เท่า
ที่มา ผู้จัดการ
Relate topics
- การแยกขยะ มาตรวัดกึ๋นท้องถิ่นบ้านเรา/คอลัมน์...ได้อย่าง ไม่เสียอย่าง
- 'บุหรี่' เลิกไม่ยาก
- "ใช้เน็ตแบบปลอดภัย" โดย Security-in-a-Box
- เหตุผลที่พลังงานนิวเคลียร์ไม่ใช่ทางเลือกที่ยั่งยืน
- ขนมบรรจุซอง ภัยร้ายใกล้ตัวเด็ก
- ปากคำ"แพทย์"เหยื่อพริตตี้ กลยุทธ์ขายยาล้ำ"จริยธรรม"
- เปิดโลกการอ่าน ตอนโลกการ์ตูน
- ระวัง ‘พริกน้ำปลา’ ภัยร้ายผู้สูงวัย มีโซเดียมเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนด
- กระบวนการสอนสร้างอนาคตร่วมกัน - Future Search Conference (F.S.C.)
- เด็กไทยเห็นแก่ตัว “ให้” ไม่เป็น
ซื้อนมได้จากที่ไหน (Not Member)