สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

เผยสิงห์มอเตอร์ไซค์ฮัลโหลไปบิดไป หามส่งรพ. วันละเกือบ 2,000 ราย

สธ.เผยสถิตินักบิดมอเตอร์ไซค์ปีนี้ ถูกหามเข้าโรงพยาบาลวันละเกือบ 2,000 ราย ระบุใส่หมวกกันน็อคเพียงร้อยละ 50 ส่วน 1 ใน 3 นิยมพูดโทรศัพท์มือถือขณะขับขี่ รวมทั้งบิดเร็วเกินกำหนด เร่งสร้างพฤติกรรมขับขี่ปลอดภัย ประกาศหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศเป็นเขตสวมหมวกกันน็อค ให้ข้าราชการ บุคลากรสาธารณสุขปฏิบัติตาม หากพบฝ่าฝืนจะมีโทษทางวินัย ศ.นพ.สุชัย เจริญรัตนกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้อุบัติเหตุจากการใช้รถจักรยานยนต์ เป็นสาเหตุการตายส่วนใหญ่บนท้องถนนช่วงเวลาปกติไม่มีเทศกาลทั้งผู้ใหญ่และเด็ก โดยผู้ใหญ่จะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรเฉลี่ยชั่วโมงละ 1 คน เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 1.5 คน โดยมีผู้บาดเจ็บจากการใช้รถจักรยานยนต์เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลปีละกว่า 600,000 รายหรือวันละเกือบ 2,000 ราย มีเพียง 50% เท่านั้นที่สวมหมวกกันน็อค จึงเป็นเหตุให้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเกือบทั้งหมดประมาณ 86-100%
ประการสำคัญยังพบพฤติกรรมเสี่ยงใหม่ๆ เพิ่มขึ้นด้วย จากการวิจัยพฤติกรรมของประชาชนวัย 21-40 ปี ในจังหวัดเชียงราย นครราชสีมา สงขลา และพระนครศรีอยุธยา นิยมพูดโทรศัพท์มือถือขณะขับขี่รถจักรยานยนต์สูงถึง 35% และขับฝืนกฎจราจร นอกเทศบาล ขับเร็วเกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงมากถึง 72% ขับย้อนศร 59% ซ้อน 3 คนมากถึง 71% และช้อนหน้าคนขับ 50% ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่น่าห่วงมาก เนื่องจากทำให้เกิดอุบัติเหตุง่าย โดยเฉพาะการพูดโทรศัพท์ขณะขับทำให้ขาดสมาธิ และทำให้เสียการทรงตัวได้ง่าย เพราะขับด้วยมือข้างเดียว

  ศ.นพ.สุชัย กล่าวต่อไปว่า ในการป้องกันและลดปัญหาดังกล่าว กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายเดินหน้าการบังคับใช้กฎหมาย ให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สวมหมวกกันน็อคต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นมาตรการที่พิสูจน์แล้วในหลายประเทศว่าลดการตายจากการบาดเจ็บทางสมองได้ 3 เท่า และลดวันนอนโรงพยาบาลได้ 2 เท่า นอกจากนี้ยังลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจได้ ปีละ 3,000-6,000 ล้านบาท จากการติดตามประเมินผลหลังประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาหมวกนิรภัยทั่วประเทศ ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2539 เป็นต้นมา พบว่าอัตราการสวมหมวกนิรภัยค่อนข้างต่ำ โดยผู้ขับขี่สวมหมวกนิรภัย 50% สูงกว่าผู้โดยสารซึ่งพบว่าสวมเพียง 17%

ทั้งนี้ในส่วนของการสร้างเสริมความปลอดภัยการใช้รถใช้ถนน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเสริมสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ออกประกาศ กำหนดให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ ตั้งแต่ระดับกระทรวง สำนักวิชาการประจำเขต สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาล สถานีอนามัย เป็นเขตบังคับให้สวมหมวกนิรภัย ข้าราชการ/บุคลากรที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานสาธารณสุขทุกคน ต้องสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งที่ขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์เข้า-ออกโดยไม่มีข้อยกเว้น

ทางด้านนพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รักษาการปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในการปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ได้ให้หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดทุกแห่ง ควบคุมกำกับบุคลากรให้สวมหมวกทุกครั้ง และกำหนดมาตรการลงโทษทางวินัยถ้ามีการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม นอกจากนี้ยังได้ให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย มีสิทธิไม่อนุญาตให้ผู้ที่ขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ที่ไม่สวมหมวกนิรภัยผ่านเข้า-ออก และลงบันทึกหากฝ่าฝืน/ไม่ปฏิบัติตาม เพื่อเสนอหัวหน้าส่วนราชการต่อไป สำหรับประชาชนทั่วไป ขอให้ระมัดระวังเนื่องจากขณะนี้ใกล้เทศกาลออกพรรษาจะมีการเดินทางไปทอดกฐิน หากเดินทางด้วยมอเตอร์ไซด์ต้องสวมหมวกกันน็อกทุกครั้งไม่ว่าจะใกล้หรือไกลก็ตาม

ที่มาเว็บไซด์สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

Relate topics

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว