สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

เสริมไอโอดีนและธาตุเหล็กในหญิงตั้งครรภ์ แก้เด็กไทยไอคิวต่ำ

by wanna @6 พ.ย. 48 18:09 ( IP : 61...150 ) | Tags : ข่าวสุขภาพประจำวัน

18 สิงหาคม 2548 17:34 น. วานนี้(18 ส.ค.) นพ.สมยศ เจริญศักดิ์ อธิบดีกรมอนามัย ร่วมกับนพ.ประทีป ธนกิจเจริญรองเลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)ลงนามความร่วมมือโครงการ "เด็กไทย เฉลียวฉลาดประเทศชาติแข็งแรง" ป้องกันหญิงตั้งครรภ์และทารกขาดสารไอโอดีนและธาตุเหล็ก ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาด้านสมอง

ผลจากความร่วมมือครั้งนี้สถานบริการสาธารณสุขจะให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพระหว่างตั้งครรภ์ความสำคัญของสุขภาพเด็กปฐมวัย การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่การได้รับสารไอโอดีนอย่างพอโดยแจกเกลือไอโอดีน ให้หญิงที่ไปฝากครรภ์ทุกคน หลังจากนั้นเมื่อทารกมีอายุได้ 6 เดือนขึ้นไปจะได้รับน้ำยาวิตามินเสริมธาตุเหล็กสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

โดยขอรับบริการได้ที่สถานพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ หวังเพิ่ม ความเฉลียวฉลาดทางสติปัญญา(ไอคิว)และความฉลาดทางอารมณ์(อีคิว)ให้เด็กไทย

"หากหญิงตั้งครรภ์ขาดสารไอโอดีนจะทำให้ทารกตายตั้งแต่อยู่ในครรภ์หรือแท้งหรือพิการตั้งแต่กำเนิดเด็กที่เกิดมาจะปัญญาอ่อน เป็นใบ้ ช่วยตนเองไม่ได้ เป็นเด็กเอ๋อส่วนทารกที่ขาดธาตเหล็กจะทำให้การเรียนรู้เชิงพัฒนาการลดลงเมื่อเทียบกับเด็กที่ไม่ขาดธาตุเหล็ก หากขาดธาตุเหล็กในช่วงวัยเรียนจะทำให้เด็กสมาธิสั้นขาดความกระตือรือร้นในการเรียน ผลการเรียนตกต่ำระดับสติปัญญาลดน้อยลงด้วย"นพ.สมยศ กล่าวและว่า

สารไอโอดีนและ ธาตุเหล็กมีผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยืนยันชัดเจนว่า เป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยพัฒนาไอคิวช่วยในการสร้างเซลล์สมองตั้งแต่ทารกอยู่ในครรภ์มารดากระตุ้นการสร้างเครือข่ายใยสมองของเด็กแรกเกิดจนถึงวัยเรียน

พญ.นิชรา เรืองดาริกานนท์ กุมารแพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดีในฐานะนักวิจัยระดับไอคิวเด็กไทยกล่าวว่า ผลการวิจัยไอคิวของเด็กไทย 2 ครั้งโดยนำแบบทดสอบที่เป็นสากลมาวัด ระดับไอคิว พบว่าค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 88 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ 90-100 การให้ความรู้หญิงตั้งครรภ์เกิดความตระหนักถึงความสำคัญของธาตุไอโอดีนและเหล็ก เชื่อว่าเด็กไทยจะได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนกระตุ้นเซลล์สมองเจริญเติบโตเต็มที่มีขีดความสามารถในการเรียนรู้ทำให้เด็กมีไอคิว และอีคิวดีขึ้นด้าน

นพ.ประทีป กล่าวว่า ในนโยบาย 30 บาทช่วยคนไทยห่างไกลโรค ทาง สปสช.จัดงบประมาณไว้ 10,000 ล้านบาทเน้นการสร้างสุขภาพนำการซ่อมสุขภาพ มีโครงการคน 3 วัยห่างไกลโรค เน้นเด็ก สตรี วัยหนุ่มสาว ผู้สูงอายุ ผู้พิการโดยทารกในครรภ์ จนกระทั่งคลอด ได้รับการดูแลกระตุ้นพัฒนาการตามวัย ได้รับสารอาหารครบถ้วน มีโครงการยิ้มสดใสเด็กไทยทำได้มีโครงการตรวจสุขภาพคนทำงานตั้งแต่ผู้ขับรถรับจ้างสาธารณะการตรวจมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และวัยสูงอายุมีโครงการฟันเทียมพระราชทานช่วยให้ผู้สูงอายุบดเคี้ยวอาหารดีขึ้น มีภาวะโภชนาการและคุณภาพชีวิตดีขึ้นถือเป็นการส่งเสริมสุขภาพและ ป้องกันโรคเชิงรุก

Relate topics

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว