โยคะ....ชี่กง....ไทเก๊ก....สมาธิ.... เหล่านี้คือศาสตร์การออกกำลังกายแบบตะวันออกที่คนไทยรู้จักกันดี และนับวันจะยิ่งได้รับความสนใจมากขึ้นเป็นลำดับ เนื่องเพราะสามารถช่วยทำให้สุขภาพของผู้ใช้แข็งแรงและต่อต้านโรคภัยไข้เจ็บได้ในหลายโรคด้วยกัน
ล่าสุด ผศ.น.พ.วิโรจน์ เจียมจรัสรังษี เปิดเผยผลการศึกษาตามโครงการ "การทบทวนองค์ความรู้ด้าน Mind-Body Medicine ในการป้องกันและรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวานและโรคมะเร็ง" ของเครือข่ายวิจัยสุขภาพ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ(มสช.) สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) ว่า ในระยะ 20 ปีที่ผ่านมา มีข้อมูลทางวิชาการจำนวนมากรายงานว่า กิจกรรมที่มีแหล่งกำเนิดมาจากศาสตร์ความรู้เดิมของโลกตะวันออกหลายกิจกรรม เช่น โยคะ ไทเก๊ก ชี่กงและการทำสมาธิ เป็นต้น เป็นกิจกรรมที่มีศักยภาพในการนำมาใช้ในการสร้างเสริมสุขภาพในทุกระดับ
นอกจากนี้ ยังสามารถประยุกต์ใช้ได้กับทั้งโรคทางกาย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง เป็นต้น และโรคทางจิต เช่น ภาวะเครียดและภาวะกังวลเรื้อรัง เป็นต้น ซึ่งนักวิชาการได้จัดกิจกรรมในกลุ่มนี้ว่าเป็น Mind-Body Medicine หรือ MBM
ผศ.น.พ.วิโรจน์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า มีหลักฐานชัดเจนที่ยืนยันประสิทธิผลของ MBM ว่า สามารถรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจในระยะที่สองได้ อีกทั้งพบว่า ผู้ที่ทำกิจกรรม MBM จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจน้อย ส่วนประสิทธิผลในการป้องกันและรักษาโรคความดันโลหิตสูงนั้น พบว่ายังไม่มีหลักฐานชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการศึกษาขนาดใหญ่ที่เปรียบเทียบโดยตรงระหว่างมาตรการด้าน MBM และมาตรการอื่นๆ ด้านการแพทย์แผนปัจจุบัน
สำหรับประสิทธิผลต่อการรักษาโรคเบาหวานนั้น ผลการศึกษาพบว่า มีงานวิจัยจำนวนหนึ่งในประเทศอินเดียได้รายงานถึงการฝึกโยคะว่า มีประสิทธิผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและการใช้ยาลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน แต่การศึกษาส่วนใหญ่มีจุดอ่อนด้านระเบียบวิธีวิจัย จึงยังไม่มีข้อสรุปอย่างชัดเจน
ในส่วนของผลต่อการรักษาโรคมะเร็งนั้น พบว่า มาตรการด้าน MBM แบบต่างๆ สามารถทำให้อารมณ์ คุณภาพชีวิต และการทำใจเผชิญกับเหตุการณ์ของผู้ป่วยดีขึ้น รวมทั้งช่วยลดอาการของโรคและอาการที่เกิดจากการรักษา ส่วนผลต่อระยะปรากฏอาการของโรคและการยืดอายุของผู้ป่วยโรคมะเร็งนั้น ยังไม่มีข้อมูลชัดเจน
ผศ.น.พ.วิโรจน์แนะนำว่า จากการศึกษาวิจัยพบว่า มาตรการด้าน MBM มีผลข้างเคียงต่ำและมีข้อดีอื่นๆ เช่น ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกำหนดหรือมีส่วนร่วมในการรักษาตนเองมากขึ้น ค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก เป็นทางเลือกที่ใช้รักษาโรคเรื้อรังได้ดี และสามารถใช้ในการดำรงความมีสุขภาพดีของตนเองได้เป็นต้น
"องค์ความรู้เหล่านี้ เป็นสิ่งที่มีอยู่ในประเทศไทยและคนไทยมีความคุ้นเคยอยู่ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว ดังนั้น จึงควรมีการสนับสนุนส่งเสริมให้มีการนำมาตรฐานหรือองค์ความรู้ด้าน MBM มาใช้ในการป้องกันโรคในทุกระดับ ทั้งในชุมชนและในสถานบริการสุขภาพ ซึ่งจะทำให้คนไทยมีสุขภาพดีอย่างถ้วนหน้า"ผศ.น.พ.วิโรจน์สรุปทิ้งท้าย
ที่มาและภาพประกอบจาก
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์ วันศุกร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2548
Relate topics
- แครอท ลดมะเร็งปอด
- ดอกโสน อาหารปลอดสารพิษ
- หนุนกินดอกไม้ป้องกันโรคภัย ซ่อนกลิ่นมีสารต้านมะเร็งสูง
- ส่งเสริมดอกไม้กินได้มีสรรพคุณทางยา
- รู้จัก....ยาจีน รู้จักภูมิปัญญาตะวันออก
- พืชผักต้านมะเร็ง
- ชาเขียวมีประโยชน์ต้องชงดื่ม ไม่ใช่ดื่มจากขวด
- "สุขภาวะแบบพอเพียง" มุมมองใหม่นักเรียนวังตะกู
- โป๊ยกั๊กสมุนไพรสุดฮอต
- พิจารณาผลไม้เพื่อสุขภาพ/ สายันห์ เล็กอุทัย