สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

ประกาศจับตารอยเลื่อนในพม่า เตือนสุดอันตราย “เขื่อน” มีสิทธิพัง

by wanna @17 ก.ย. 48 13:37 ( IP : 203...200 ) | Tags : ข่าวสุขภาพประจำวัน

ประกาศจับตารอยเลื่อนในพม่า เตือนสุดอันตราย "เขื่อน" มีสิทธิพัง

      นักธรณีวิทยาประกาศจับตารอยเลื่อน "สะแกง" ในพม่า เผยเป็นจุดเสี่ยงและเป็นอันตรายต่อประเทศไทยอย่างมาก ฟันธงถึงเวลาที่จะต้องยอมรับความจริงเรื่อง "เขื่อน" ที่มีสิทธิพังได้แล้ว พร้อมร้องขอข้อมูลแผนที่ภูมิศาสตร์ใต้ทะเลใกล้ชายฝั่งอันดามันจากกรมอุทกศาสตร์ด่วน หลังเคยขอไปหลายครั้งแต่ไม่ได้รับการตอบสนอง ทำให้ไม่มีข้อมูลอยู่ในมือและไม่สามารถวิเคราะห์ความเสี่ยงที่จะเกิด "สึนามิท้องถิ่น" ที่รุนแรงได้ ระบุการเกิดแผ่นดินไหวหลัง 26 ธ.ค.2547 หลายพันครั้งเป็นเรื่องดี เพราะเป็นระดับเล็กๆ และเป็นการปลดปล่อยพลังงานสะสมให้ออกมา ด้าน " ดร.เป็นหนึ่ง" เผยนี่ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายและในรอบ 1-2 ปีนี้คงจะเกิดอีกหลายครั้ง เรียกร้องให้รัฐบาลทำระบบเตือนภัยให้สมบูรณ์กว่านี้ โดยเฉพาะเครื่องมือวัดระดับน้ำทะเลที่จะทำให้ทราบข้อมูลเรื่องสึนามิได้ชัดเจนขึ้น

      รศ.ปัญญา จารุศิริ หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยธรณีวิทยาแผ่นดินไหวและธรณีแปรสัณฐาน คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า การประกาศเตือนภัยเรื่องการเกิดสึนามิหลังแผ่นดินไหวขนาด 7.2 ริกเตอร์ที่หมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์เมื่อคืนที่ผ่านมา (24 ก.ค.) เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว แม้ในอดีตที่ผ่านมาเครื่องมือวัดแผ่นดินไหวที่อยู่ในแถบประเทศอินโดนีเซีย อินเดียและไทยจะเคยตรวจจับว่าเคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.5 ริกเตอร์ในบริเวณดังกล่าวและไม่ทำให้เกิดสึนามิก็ตาม เพราะสึนามินั้นสามารถเกิดได้หลากหลายรูปแบบ
      ที่สำคัญคือบริเวณหมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์นั้นอยู่ไม่ห่างจากประเทศไทย โดยเฉพาะเกาะภูเก็ต ซึ่งถ้าหากเกิดสึนามิขึ้นมาจะได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก
      "ผมเฝ้าดูข้อมูลหลังจากเกิดแผ่นดินไหวที่นิโคบาร์ ก็พบว่าไม่มีรายงานความเสียหายเกิดขึ้นบริเวณใกล้ๆ กับเกาะ ก็วิเคราะห์ว่าโอกาสเกิดสึนามิในไทยคงไม่มี สรุปก็คือเป็นแผ่นดินไหวที่ไม่รุนแรง แต่ขณะเดียวกันก็มีคนบอกว่ามีคลื่นสูงประมาณ 4 เมตรเข้ามา ซึ่งผมเองก็ไม่แน่ใจว่าเป็นคลื่นที่เกิดจากมรสุมหรืออะไรกันแน่ ไม่แน่ใจว่ามีหลักฐานชัดเจนหรือเปล่า ถ้าจะเอาให้แน่อยากรู้ว่าเป็นสึนามิหรือเปล่าก็ต้องตรวจอย่างดาวเทียมที่ชื่อว่า อีโคนอส ซึ่งสามารถตรวจจับได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นผมเห็นว่าเป็นจุดที่ดีที่เรารีบประกาศเตือนไว้ก่อน"
      สำหรับการแก้ปัญหาในระยะยาวนั้น จะต้องมีนำเครื่องมือวัดระดับน้ำไปติดไว้ใกล้ๆ กับหมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์ของอินเดีย เพราะเป็นจุดที่อาจเกิดแผ่นดินไหวและทำให้เกิดสึนามิได้ ซึ่งเป็นเรื่องของรัฐบาลไทยที่จะต้องไปขอความร่วมมือกับรัฐบาลอินเดีย
      "ทฤษฎีของผมก็คือเมื่อเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่แล้ว จากนั้นก็จะเกิดขนาดเล็กๆ ตามมา ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวอะไร เพราะเหมือนเป็นการปลดปล่อยพลังออกมา ดีกว่าอยู่เฉยๆ เงียบๆ ไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยแล้วเกิดขึ้นมา อย่างนั้นอันตราย แล้วการเกิดแผ่นดินไหวเล็กๆ ก็เป็นเรื่องที่ดี จะเกิดสักพันครั้งหมื่นครั้งก็ไม่เป็นไร ผมอยากให้เกิดเยอะๆ ด้วยซ้ำไป ยิ่งมากยิ่งดี เพราะเป็นสัญญาณว่าจะไม่เกิดขนาดใหญ่"
      "ผมยังสนับสนุนให้มีระบบการเตือนภัย เตือนดีกว่าตาย ถ้าตายคนโทษรัฐบาล แต่ระบบการเตือนภัยจะต้องมีความชัดเจน คือถ้าเกิดแผ่นดินไหวที่ไหนที่อันตรายต่อไป เช่นที่เกาะนิโคบาร์ ก็ต้องออกประกาศเตือนว่าขณะนี้เกิดแผ่นดินไหวแล้วนะ ขนาดความแรงเท่านั้นเท่านี้ จากนั้นก็ให้ประชาชนคอยติดตามข่าวสารและการวิเคราะห์ของหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างใกล้ชิด ว่าหลังจากเกิดแล้วจะมีผลกระทบอะไรตามมา มีโอกาสจะเกิดสึนามิหรือไม่ อย่างไร"
      รศ.ปัญญากล่าวต่อว่า จุดสำคัญของไทยที่ทางนักธรณีวิทยาอยากได้ข้อมูลค่อนข้างมากก็คือ "แผนที่ภูมิประเทศใต้ทะเลบริเวณใกล้ๆ กับชายฝั่งอันดามัน" ซึ่งขณะนี้ไม่มีข้อมูลอยู่ในมือ จึงทำให้ไม่รู้ว่าแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นจะส่งกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาอะไรหรือไม่ เพราะถ้าเกิดผลกระทบและทำให้เกิดแผ่นดินไหวถล่มในทะเลใกล้ๆ กับชายฝั่งอันดามัน จะมีโอกาสเกิดสึนามิ ที่เรียกว่า "สึนามิท้องถิ่น" ได้
      ทั้งนี้ หน่วยงานที่มีข้อมูลดังกล่าวอยู่ในมือก็คือกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ซึ่งที่ผ่านมาเคยขอข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยได้รับความร่วมมือแต่อย่างใด ดังนั้น จึงอยากขอความกรุณาจากทางกองทัพเรือให้ช่วยส่งข้อมูลมาให้ด้วย
      สุดท้าย รศ.ปัญญาให้ข้อมูลเตือนภัยที่สำคัญด้วยว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น จะเห็นได้ว่าจุดที่เกิดเริ่มไล่จากทางใต้ขึ้นมาเรื่อยๆ คือจากตอนกลางๆ ของเกาะสุมาตรา ก็เริ่มขึ้นมาตอนบนของเกาะสุมาตรา และไล่ไปที่หมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์
      ดังนั้น นับจากนี้เป็นต้นไป นักธรณีวิทยาหรือผู้ที่ติดตามแผ่นดินไหวจะต้องจับตาจุดที่จะเกิดต่อไป นั่นก็คือบริเวณรอยเลื่อนสะแกง (Sakaing Fault) ที่อยู่ในพม่า เพราะมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้ค่อนข้างมากและเป็นจุดที่อยู่ใกล้กับประเทศไทย ซึ่งนั่นหมายความว่าโอกาสที่จะเกิดอันตรายจะยิ่งสูงตามไปด้วย
      "เขื่อนต้องระวัง ต้องทำอะไรสักอย่าง บอกให้ประชาชนรู้ ผมก็เป็นไม้เบื่อไม้เมากับเขามานาน คนที่รับผิดชอบคงคิดว่ากันได้ แต่นั่นไม่เพียงพอ ต้องทำอะไรมากกว่านั้น ผมกลัวน้ำในเขื่อนกระฉอกออกมา ชาวบ้านแย่ เพราะรอยเลื่อนสะแกงเป็นรอยเลื่อนที่น่ากลัว สะแกงอยู่ตรงกลางของพม่า พาดผ่านเหนือใต้เลย เคยถล่มมาแล้ว พม่าต้องย้ายเมืองหลวงก็เพราะรอยเลื่อนนี้มาแล้ว"       ด้าน ดร.เป็นหนึ่ง วาณิชชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหวจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) กล่าวแสดงความเห็นว่า การเกิดแผ่นดินไหวที่หมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์เมื่อคืนที่ผ่านมาน่าจะเป็นอาฟเตอร์ช็อกจากเหตุการณ์ 26 ธ.ค.2547 ที่ผ่านมา และในช่วง 1-2 ปีนับจากนี้ก็คงเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้อีกหลายครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่นอน ทั้งนี้ประเด็นที่สำคัญที่สุดก็คือจะต้องเร่งระบบเตือนภัยให้สมบูรณ์กว่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดตั้งเครื่องวัดระดับน้ำทะเลเพื่อยืนยันถึงการเกิดสึนามิ
      "ศูนย์เตือนภัยฯ ลำบากใจเหมือนกัน เพราะ 7 ริกเตอร์ต้นๆ ในบางพื้นที่ก็ทำให้เกิดสึนามิย่อมๆ ทำให้เกิดสึนามิท้องถิ่นได้เหมือนกัน ดังนั้นก็ต้องเตือนเอาไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัยเนื่องจากข้อมูลจำกัด แต่สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือจะเกิดแผ่นดินไหวในลักษณะนี้อีกหลายครั้ง ถ้าเตือนแล้วไม่มาก็จะยุ่ง เพราะอาจส่งผลทำให้มีคนไม่เชื่อได้ ซึ่งเมื่อไม่เชื่อก็หมายความว่าไม่หนี และถ้าเกิดสึนามิจริงๆ ก็คงจะเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาอีก แต่ถ้าเรามีระบบที่สมบูรณ์ พอเกิดแผ่นดินไหวเราก็จะเตือนทันทีว่าขณะนี้เกิดแผ่นดินไหวแล้วนะ ให้ทุกคนเตรียมพร้อมและคอยฟังข่าว แต่ยังไม่ต้องอพยพ จากนั้นให้รอฟังเจ้าหน้าที่มอนิเตอร์ข้อมูลให้ชัดเจนว่าจะเกิดสึนามิตามมาหรือไม่ "
      ทั้งนี้ โอกาสที่จะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ก็มี เพราะรอยเลื่อนหรือรอยต่อระหว่างเปลือกโลกตั้งแต่หมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์ไล่ขึ้นเหนือไปถึงพม่าเป็นแนวที่ยังไม่ได้ไถลมากนัก พลังงานยังคงสะสมตัวอยู่ อาจจะเกิดปัญหาได้ ถ้าขนาด 6-7 ริกเตอร์ไม่เป็นไร ถ้าเป็น 8-9 ริกเตอร์ก็จะยุ่ง
      ดร.เป็นหนึ่งให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สำหรับรอยเลื่อนสะแกงนั้นเป็นรอยเลื่อนที่ไม่ใหญ่ ที่ผ่านมาเกิดแผ่นดินไหวบนบกใหญ่สุดก็ 8 ริกเตอร์ที่เมืองมัณฑะเลย์ของพม่า ในทะเลก็แค่ 6 ริก เตอร์ แต่ปัญหาก็คือเป็นจุดที่อยู่ใกล้กับไทยค่อนข้างมาก ถ้าเกิดและทำให้ภูเขาใต้น้ำถล่ม เกิดแผ่นดินเลื่อนใต้น้ำก็คงจะเกิดสึนามิได้ เพราะฉะนั้นต้องระวังให้มาก โดยเฉพาะบรรดาเขื่อนที่อยู่ในรอยเลื่อนใกล้เคียงเพราะทำให้แตกได้ ซึ่งที่ผ่านมาก็ยังไม่เห็นหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ตระเตรียมการเกี่ยวกับเรื่องนี้เท่าใดนัก

ที่มา www. manager.go.th

Relate topics

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว