รศ.น.พ.นรินทร์ วรวุฒิ หัวหน้าหน่วยมะเร็งวิทยา ภาควิทยาอารุยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงว่า ปัจจุบันพบผู้หญิงไทยเป็นมะเร็งเต้านมถึง 13 คน/วัน โดยมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 5-6 คน/วัน ซึ่งมากเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งปากมดลูก โดยสถิติทั่วโลกมีผู้หญิงเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเต้านมถึง 1,000 คน/วัน ในขณะที่ผู้ชายมีโอกาสเป็นมะเร็งในเต้านมเพียงร้อยละ 1 เท่านั้น สาเหตุเนื่องมาจากฮอร์โมนเพศหญิงเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดมะเร็งเต้านม โดยมีปัจจัยเสี่ยงของโรคถึง 15 ปัจจัย อาทิ พันธุกรรม เคยมีประวัติเป็นมะเร็งเต้านม รอบเดือนมาเร็วกว่าปกติ รอบเดือนหมดช้า แอลกอฮอล์ บุหรี่ รับประทานอาหารไขมันสูง ความอ้วน เป็นต้น
รศ.น.พ.นรินทร์แถลงว่า กลุ่มเสี่ยงส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงอายุ 50 ปีขึ้นไป ผู้หญิงผ่านการศัลยกรรมเสริมหน้าอกโดยการฉีดสารปลอมแปลงที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น ซิลิโคนปลอม ทำให้ระคายเคือง เด็กผู้หญิงที่มีประจำเดือนเร็วตั้งแต่อายุ 11-12 ปี เพราะมีฮอร์โมนเพศหญิงมาก ซึ่งมะเร็งเต้านมในเด็กสาวอายุต่ำกว่า 20 ปี จะอันตรายมากกว่าในกลุ่มผู้สูงอายุรักษาหายยาก เพราะเซลล์มะเร็งจะแพร่กระจายเร็ว และผู้หญิงที่มีเนื้อหน้าอกมาก เต้านมมีเนื้อแน่น เพราะมีเซลล์ที่หน้าอกมากทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมสูงกว่าคนปกติ "ตามปกติแล้วมะเร็งเต้านมจะเป็นมากในผู้หญิงแถบอเมริกา ยุโรป แต่เนื่องจากผู้หญิงเอเชียผู้หญิงไทยนิยมใช้ชีวิตแบบตะวันตกมากขึ้น ไม่ออกกำลังกาย ทำให้มีน้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมสูงมาก" รศ.น.พ.นรินทร์กล่าว และว่า ผู้หญิงควรตรวจสอบเต้านมด้วยตนเองอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และควรพบแพทย์เพื่อสแกนเต้านมด้วยเมมโมแกรมปีละ 1 ครั้ง เพราะการตรวจพบและทำการรักษาในระยะแรกเริ่มคือ ขนาดก้อนเนื้อไม่เกิน 1 เซนติเมตร สามารถรักษาได้ง่ายและหายขาด ซึ่ง 70% ของผู้ป่วยที่มาพบแพทย์คลำพบก้อนเนื้อในเต้านมด้วยตนเอง
รศ.น.พ.นรินทร์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันได้มีแนวทางในการรักษาด้วยฮอร์โมนบำบัดแนวทางใหม่ จากเดิมแพทย์จะให้ยายับยั้งการแพร่กระจายเซลล์ติดต่อกันนาน 5 ปีเท่านั้น แต่หลังจากหยุดให้ยา ซึ่งผู้ป่วยประมาณ 50% จะกลับมาเป็นซ้ำอีก ดังนั้นเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการเป็นซ้ำแพทย์จะให้ตัวยาชนิดใหม่กับผู้ป่วยรักษาติดต่อกันอีก 5 ปี รวมเป็นให้ยาติดต่อกัน 10 ปี ซึ่งผลการศึกษาพบว่า ยาฮอร์โมนชนิดใหม่ลดอัตรากลับมาเป็นซ้ำได้ถึง 42% และลดการแพร่กระจายของเซลล์ได้ถึง 40% และลดอัตราการเสียชีวิตได้ถึง 39%
Relate topics
- 28 มกราคม 55 - เปิดตลาดนัดสุขภาพสายใยชุมชน
- ผลวิจัยคุณภาพชีวิตรอบโรงงานเปรียบเทียบในจะนะ
- ชวนลูก จูงหลาน ขี่รถ แลเขาคูหา
- ชวนชาวสงขลาร่วมช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยคาบสมุทรสทิงพระ
- สมัชชาสุขภาพกับการพัฒนาประเทศ
- ห้องเรียนท้องนาจะเปิดเรียนแล้วนะ
- 19 ส.ค. 53 13.30-15.30 น. ถ่ายทอดสดคลินิกทางไกล จากศูนย์เรียนรู้ สจรส. มอ.
- ขอเชิญร่วมโครงการเดินเพื่อสันติปัตตานี
- รางวัลสนับสนุนชุมฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่า
- รวมน้ำใจเพื่อช่วยสร้างอาคารใหม่ "มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” เหยื่อป่วนเผาเมือง