เรื่องเล่าจากเบลเยียม 10 : ไตรรงค์ธงไทย ไฉนจึงแดงขาวน้ำเงิน
โดย นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจอยู่เมืองไทยไม่ค่อยได้สนใจกับธงของนานาชาติ จนวันหนึ่งเมื่อผมได้ไปดูงานเรื่องการจัดบริการทางสังคมที่เสริมพลังกับบริการด้านการแพทย์ที่เมืองไครเบเก้ (kruibeke) ในประเทศเบลเยียม และทางเทศบาลเจ้าของสถานที่ได้จัดสถานที่ประดับด้วยธงประจำชาติของนักศึกษาทุกคน สร้างความประทับใจและรอยยิ้ม ต่างถ่ายรูปจับไม้จับมือราวกับเป็นการประชุมซัมมิทนานาชาติประมาณนั้น และถามไถ่เรียนรู้กันว่า นี่ธงประเทศอะไร เราสังเกตได้เลยว่า หากเป็นธงหลากสี อันนั้นธงจากประเทศในทวีปอัฟริกา ผมก็เพิ่งจะสังเกตและเริ่มรู้สึกว่า โธงไตรรงค์ของประเทศไทยนั้นไม่ธรรมดาโประเทศไทยได้เปลี่ยนมาใช้ธงไตรรงค์แทนธงช้างเผือกพื้นสีแดงในสมัยรัชกาลที่ 6 ตั้งแต่ปี 2460 เป็นต้นมา ธงชาติไทยมี 3 สีคือ แดง ขาว น้ำเงิน พอได้นึกเรื่องเล่าจากเบลเยียม 09 : รถไฟขบวนนี้ มีชุมชนเป็นเจ้าของ
โดย นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจภาพรถไฟสีเหลืองแดงคันเก่าตู้เดียวที่เห็นนี้เป็นรถไฟที่ดำเนินการฟื้นฟูกิจการขึ้นมาโดยชุมชนแห่งเมือง Spontin เมืองเล็กๆในชนบทของจังหวัด Namur ทางรถไฟนี้ได้ถูกสร้างในปี 1890-1907 แต่เมื่อการรถไฟของเบลเยียมพัฒนารางมาตรฐานยุโรปและมีระบบไฟฟ้าแรงสูง 3,000 โวลท์เพื่อปล่อยพลังงานให้กับรถไฟ เส้นทางใหม่ก็ถูกสร้างขึ้น การขนส่งผู้โดยสารปิดไปในปี 1962 เหลือแต่การขนส่งแร่และหยุดสนิทในปี 1983 รถไฟกลายเป็นตำนานแห่งอดีตที่ผู้คนยังจดจำ10 ปีต่อมา ในปี 1992 ชุมชนที่นี่ เขาเลยรวมตัวกัน หาทุนและลงแรงอาสาเข้ามากอบกู้กิจการการรถไฟ เปลี่ยนรางรถไฟและไม้หมอนที่เก่าไปทีละท่อน บำรุงรักษาทาง สะพาน อุโมงค์ รวมทั้งจัดหาหัวรถจักรเก่ามาซ่อมแซม และปรับปรุงอาคารสถานีรถไฟ จนสามารถเปิดให้บริการกับนักทเรื่องเล่าจากเบลเยียม 08 : ชีวิตนักเรียน ป.โท
โดย นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจชีวิตนักเรียน ป.โทที่นี่ เน้นเรียนแบบแลกเปลี่ยนครับ ห้องเรียนก็จัดโต๊ะแบบเด็กอนุบาลบ้านเรา คือแบบที่เห็นในภาพ แต่ละคนต้องอ่านเพื่อมาแลกเปลี่ยน มีโจทย์ให้ แลกกันให้ได้ข้อเสนอหรือข้อสรุป แล้วนำเสนอให้กลุ่มใหญ่ฟัง แต่อาจารย์กลัวเราไม่ฟังสาระของกลุ่มอื่น ก็เลยออกแบบให้สอบเก็บคะแนนด้วยการเขียนวิจารณ์สาระที่กลุ่มอื่นเสนอมาว่ายังมีจุดอ่อนตรงไหนบ้าง แบบนี้ได้ผลครับ ตั้งใจฟังกันใหญ่ เป็นการเรียนรู้ด้วยกลุ่ม ไม่ค่อยมีการป้อนความรู้แบบไทยๆตอนเป็นนักเรียนที่เมืองไทยนั้น เราเรียนด้วยการป้อน คุณครูปรุงสุกป้อนถึงปาก ขอให้กินให้ทันก็แล้วกัน ป้อนตลอดตั้งแต่ต้นคาบเรียนจนเสียงกระดิ่งดัง ประมาณปิ้งแผ่นใสหรือ แพลม powerpoint ไม่เคยมีคำถาม ไม่เคยถามความเห็น อาจเพราะสอนจนไม่มีเวลาที่จะเรื่องเล่าจากเบลเยียม 06 : พลังงานลม จะไหวหรือ
โดย นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจประเทศในโลกตะวันตกใช้พลังงานมหาศาล เบลเยียมก็เช่นกัน พลังงานไฟฟ้า 58% มาจากโรงฟ้านิวเคลียร์ที่มีอยู่ 2 แห่ง พลังงานที่เหลือใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล รวมทั้งซื้อจากประเทศเพื่อนบ้าน สัดส่วนของพลังงานทางเลือกนั้นยังมีสัดส่วนน้อยคือ พลังงานลมมีสัดส่วนราว 3% ในปี คศ. 2009 โดยมีกังกันผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมชุดใหญ่สองชุดกลางทะเล และในพื้นที่บนบก เราก็สามารถพบเห็นกังหันลมเช่นในรูปกระจายอยู่ทั่วไป มักจะอยู่กันเป็นชุดๆละหลายๆตัว เรียกกันว่า wind farmหรือฟาร์มลม ซึ่งสวยงามและให้ความรู้สึกที่สะอาดปลอดมลพิษจริงๆประเทศเบลเยียมเขาตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดคือลมและแสงอาทิตย์ จากปี 2009 ที่มีสัดส่วนเพียง 3.3% จะให้ได้ 13% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศในปี คศเรื่องเล่าจากเบลเยียม 05 : จักรยานคนไม่จน?
โดย นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจที่เบลเยียมมีการรณรงค์การใช้จักรยานกันอย่างมาก แต่รณรงค์อย่างเดียวคนก็ไม่ทำให้คนใช้มากขึ้นเท่าไหร่หรอก ความสำเร็จของอัตราการใช้จักรยานสูงมากอยู่ที่ โการสร้างสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการขับขี่จักรยานโ เช่น การมีเลนจักรยาน หากถนนที่มีทางเท้าที่กว้างพอ เขาก็ตีเส้นลาดยางมะตอยสีน้ำตาลเป็นเลนจักรยาน หากแคบไปก็ไปใช้ถนนร่วมกับรถยนต์ และที่นี่แต่ละเมืองจะมีโครงการจักรยานสาธารณะ คือสามารถซื้อบัตรเหมือนบัตรATM พอจะใช้ก็ไปเสียบบัตรแล้วเอาจักรยานที่จุดจอดจักรยานออกมาใช้ได้ และจะถูกหักเงินจากบัตรนั้น ขับไปจอดสถานีที่ต้องการ สำหรับกติกาเมืองแอนเวิร์ปนั้น ให้ใช้ได้ไม่เกินครึ่งชั่วโมง หากไปไกลกว่านั้นต้องเปลี่ยนคันใหม่ที่สถานีใหม่ เป็นต้นสิ่งหนึ่งที่โดดเด่นในยุโรปคือ จักรยานที่นเรื่องเล่าจากเบลเยียม 04 : ว่าด้วยเรื่องป้าย
โดย นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจว่าด้วยเรื่องป้ายครับ ภาพที่เห็นคือป้ายของมหาวิทยาลัยที่เรียนครับ คือสถาบันเวชศาสตร์เขตร้อน ทั้งสถาบันมีป้ายเดียวและป้ายเล็กมากๆ สถาบันแห่งนี้มีชื่อเสียงเรื่องเวชศาสตร์เขตร้อนในอันดับต้นๆของยุโรป เป็นสถาบันที่ทำวิจัยและตีพิมพ์รายงาน ผู้ป่วยโรคประหลาดที่ภูมิคุ้มกันปกพร่องเป็นรายแรกๆของโลก ตั้งแต่ปี 1979 ซึ่งสมัยนั้นยังไม่รู้จักเชื้อเอดส์ จนปี 1983 แพทย์จากสถาบันพาสเตอร์ ประเทศฝรั่งเศส จึงสามารถแยกเชื้อไวรัสเอดส์ได้ ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อเอดส์ทั่วโลก 34 ล้านคน และประมาณเกือบ 1 ล้านคนเป็นคนไทยสถาบันชั้นนำแต่ป้ายเล็กนิดเดียว วัฒนธรรมป้ายเล็กนี้เป็นไปโดยทั่วไปในประเทศนี้ครับ จะมีป้ายใหญ่บ้างก็เป็นพวกห้างร้านหรือบริษัทเอกชน แต่ก็ไม่ได้ใหญ่มากจนเกินพอดี เมื่อเทียบกับบ้านเรื่องเล่าจากเบลเยียม 03 : สนามเด็กเล่น
โดย นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจต่อเรื่องสนามเด็กเล่นอีกนิดครับ สนามเด็กเล่นที่นี่ ไม่ได้มีแต่ที่มีขนาดใหญ่โต ในชุมชนที่มีที่ดินว่างสักสามห้องห้าห้อง และเป็นที่สาธารณะ ทางเทศบาลก็มาจัดสร้างเป็นสนามเด็กเล่นและสวนหย่อม ดูแลให้สะอาด มีเครื่องเล่นง่ายๆเช่นม้าโยกอย่างในรูป แล้วก็กระดานลื่นและชิงช้า มีเก้าอี้ให้ผู้คนมาพบปะพูดคุยกัน คนเมืองที่นี่ยิ่งกว่าบ้านเราคือทำงานหนัก กลับบ้านเย็น หากไม่มีพื้นที่กลางในชุมชน ทุกคนก็อยู่แต่ในบ้าน ผู้ใหญ่ก็ไม่ได้มาคุยกัน เด็กก็ไม่ได้มาเล่นกัน การมีพื้นที่สาธารณะในชุมชนแม้จะเล็กๆ แต่มีความสำคัญมากมายในการสร้างความเป็นชุมชน สร้างความเป็นประชาสังคม และเพิ่มพื้นที่ในการเติบโตของเด็กด้วยพื้นที่สาธารณะในบ้านเราก็มีไม่น้อย อย่างน้อยก็ในโรงเรียน วัด ยังมีสวนหย่อมริมถนน หรือเรื่องเล่าจากเบลเยียม 02 : สนามเด็กเล่น
โดย นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจที่เมือง antwerp ซึ่งเหมือนกับทุกเมืองในยุโรป สนามเด็กเล่นเป็นพื้นที่ที่สำคัญของเมือง เป็นพื้นที่สาธารณะของเด็กและครอบครัว เป็นสิทธิของเด็กที่ต้องการพื้นที่ของเขาในฐานะพลเมืองเช่นกัน เทศบาลเป็นเจ้าของ สร้างขึ้นและดูแลรักษา ดูแลทั้งด้านความสะอาดและความปลอดภัย สนามเด็กเล่นแห่งนี้มีพื้นที่กว้างหลายไร่ วิ่งเล่นได้เป็นชั่วโมง โครงสร้างของเล่นใหญ่โตชวนให้เล่น ชวนให้เพิ่มการออกกำลังและแก้ปัญหาเด็กอ้วนได้ด้วย อยากจะเล่นของเล่นก็ไม่ต้องไปเข้าในศูนย์การค้าเหมือนบ้านเรา ในเมืองที่มีประชากร 4 แสนคนแห่งนี้ มีสนามเด็กเล่นที่มีพื้นที่หลายไร่นี้ ไม่น้อยกว่า 4 แห่ง หันกลับมามองบ้านเรา เทศบาลต่างๆในประเทศไทย ยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เอาเสียเลย สนามเด็กเล่นเป็นตัวชี้วัดเรื่องเรื่องเล่าจากเบลเยี่ยม 01 : solidarity
โดย นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจมาเรียนที่นี่ได้ 4 เดือนแล้ว เพิ่งเข้าใจนิยามของคำว่า solidarity อย่างแท้จริงก็ช่วงก่อนวันคริสต์มาส ที่สหภาพแรงงานนัดหยุดงานทั้งประเทศ เป็นเวลา 1 วันในวันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม 2011 เพื่อประท้วงการตัดลดค่าใช้จ่ายภาครัฐในเรื่องสวัสดิการประกันสังคม โดยส่วนที่หยุดสนิทอย่างพร้อมเพรียงทั้งประเทศคือภาคการขนส่งทั้งรถไฟ รถบัส รถราง และเครื่องบิน แม้แต่โรงพยาบาลก็ร่วมหยุดงานด้วย มีแต่บริการห้องฉุกเฉิน โดยมีการประกาศให้ทราบล่วงหน้าหลายวันในทุกสื่อ เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัว ผมเองต้องเปลี่ยนตั๋วรถไฟและเดินทางล่วงหน้าหนึ่งวันก่อนวันประท้วง เพื่อกลับมาหยุดเทศกาลปีใหม่ในไทย และดูเหมือนว่าเสียงบ่นจากประชาชนท้องถิ่นก็มีไม่มาก เหมือนจะรับรู้และเข้าใจว่าเป็นสิทธิเสียงตามระบอบประชาธิปไตย

