วันอาทิตย์นี้เป็นวันพิเศษต่างไปจากวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เนื่องจากทุกวันอาทิตย์ฉันและเพื่อนสองคนมักไปหาหนังสืออ่านที่ห้างสรรพสินค้า หรือไม่ก็เดินดูเสื้อผ้า ชีวิตในเมืองใหญ่เช่นนี้มักมีทางเลือกในวันหยุดไม่มากนัก แต่ในวันอาทิตย์นี้กลับเปลี่ยนโปรแกรมจากห้างสรรพสินค้าในตัวเมืองมาเป็นหมู่บ้านท่าหิน ต. ท่าหิน อ. สทิงพระ จ. สงขลา
วันนี้หมู่บ้านท่าหิน ได้มีการจัดทัวร์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ดูวิถีชีวิตคนที่ประกอบอาชีพ โหนด นา เล ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของคนคาบสมุทรสทิงพระที่มีมาช้านาน เรานั่งรถยนต์ผ่านทุ่งนา ที่มีตาลโหนด ขึ้นอยู่เรียงราย ทำให้นึกถึงคำพูดของครูปราณี มณีดุลย์ ที่บอกว่าต้นตาลโตนดกว่าจะโต และใช้ประโยชน์ ต้องใช้เวลาเป็น 10 ปีแต่เมื่อโตสามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วนตั้งแต่รากจรดใบ ทำให้รู้สึกว่าเป็นต้นไม้ที่วิเศษทีเดียว
เมื่อถึงหมู่บ้านท่าหิน ชาวบ้านที่จัดโปรแกรมนำเที่ยวได้พาฉันและเพื่อนลงเรือถ่อ เรือถ่อนำเราล่องไปตามลำคลองเล็กๆที่จะไปออกยังทะเลสาบสงขลา พี่เพียรคนขับเรือบอกว่าทะเลสาบคือซุปเปอร์มาเก็ตขนาดใหญ่แห่งคาบสมุทรสทิงพระ ระหว่างเรือแล่นมา ฉันสังเกตว่าในลำคลองสายนี้ชั่งอุดมสมบูรณ์นัก เพราะยังมีต้นลำพูที่แตกรากขึ้นเรียงรายเป็นแถว คอยเป็นปราการป้องกันสิ่งสกปรกที่จะลงยังทะเลสาบ มีปลาตัวเล็กๆ ที่เมื่อเรือวิ่งผ่านก็กระโดดขึ้นเรือมา ทำให้ได้ยินเสียงหัวเราะของฉันและเพื่อน เรานั่งเรือผ่านฝูงควายที่กินหญ้าอยู่บนบริเวณเนินผืนดินบนเกาะ ควายจ้องมองเราด้วยความแปลกใจ เขาคงคิดว่าใครกันนะไม่เคยเห็นหน้า
เรือวิ่งไปถึงทะเลสาบสงขลา เพื่อพาเราไปเอาปลาที่ดักเอาไว้ พี่เพียรคนขับเรือพูดติดตลก ว่าหากเรือล่ม และตกน้ำ ห้ามว่ายน้ำเด็ดขาด ให้ยืนขึ้น เพราะน้ำตื้นแค่สะเอวเท่านั้นเอง สาเหตุที่น้ำตื้น พี่เพียรชี้ให้ดูเกาะที่อยู่เบื้องหน้า ที่มีภูเขาโล้นเนื่องจากชาวบ้านหันมาปลูกยางพารากันเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากในวันนี้ยางพารามีราคาแพงชาวบ้านแห่ปลูกยาง มีการถางป่า เมื่อฝนตกมีการชะล้างหน้าดินลงสู่ทะเลสาบ นอกจากหน้าดินที่ชะล้างลงมาแล้ว ยังมีสาหร่ายหนามที่แผ่ขยายไปทั่วผืนน้ำเป็นอีกปัจจัยหนึ่งทำให้น้ำในทะเลสาบตื้นเขิน
เรือวิ่งมาถึงโพงพางที่ดักปลาเอาไว้ พี่เพียรยกโพงพางขึ้นมาพร้อมกับปลานิลตัวโตใหญ่ และ ปลามีหลัง (ปลาดุกทะเล) พี่เพียรบอกว่าทะเลสาบเปรียบเสมือนซุปเปอร์มาเก็ตที่ใหญ่มากอยากกินปลาก็ได้กิน อยากกินกุ้งก็ได้กิน แถมได้กินอาหารที่สด ซึ่งรสชาดแตกต่างกันมากระหว่างปลาที่อยู่ในตู้แช่ของห้างสรรพสินค้าในเมือง
เราใช้เวลาล่องเรืออยู่ในทะเลสาบสงขลานานแม้แสงแดดจะร้อนแต่ก็ร้อนแค่กาย แต่ใจของเราชุ่มช่ำด้วยน้ำสายแห่งนี้ จากนั้นพี่เพียรพาเราไปยังเกาะนางคำ อ. ปากพะยูน จ. พัทลุง ผู้คนที่อาศัยอยู่บนเกาะส่วนใหญ่เป็นคนไทย นับถือศาสนาอิสลาม พอขึ้นเกาะฉันถึงกับร้องอ้อ เนื่องจากเคยมาเกาะนี้แล้วเมื่อครั้งนำสิ่งของมาช่วยเหลือน้ำท่วมใหญ่ เมื่อปีที่แล้ว ครั้งนั้นฉันนั่งรถยนต์ซึ่งใช้เวลาเกือบสามชั่วโมง ผ่านถนนที่น้ำท่วมขังเพื่อนำสิ่งของมายังเกาะนางคำแห่งนี้ แต่ครั้งนี้เป็นการนั่งเรือผ่านมา ขากลับพี่เพียรได้เอาปลามีหลัง ให้กับเด็กบนเกาะไป ทำให้เห็นมิตรภาพความเอื้ออาทรระหว่างคนลุ่มน้ำทะเลสาบแห่งนี้
เรือวิ่งกลับเข้าฝั่ง เห็นนกเหยี่ยวที่บินวนเพื่อคอยจับปลา เห็นนกมากมาย สีดำบ้าง ขาวบ้างเล่นน้ำอยู่ในทะเลสาบ พี่เพียรบอกว่าหากวันหนึ่งไม่มีทะเลสาบ ชาวบ้านคงขาดซุปเปอร์มาเก็ตระดับห้าดาว ชาวบ้านคงเดือดร้อนมาก
อาหารมื้อกลางวัน เป็นมื้อที่พิเศษมาก เนื่องจากเมนูส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยหัวโหนด (ส่วนหัวของลูกตาลโตนดนำมาทำเป็นอาหาร) เมนูดังกล่าวได้แก่ แกงไก่กับหัวโหนด ต้มกะทิหัวโหนด ยำหัวโหนด กุ้งหวาน น้ำพริกกะปิและผักสด มื้อนี้ฉันและเพื่อนกินกันจนอิ่มมากเนื่องจากอร่อยกว่าอาหารฟาสฟูสต์ที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า
ที่ศาลาลุงคนหนึ่งปอกลูกตาลเพื่อให้พวกเรากิน ส่วนอีกคนนั่งสานตั๊กแตนที่ทำจากยอดตาลโตนด ป้าอีกคนนำน้ำตาลมาเคี่ยวทำเป็นน้ำตาลแว่น ทั้งหมดที่ฉันเห็นมันคือวิถีคนคาบสมุทรสทิงพระที่มีความเกี่ยวโยงกันระหว่าง โหนด - นา - เล การดำเนินชีวิต ดำเนินอาชีพที่เรียบง่ายเน้นการพึ่งพาตนเอง ลดการพึ่งพิงจากภายนอก เป็นแนวคิดที่แตกต่างมากกับเมืองใหญ่ที่คอยจะดึงทรัพยากรในท้องถิ่นจนบางครั้งทำให้ละเมิดทั้งในเรื่องสิ่งแวดล้อม สิทธิสัตว์ สิทธิของธรรมชาติ แต่ที่นี้ทุกคนอาศัยพึ่งพาธรรมชาติและเห็นคุณค่าของอาชีพที่บรรพบุรุษถ่ายทอดความรู้มาตั้งแต่อดีต ดังนั้นหากจะให้การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มีความยั่งยืนรวมทั้งธรรมชาติและวิถีชีวิตของคนในหมู่บ้านสามารถดำเนินชีวิตอย่างปกติ ทุกคนไม่ควรคิดถึงเงินก้อนใหญ่ที่ลงมากับการท่องเที่ยว แต่ให้คิดว่าหากมีการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เกิดขึ้นจริงถือเป็นผลพลอยได้จากการดำเนินวิถีชีวิตแบบนี้
ระหว่างเดินทางกลับหาดใหญ่ พี่เน่งน้อยได้ขับรถมอเตอร์ไซต์พ่วงข้างมาส่ง ระหว่างผ่านต้นตาลโตนด พี่เน่งน้อยบอกว่าใต้ต้นตาลโตนดมีเงินมากมาย หากเรานำสิ่งเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์อย่างรู้เท่าทัน ทำให้ฉันนึกถึงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในวันนี้ ที่ได้มีโอกาสได้เยี่ยมชมซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา การที่จะให้ซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้อยู่คู่กับคนคาบสมุทรสทิงพระ ดังนั้นชุมชนรอบลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาจะต้องมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายในการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เพื่อให้ลุ่มน้ำแห่งนี้เป็นซุปเปอร์มาเก็ตขนาดใหญ่ที่เป็นแหล่งอาหารให้กับคนในท้องถิ่นชั่วลูกชั่วหลานต่อไป
Relate topics
- อีกหนึ่งอุดมการณ์ สานความตั้งใจฟื้นฟูวิถีชาวนาไทยแห่งลุ่มน้ำคลองภูมี
- เครือข่ายสุขภาวะประกาศความพร้อมนำสงขลาสู่ความเป็นสงขลาพอเพียง
- การประชุมสงขลาพอเพียงครั้งที่ 42
- ภาพสถานที่จัดงาน "สงขลาสร้างสุข 53.
- ๓ ปี สถานีวิทยุพระพุทธศาสนาเพื่อชุมชน ใครได้อะไร? - เรื่องควรรู้ที่ควนรู
- เรื่องเล่าจากควนรู อ.รัตภูมิ จ.สงขลา - เหตุหลังน้ำท่วม
- เน้นพัฒนาหาดใหญ่ - สงขลาแบบ'ทวินซิตี้'
- เปิดคู่มือนำทางชีวิต สมัชชาสุขภาพแห่งชาติปี"49
- ไทย-ออสเตรเลียพัฒนาสารสนเทศฟื้นฟูทรัพยากรแนวชายฝั่งอันดามัน
- อย่าหลงเชื่อโฆษณาเก้าอี้ไฟฟ้ารักษาโรค
deedee (Not Member)
พูนทรัพย์ ศรีชู (Not Member)