สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

ประชุมคณะกรรมการ"บ้านหนังสือ"ครั้งที่2เป็นเรื่อง!!

by จรดล ใต้ดิน @28 พ.ค. 49 23:31 ( IP : 61...47 ) | Tags : อัลบั้มกิจกรรม

รายงานความเคลื่อนไหว กิจกรรมเรียนรู้ประเภทการ"สร้าง" ห้องสมุดสุขภาวะชุมชนหาดใหญ่
จากการประชุมคณะกรรมห้องสมุดกันในวันที่ 28 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้ลงมติกันว่ากิจกรรมที่จะจัดครั้งต่อไปคือ กิจกรรมเรียนรู้การปั้น"เซรามิค" ที่สวนธรรมสากล ซึ่งเป็น1ในกิจกรรมประเภทต่างๆ ได้แก่อ่าน-เขียน-ฟัง-สร้าง-แสดง-เล่น-สัญจรที่ห้องสมุดสุขภาวะ"บ้านหนังสือ"ชุมชนหาดใหญ่ ได้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นแนวทางการเรียนรู้เรื่องราวของคนในท้องถิ่น ผ่านกิจกรรมต่างๆที่สอดคล้องสัมพันธ์และสนุกสนานให้เป็น"แหล่งเรียนรู้ที่เคลื่อนไหวและมีชีวิตชีวา"
ก่อนทุกคนจะแยกย้ายกันกลับตามอัธยาศัย ก็ได้ฤกษ์งามยามดี เช้าวันที่ 24มิย.นี้ ไม่ช้าไม่เร็วไป ตรงกับวันเสาร์ วันเสาร์ที่ทุกวันนี้คนเมืองไม่รู้จะไปไหน เดินห้าง-เบื่อ เดินตลาด-ก็เบื่อ(เหมือนกัน) นอนดูทีวีที่บ้าน ยิ่งน่าเบื่อ ตกลงเราจะชวนเด็กๆไป..เดินเล่นกัน ไปแลเขาปั้น"เซรามิค"ด้วย บางทีตั้งแต่เกิดมาไม่เคยได้ยินคำว่า"บ้านดิน"แน่ะ วันนี้(วันนั้น)จะได้ไปเห็นกะตา ต่างหาก
ตามกำหนดการคร่าวๆที่ตกลงกัน เราจะพาเด็กเดินเลียบไปทางคลองร.1 แวะโรงงานหนมจีนเก่า(แม้แต่ผู้เขียนก็ไม่สารู้จักที) แบ่งกลุ่ม ถือธง เดินตามกันไปชมนกชมไม้ไปพลาง อยากรู้อะไรระหว่างนี้-ถามผู้นำชุมชน ถามเพื่อนข้างๆเอาก็ได้ คงรู้มั่งหรอก เวลาเข้าแถวในโรงเรียนห้ามคุย ที่นี่คุยได้ เจ้าประคู้น !! เช้าวันที่ 24 ฝนฟ้าอย่าตกเลย ไม่งั้นต้องนั่งรถกันไป-หมดหนุก
"ถ้ามีหรัยหนุกๆสักหีดก็ดี"พี่เริญว่า "อา..ให้เด็กได้ออกจากห้องแคบๆก่อน ได้สกครูกดินมั่งกะไม่พรื่อ ได้ลูบๆคลำๆดิน ปั้นดิน.."พี่ธัชกรว่าเสียงดังฟังชัด เสริม คุณเล็กและที่ประชุมเห็นด้วยว่าควรมีกิจกรรมที่จับต้องได้ ถ้าจัดอะไรที่มันลอยๆ เด็กรู้สึกเบื่อ ต่อไปก็ไม่อยาก แหลงให้เด็กฟังในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ 10 นาทีถ้าเอาอยู่ก็ถือว่าเก่ง แต่ละคนเสริมว่า"ควรจัดที่เป็นกิจกรรมชัดๆขึ้นก่อน" ก็เป็นอันว่ากิจกรรมแบบผู้เฒ่าเล่าเรื่องที่หมายว่าจะระดมสรรพปัญญาและข้อมูลท้องถิ่นให้เด็กๆฟังอย่างที่มีผู้เสนอมาตอนแรกก็เป็นอันตกเก้าอี้หงายเก๋งไปด้วย..เอกฉันท์ ด้วยประการฉะนี้(แห่ะๆ) "ลุงคนนึงอยู่ที่สวนธรรมสากล แกจะชอบร้องเพลงขับบทฯ" พี่จรรยาบอก "ให้แกเล่าอะไรๆให้เด็กฟังเสริมไปด้วย ก็ได้" พี่แมวเห็นด้วยกิจกรรมจะลดจะเพิ่มได้"อยู่ที่เราออกแบบเอาได้" โดยให้ข้อสังเกตว่าแต่ละกิจกรรมที่จัดมีความเหมาะสมกับความเป็นชุมชนแค่ไหน เช่นเซรามิคใช่ไหม เซรามิคเกลื่อน ถ้าไม่ใช่ คืออะไร บ้านดิน-น่าสนใจ ให้เด็กไปดูไปเหยียบดิน แต่ละชุมชน เด็กรู้อะไร มีอะไรดี กิจกรรมจะต่อยอดได้
สรุปว่าการประชุมคณะกรรมการห้องสมุดเพียงครั้งที่2ก็ได้มรรคผลถึง3 จะเรียกว่าเป็น"ทรีอินวัน"ได้ไหมก็ไม่ทราบ วัน-ได้สมาชิกใหม่ ที่จะมาเป็นคณะกรรมการห้องสมุดอีก5ท่าน เป็นผู้นำชุมชน3ท่านได้แก่พี่เจริญ ฟูพงศ์ศิริพันธ์ ผู้นำชุมชนหน้าวัดหาดใหญ่ใน พี่ธัชกร ศรีบุญแท้ ผู้นำชุมชนเทศา(เดิม)ตลาดพ่อพรหม และพี่แมว-ณัฑฐวรรณ อิสระทะ ชุมชนอบแป้ง กับตัวแทนเยาวชนอีก2ท่านคือน้องหญิง-ถนอมศรี แซ่วุ่น ตลาดหาดใหญ่ใน และจันทร์-จันทร์ฉาย คงพงษ์ ชุมชนการเคหะฯ ทู-ได้จัดกิจกรรมขึ้นด้วยมติเอกฉันท์ของที่ประชุม ซึ่งชุมชนมีส่วนร่วมอย่างครบถ้วนจริงๆเป็นครั้งแรก และ ทรี-ได้ผู้นำชุมชนและประสานเครือข่ายทั้งหมดที่มีอยู่ทุกชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ชุมชนเทศา(เดิม)ตลาดพ่อพรหม ,บางหัก,มงคลประชา หลังอำเภอ และริมควน ที่จะมาระดมทำ mapping หรือฐานข้อมูลท้องถิ่นอีกชั้นหนึ่ง
ประชุมคณะกรรมการห้องสมุดครั้งต่อไป บ่ายโมงวันที่11มิย. พี่เจริญจะรับประสานผู้นำชุมชนและเครือข่ายมาร่วมประชุมแนวทางและจัดกิจกรรม โดยให้ผู้นำชุมชนแต่ละแห่งชักชวนเด็กในชุมชนเข้าร่วมกิจกรรม "สักวันที่7ก็ได้" พี่เริญว่าหนังสือเชิญจะเอาไปให้วันไหนดี
"ให้ก่อนหลายวัน-เดี๋ยวลืมกันหล่าว" ฮา-หลายคนพยักหน้าหงึกๆ เราเห็นข้อเท็จจริงตั้งอยู่ตรงหน้าแล้ว

การประชุมดำเนินต่อ

พี่ธัชกร ช่วยเสนอกรอบให้กระชับเข้ามา ว่าโดยประเด็นแล้วมี คน -สิ่งของ -สถานที่ ระหว่างที่ประชุมกำลัง"คน"ประเด็นกันหารูปแบบและกิจกรรมกันอยู่ "ให้พิจารณาคน เป็นผู้เล่าเรื่อง ผู้เฒ่าหรือคนมีอายุ ภูมิปัญญา เล่าลำดับ เหตุการณ์ มีความเปลี่ยนแปลงอย่างไร ให้เป็นจุดเชื่อมระหว่างคนแก่ คนหนุ่มสาว ถ้าจะจัดผู้เฒ่าเล่าเรื่องก็อาจจะไปถ่ายสถานที่ต่างๆเป็นวีซีดีมาฉาย ให้มองเห็นมิติต่างๆ ไม่น่าเบื่อ หรือเรื่องบ้านดิน การปั้น กิจกรรมที่จัดผลประโยชน์ของชุมชนคืออะไร ผลประโยชน์ต่อโลก ทำให้โลกหมุนช้าลงสักนิด ให้เด็กได้ไปเหยียบดินเล่นบ้าง คุณค่าน่าจะมากกว่าไปดูตึกรามที่ใหญ่โตรโหฐาน" คนที่จะมาเล่าเรื่องก็ไม่ควรเป็นคนที่อยู่ไกลออกไป หรือเป็นการมองมาจากข้างนอก แต่ให้คนในชุมชนเขาบอกเล่า พี่ธัชกรปิดท้ายด้วยเสียงดังฟังชัด "หวางไปถึงสวนธรรม บ้านดิน ก็มีคนถามมั่งแหละว่าไปไหนกันนิ ถ้าเราพาเด็กเดินกันไป" อืม น่าสนใจๆๆ เด็กๆก็จะตอบพร้อมๆกันว่า "เดินแล่น-ไปแล-เขาปั้น"เซรามิค" แล้วก้า..บ้านดิน เท่ สวนธรรม นิ!"

"ทั้งคณะครูผู้ปกครองและเด็กๆเขาประทับใจมาก ในกิจกรรมค่ายเรียนรู้รักบ้านเกิด-ค้นหาขุมทรัพย์คลองอู่ตะเภาวันก่อน"โสรยาบอกถึงกิจกรรมนอกสถานที่ว่าถ้าจัดได้จริงๆทุกคนจะชอบมาก
วันนั้นพี่วรวิชช์ พาน้องท็อปลูกชายไปล่องคลองเห็นด้วย ให้ข้อสังเกตว่า..แต่เสียดายอย่างเดียวว่าเด็กๆที่ไปเรียนรู้ควรจะเป็นกลุ่มเด็กในชุมชน และเสริมว่าแต่ละกิจกรรมที่จัดควรมีครั้งที่1ที่2ที่3ต่อไป เป็นการเรียนรู้ต่อเนื่อง (น้องท็อปบอกชอบมากและจะไปแลเขาปั้นดินกับพ่ออีกแน่นอน)ทุกคนเห็นด้วย คณะทำงานห้องสมุด(ละล่ำละลัก)อธิบายข้อจำกัดและเงื่อนไขกับจังหวะของการจัดกิจกรรม ได้ข้อสรุปว่าอย่างน้อย ก็ได้เรียนรู้เรื่องชุมชน คนที่ไปก็อยู่ในหาดใหญ่ในด้วย และกิจกรรมก็ได้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ออกไปแล้ว

หากทว่าที่สำคัญ..นี่คือการเชื่อมร้อยประสานการเรียนรู้และจุดประกายความคิดที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมนำเรื่องราวและเนื้อหาสาระไปต่อยอดเพื่อพัฒนาเป็นโครงการหรือระดับหลักสูตรท้องถิ่นต่อไป เป็นขั้นแรกแล้ว

พี่ธัชกรให้ข้อสังเกตปิดท้ายว่า บ้านหนังสือควรจะเป็นโอกาสที่จะเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนที่ชัดเจน ณ วันนี้ยังเป็นแค่"เคหะสถาน"อยู่ ยังไม่เป็น"ที่สาธารณะ"พอ จะทำอย่างไร

จเรสรุปว่าห้องสมุดยังเป็นที่รู้จักของชุมชนน้อยอยู่ อาจเนื่องด้วยการจัดกิจกรรมน้อย หน้าตาและชื่อของห้องสมุดไม่สื่อถึงความเป็นชุมชน สมาชิกประจำก็อาจจะหายไปในช่วงเปิดเทอม จะมีแต่เด็กๆ ผู้ใหญ่ไม่ค่อยมี
พี่แมวบอกว่าเด็กๆเขาจะมาเป็นธรรมชาติของการเรียนรู้ในช่วงหนึ่งของเขา ส่วนผู้ใหญ่ก็อย่างที่รู้ๆที่ว่าอ่านหนังสือกันวันละกี่บรรทัด
จันทร์บอกว่าผู้นำชุมชนซึ่งเป็นกรรมการจะสื่อสารเรื่องราวลงไปสู่ชุมชน คนในชุมชนก็กระจายข่าว บอกเล่า แนะนำกันไป
น้องหญิงให้ข้อสังเกตเรื่องเวลาที่จัดกิจกรรม หลังออกความเห็นเรื่องการกำหนดกิจกรรมในครั้งต่อๆไป ..อา ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา "งานเลี้ยงเลิกราจำลาร้าง ไปตามเส้นทางเพื่อหวังพบกัน.."บทเพลงของมาลีฮวนน่าลอยลมมาแว่วๆ เราคุยกันนอกรอบต่อนิดหน่อยว่าจะมีร้านน้ำชาหัวเช้าหรือหัวค่ำเพื่อเป็นที่นัดพบปะพูดคุยกันสบายๆของคนในชุมชน"อย่าลืมว่าในร้านน้ำชามีทุกเรื่องเลยนะ"พี่ธัชกรให้ข้อสังเกตก่อนแต่ละคนจะทยอยกันแยกย้ายกลับ


หมายเหตุ
(1)ปฏิทินกิจกรรม และกำหนดการโดยคร่าวๆ

ผู้นำแต่ละชุมชน ซึ่งประสานโดยคณะกรรมการ เชื้อชวนเด็กๆและเยาวชนผู้สนใจชุมชนๆละ5-10คนเข้าร่วมกิจกรรมก่อนในเบื้องต้น คาดว่าประมาณ50คน ถ้ามีผู้สนใจอื่นๆสามารถแจ้งความจำนงได้ที่บ้านหนังสือ

วันที่ 24 มิย.48

8โมงเช้า - พบกันพร้อมเพรียงที่"บ้านหนังสือ"(ตรงข้ามวัดหาดใหญ่ใน)-ทุกคนรับประทานอาหารเช้ามาเรียบร้อยจากบ้าน 8โมงครึ่ง - ออกเดินทาง เลียบถนนไปทางคลองร.1 ผ่านโรงงานขนมจีน(เก่า) ระหว่างทางให้เด็กจัดกลุ่มถือป้ายหรือธงและมีผู้นำชุมชนนำขบวนออกเดินและบรรยายให้ความรู้ตามทางที่ผ่านไป 9โมงครึ่ง - ถึงสวนธรรมสากล ไปดูกิจกรรมการปั้น"เซรามิค"ถ้ามีเวลาหรือวัสดุอุปกรณ์พร้อมก็จะให้เด็กๆปั้น หรือให้เด็กที่สนใจจะมาเรียนรู้ลงชื่อไว้ก่อน 11โมง - ผู้เฒ่าร้องเพลงขับบทฯ และเล่าเรื่องราวต่างๆของเมืองหรือชุมชน โดยผู้นำชุมชนเข้าร่วม แบบง่ายๆกันเอง เที่ยงตรง - พามาดูบ้านดินหลังแรก(และเหลืออยู่หลังเดียว)ของหาดใหญ่ พร้อมรับประทานอาหารเที่ยงตามอัธยาศัย บ่ายโมง - เดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพฯ

(2) ในกิจกรรมครั้งนี้ จะแจกสมุดบันทึกให้เด็กๆบันทึกเรื่องราวหรือคำถามต่างๆไว้ และให้เด็กกลุ่มนี้ชักชวนเพื่อพ้องหรือมาเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องราวของท้องถิ่นชุมชนบ้านเกิดที่อาศัยของเขาเองในโอกาสต่อๆไป

(3) รายงานความเคลื่อนไหวของกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการนำเสนอแนวทดลองเพื่อให้ได้ทั้งเนื้อหาสาระและอรรถรสครบครัน แต่เนื่องจากผู้เขียนรายงานยังมีความละอ่อน(เฉกเช่นหน้าตาที่ดูอ่อน) จึงอาจไม่ได้ครบครันทุกอรรถาสตามต้องการ แต่วัตถุประสงค์จริงๆต้องการเชื้อชวนพี่น้องในชุมชนเข้าร่วมกิจกรรม หรือมาเยี่ยมเยียนรู้จักกับห้องสมุด"บ้านหนังสือ"เพื่อใช้เป็นสถานที่และแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องราวในท้องถิ่นและชุมชนเป็นสำคัญ

Relate topics

Comment #1
ดอกแก้วบ้านดิน (Not Member)
Posted @30 ก.ค. 49 01:10 ip : 58...176
Photo :  , 280x210 pixel 39,355 bytes

ดอกแก้วบ้านดิน  ศิลปะปฏิสัมพันธ์ในชุมชน

                เมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๔๙ ได้มีพิธีเปิด”แหล่งเรียน รู้บ้านดิน จังหวัดสระแก้ว” หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า ”ดอกแก้ว บ้านดิน“ โดยสนับสนุนร่วมกันระหว่างกองทุนเครือข่ายผู้สูง อายุดอกแก้ว  ศูนย์กศน.เมืองสระแก้ว และศูนย์ประสานงาน สุขภาพประชาชนจังหวัดสระแก้ว

                จากบริเวณพิธีสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือ “บ้านดิน” นี่เป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสสัมผัสกับสถาปัตยกรรมแบบทาง เลือกอย่าง บ้านดินด้วยประสบการณ์ตรง ในช่วงไม่กี่ปีสถาปัตยกรรม ทางเลือกแบบบ้านดิน ได้แพร่ขยายกระบวนคิดและรูปแบบไป สู่นักพัฒนาชุมชนเชิงยั่งยืน นักเคลื่อนไหวสังคมเชิงสันติ,ศิลปิน หรือแม้แต่เริ่มเห็นความหวังในการที่ผู้คนในชุมชนท้องถิ่น หันมาให้ความสนใจกับบ้านดินที่อิงแนบกับรากฐานอัน เข้มแข็งของ ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและโอนอ่อนเอื้อเฟื้อต่อชีวิตผู้อื่น

                แม้แหล่งการเรียนรู้บ้านดินจังหวัดสระแก้ว จะเป็นบ้าน ดินแบบประยุกต์กล่าวคือไม่ได้ถูกปลูกสร้างด้วยดินทั้งหลัง หากแต่ผสม ผสาน กับโครงสร้างจากวัสดุก่อสร้างที่แข็งแรงเพื่อ สะดวก ต่อการใช้เป็น อาคารสำนักงาน สิ่งสำคัญกลับอยู่ที่กระบวน การวิธีในการจัดการ บริหารแหล่งการเรียนรู้แห่งนี้  ให้มีส่วนร่วมของคนในชุมชน ได้ร่วมกัน ใช้ประโยชน์ระหว่างคนทำงานกับ ชุมชนการเป็นองค์กรที่มีคณะ ทำงานพร้อมที่จะให้ ความรู้ในด้านต่างๆ แก่คนในชุมชนและผู้มาเยือน

                สิ่งหนึ่งที่เป็นเครื่องช่วยยืนยัน ได้ถึงความเข้มแข็งของบ้าน ดินแห่งนี้คือ การร่วมกันจัดการแสดงโดยคณะละครหุ่นจากน้องๆ ลูกหลานของชุมชนที่ตั้งชื่อว่า ละครโรงเล็กจากพี่สู่น้อง ดูจะกลายเป็น เครื่องกระตุ้นในท่าทีที่ผ่อนคลายและสร้างรอยยิ้มให้แก่ผู้คนในชุมชน ทั้งเพื่อน พี่น้อง พ่อ แม่และผู้เฒ่าผู้แก่ในได้พอสมควร และปิดท้าย ด้วยการออกมาฟ้อนรำกันอย่างสนุกสนาน ของผู้สูงอายุในวันนั้น ทำให้เกิดข้อสังเกต ว่าบ้านดินนั้นแม้จะเป็นสถาปัตยกรรมเชิงทางเลือก แต่บ้านดินก็คือบ้านดินอาจเป็นเพียงแค่สิ่งก่อสร้างธรรมดา ที่ทำมาจาก ดินเท่านั้น เพราะหากผู้อยู่ไม่ได้ศึกษาถึงคุณค่าความอ่อนโยน หรือความ หมายในเชิงนัยยะของดินที่หล่อเลี้ยงชีวิต บ้านดินก็คงไม่ต่างอะไรกับ “ก้อนดินขนาดใหญ่” ที่มีช่องร่องรูให้เดินเข้าไปสูดหายใจ และอยู่อย่าง โดดเดี่ยว หรือเป็นที่เก็บข้าวของสัมภาระที่สร้างไว้เพื่อความโก้เก๋

                    แต่วันนี้แหล่งเรียนรู้บ้านดินจังหวัดสระแก้ว  ไม่ใช่รวมกัน เพื่อให้เกิดภาพลักษณ์เชิงปริมาณในห้วงเวลาเพียงฉาบฉวย แต่เป็นการ รวมคนเพื่อเป็นการเบิกเส้นทางเริ่มต้นของสังคมทาง เลือกที่มุ่งเน้น การรวมกันเพื่อสร้าง เพื่อเก็บ เพื่อพัฒนา เพื่อตรวจสอบและเพื่อ วิเคราะห์ วิจัย องค์ความรู้ สถานการณ์ปรากฎการณ์ทั้งในเชิงสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมือง ศิลปะหรือวิถีชีวิตท้องถิ่นให้แก่บุคคล ทุกๆกลุ่มในชุมชนอย่างเท่าเทียม และเป็นศิลปะที่มุ่งเน้นความต้องการ ต่อการสร้างปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน ตามกระบวนคิดของศิลปะปฏิสัมพันธ์ ที่อาจเป็นทางเลือกและเป็นแนวทางใน การลดช่องว่างระหว่างศิลปะ กับชุมชนให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น และมีความหมายมากไปกว่า หอศิลป์หรือ พิพิธภัณฑ์ที่มีกำแพงรั้วรอบขอบชิด บรรจุงานของศิลปินที่โด่งดัง เฉพาะบางพวกบางกลุ่ม..

                เนื้อหาข้างต้นต้องขอขอบคุณสิทธิเดช โรหิตะสุข  จากวารสาร มศว.ชุมชน ปีที่ ๓ ฉบับที่ ๒ มีนาคม-เมษายน ๒๕๔๙ ที่ได้กรุณามอง เล็กไปถึงจิตวิญญาณและศิลปะของชุมชน มากกว่าจะยึดติดว่าดิน แบบใดคือของแท้ แบบใดคือของปลอม เพราะย่อมมิใช่มุมมองเชิง ปัญญาแต่ประการใด

                  หากใครสนใจข้อมูล “แหล่งเรียนรู้บ้านดิน จังหวัดสระแก้ว” สอบถามรายละเอียดได้ที่ ๕๒๑/๓ ต.ท่าเกษม อ.เมือง จ.สระแก้ว โทรศัพท์ ๐๓๗-๕๑๕๐๓๔ หรือ  ติดตามจากwww.pernchunchon.com ค่ะ

Comment #2
วีรยุทธ (Not Member)
Posted @15 ส.ค. 49 11:06 ip : 58...82
Photo :  , 150x200 pixel 24,006 bytes

บ้านดิน

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว