สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

กิจกรรมเดินรณรงค์วันกรรมกรสากล อ. หาดใหญ่

by wanna @2 พ.ค. 49 17:12 ( IP : 58...251 ) | Tags : อัลบั้มกิจกรรม
photo  , 300x225 pixel , 49,720 bytes.

"วันกรรมกรสากล" หรือ "วันเมย์เดย์" (May Day) มีจุดกำเนิดมาจากการต่อสู้ของชนชั้นกรรมาชีพในยุโรปและอเมริกา ในยุคของ "การปฏิวัติอุตสาหกรรม" จากสังคมเกษตรไปสู่สังคมอุตสาหกรรมที่ส่งผลให้ผู้คนอพยพจากการผลิตภาคเกษตรกรรมไปเป็นแรงงานภาคอุตสาหกรรม ซึ่งผู้ใช้แรงงานต้องทุนกับการถูกกดขี่ขูดรีดจากนายทุนโรงงานอุตสาหกรรม เช่น ถูกบังคับให้ใช้แรงงานเยี่ยงทาส ต้องทำงานหนักถึงวันละ 14-16 ชั่วโมงโดยไม่มีวันหยุด รวมทั้งไม่มีสวัสดิการและมาตรฐานคุ้มครองความปลอดภัยในการทำงานจนทำให้มีการเคลื่อนไหวเพื่อต่อสู้การกดค่าจ้างแรงงานและให้ลดชั่วโมงการทำงานลง ซึ่งแนวความคิดนี้ได้ขยายไปหลายประเทศทั้งในยุโรป อเมริกา ละตินอเมริกา ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2429 คนงานแห่งเมืองชิคาโก ประเทศอเมริกา ได้นัดหยุดงานครั้งใหญ่และจัดการชุมนุมเดินขบวนเพื่อเรียกร้อง "ระบบสามแปด" คือ ทำงาน 8 ชั่วโมง พักผ่อน 8 ชั่วโมง และศึกษาหาความรู้ 8 ชั่วโมง การต่อสู้ครั้งนั้นอำนาจรัฐนายทุนได้ใช้กำลังเข้าปราบปรามอย่างรุนแรง แต่หลังจากนั้น สหพันธ์คนงานแห่งอเมริกาก็ได้ฟื้นการต่อสู้เรียกร้องระบบสามแปดอีกครั้งหนึ่ง โดยมีมติให้เดินขบวนทั่วประเทศในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2433 ขณะเดียวกันในช่วงนั้นก็เริ่มมีแนวคิดที่จะประกาศวันที่แน่นอนให้เป็นวันสามัคคีต่อสู้ของขบวนการกรรมกรทั่วโลก จนกระทั่ง พ.ศ. 2432 ที่ประชุมของสภาสังคมนิยมสากล ณ กรุงปารีส ฝรั่งเศส ได้มีมติให้วันที่ 1 พฤษภาคม 2433 เป็นวันเดินขบวนเรียกร้องให้ลดชั่วโมงทำงานตามที่สหพันธ์คนงานแห่งอเมริกาได้กำหนดไว้แล้ว


และให้วันที่ 1 พฤษภาคม ของทุกปี เป็น "วันกรรมกรสากล" และเป็นวันเดินขบวนแสดงพลังของชนชั้นกรรมาชีพทั่วโลก มติดังกล่าวได้รับการขานรับอย่างกว้างขวาง และการยืนหยัดต่อสู้ของคนงานชิคาโกและอื่นๆ ก็สามารถทำให้นายจ้างลดชั่วโมงการทำงานลงเหลือ 8 ชั่วโมงในทุกๆ แห่ง ดังนั้น จึงถือว่า 1 พฤษภาคม "วันกรรมกรสากล" เป็นสัญลักษณ์แห่งการสามัคคีต่อสู้เพื่อปลดปล่อยชนชั้นกรรมกร ซึ่งกรรมกรทั่วโลกจะจัดให้มีการชุมนุมเดินขบวน เพื่อสร้างวัฒนธรรมการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยจากการกดขี่ขูดรีดของระบบทุนนิยม(ที่มา www.thai labour canpaign)

ในวันนี้ก็เช่นกัน 1 พฤษภาคม 2549 เวลา 16.00 น. ในพื้นที่ อ. หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้มีกิจกรรมเดินรณรงค์และรถแห่กระจายเสียงให้ความรู้วันกรรมกรสากล พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐเลิกขายรัฐวิสาหกิจ ต่อต้านระบบทุนนิยม ในการเดินรณรงค์ครั้งนี้มีสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ สาขาสงขลา และเครือข่ายแรงงานนอกระบบ (โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและอาชีพแรงงานนอกระบบภาคใต้) มาร่วมเดินขบวน โดยมีจุดเริ่มต้นจากสถานีรถไฟหาดใหญ่ เรื่อยไปตามถนนนิพันธ์อุทิศ 2 และ 3 ตลาดกิมหยง ซึ่งเป็นที่สนใจของประชาชนทั่วไป

นางสุพร น้อยสำลี เครือข่ายแรงงานนอกระบบภาคใต้ ได้กล่าวว่า ต้องการให้หน่วยงานภาครัฐให้ความสำคัญกับแรงงานที่ทำการผลิตอยู่ในชุมชนหรือที่บ้าน ซึ่งแรงงานเหล่านี้มีรายได้น้อย และไม่มีความปลอดภัยในการทำงาน ไม่มีสวัสดิการส่งเสริมด้านต่างๆ จึงต้องการให้หน่วยงานภาครัฐเข้าส่งเสริมสวัสดิการด้านคุณภาพชีวิตมากที่สุด โดยให้สามารถมีบัตรประกันสังคม ไว้ตรวจสุขภาพร่างกายตามความเสี่ยงของอาชีพ ปีละ 1 ครั้ง เหมือนอย่างที่ตัวเองต้องการตรวจสุขภาพปอด ซึ่งอาชีพทอผ้าและเย็บผ้ามีความเสี่ยง คือโรคฝุ่นฝ้าย นอกจากนี้ต้องการให้มีการส่งเสริมด้านทักษะฝีมือ ความรู้ในเรื่องลายผ้า ซึ่งที่ผ่านมาในการพัฒนาลายผ้าจะต้องจ้างนักวิชาการมาให้ความรู้ในเรื่องลายผ้า ซึ่งเป็นค่าจ้างที่สูง รวมทั้งด้านการตลาดที่แรงงานนอกระบบต้องเผชิญ คือ ระบบตลาดที่ไม่แน่นอน แม้จะมีโครงการของรัฐที่ส่งเสริมให้สินค้าในชุมชนมีการพัฒนาเป็นสินค้า OTOP แต่แรงงานนอกระบบก็ต้องยอมรับการคัดสรรสินค้าทั้งในระดับอำเภอ จังหวัด และระดับประเทศ ซึ่งเป็นขบวนการที่ทำให้การผลิตสินค้าในชุมชนไม่สามารถเข้าสู่การคัดสรรได้ทั้งหมด
อาชีพของแรงงานนอกระบบส่วนใหญ่มีรายได้น้อย  ทำงานหนักวันละหลายชั่วโมง จึงส่งผลให้สุขภาพแย่ เพราะต้องนั่งเย็บผ้า  ทอผ้า  เป็นเวลานานๆ ทนกับฝุ่นผ้า การเพ่งสายตา บางครั้งรายได้น้อย ทำให้คาดว่าในอนาคตแรงงานในชุมชนซึ่งเป็นแรงงานนอกระบบ จะมีการหลั่งไหลแรงงานไปสู่โรงงานอุตสาหกรรม ที่แรงงานเชื่อว่า มีการคุ้มครองด้านแรงงาน มีสวัสดิการต่างๆ ซึ่งตนเองเชื่อว่าในอนาคตสินค้าด้านภูมิปัญญาบางอย่างในชุมชนคงหายไปจากสังคมไทย

สำหรับในการเดินรณรงค์ครั้งนี้ เพื่อต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หันมาสนใจคุณภาพชีวิตของแรงงานนอกระบบซึ่งส่วนใหญ่ คือผู้ผลิตสินค้าเพื่อผู้บริโภคทั้งหลาย

หมายเหตุ แรงงานนอกระบบ คือ คนที่ทำงานนอกโรงงานอุตสาหกรรม และไม่ได้รับการคุ้มครองด้านกฎหมายในฐานะลูกจ้าง ส่งผลให้ค่าจ้างต่ำไม่มีความปลอดภัยในการทำงาน ขาดอำนาจการต่อรอง ไม่ได้รับโอกาสในการพัฒนาฝีมือแรงงาน

Relate topics

Comment #1
Posted @2 พ.ค. 49 17:22 ip : 58...251

ภาพสวยคะ  อยากให้ทุกคนหันมาใส่ใจคุณภาพชีวิตทุกคนไม่ว่าจะเป็นแรงงานในระบบหรือนอกระบบ  โดยเฉพาะนโยบายของรัฐ

Comment #2
คนดี (Not Member)
Posted @2 พ.ค. 49 19:04 ip : 125...171

ขอชื่นชมบทความที่เขียนเป็นบทความที่ดีมาก ๆๆๆ    และที่สำคัญกว่าบทความที่เขียนคือการยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบ และแรงงานในระบบให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  เพิ่มค่าแรงด้วย  อิ  อิ  อิ

Comment #3
เด็กเทพา (Not Member)
Posted @25 พ.ค. 49 22:05 ip : 61...69

ระบบ"สามแปด"นั้นเอาเข้าจริงก็เป็นเพียงแผนในกระดาษ
โดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน ไม่ว่างานบริษัทหรืองานโรงงาน งานนอกระบบ
ทำงานกันเกินวันละ8ชั่วโมงทั้งนั้น
เมื่อก่อนอาจมีงาน"ราชการ"ที่มา9โมงเซ็น8โมง 4โมงเคลียร์โต๊ะ4โมงครึ่ง เตรียมกระเป๋า ผัดแป้งแต่งหน้า (แห่ะๆ แซวๆ) เดี๋ยวนี้ข้าราชการอาจเข้มขึ้น แต่ราชการเองก็งานล้น
ต้องทำงานล่วงเวลา ไม่ต่างจากงานบริษัทและงานโรงงาน

งานโรงงานนั้นว่าไปแล้วคือตัวสำคัญเลยที่มีระบบล่วงเวลา แปลง่ายๆว่าพนักงานทำงานไม่พอกิน ก็ว่าได้กับค่าแรงขั้นต่ำ คนนึงได้เงินเดือนๆละ4-5000 ต้องทำงานเดือนนึงให้ได้6-7000
แสดงว่าเขาต้องต้องการและจำเป็นต้องใช้เงินถึง6-7000สำหรับค่าครองชีพของเขา "ค่าครองชีพ"หมายถึงการออมด้วยนะครับ แต่เขาต้องทำงานวันละเกิน8ชั่วโมงไปอย่างมาก แย่งเวลาพักเวลาผ่อนของเขาไป ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะไปคิดไปทำอะไรหรอกครับ รุ่งเช้าก็ต้องรีบมาตอกบัตรเข้ากะให้ทัน ประทานโทษ..งานที่ทำก็ไม่ได้ต่างจาก"เครื่องจักร"เท่าไหร่ เพียงแต่ทำแทนเครื่องจักรทำไม่ได้เท่านั้นนะครับ นี่ผู้เขียนไม่ได้หมายถึงดูแคลนงานที่พนักงานทำ แต่ผู้เขียนคิดว่า งานลักษณะเดียวกันที่เขาทำนช่วงล่วงเวลานั้นก็ไม่ได้ต่างจากงานในเวลา แปลว่าอะไร แปลว่า โรงงานซึ่งกล้าจ่ายในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งๆที่ประสิทธิภาพของคนก็น่าจะลดลง(เพราะเหนื่อยและล้า) กำไรเขาต้องเหลือเฟือจาก การผลิตเหล่านั้น หรือพูดอีกอย่างผลผลิตนั้นต้องทำกำไรให้เขาอย่างสำคัญทีเดียว แต่ประสิทธิภาพของคนต้องลดลง ต้องทำงานมาก(กว่า8ชั่วโมง)อย่างไม่พอกินอยู่นั่นเอง
และเขาก็กดค่าแรงไว้ แปลว่า..ค่าแรงขั้นต่ำนั้น ถูก ไม่พอกินครับ สำหรับบ้านเรา
และต้องยกเลิกระบบงาน"ล่วงเวลา" ใช่ ยกเลิกระบบงานล่วงเวลา และต้อง"เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ"

ไม่เช่นนั้นระบบ"สามแปด"ก็ไม่มีความหมายอะไร
และคนก็ถูก"ขูดรีด"อยู่วันยังค่ำกับการทำงานนี่เอง เพราะการที่เราต้องทำงานล่วงเวลานี่แสดงว่าทำให้โรงงานรวย
แต่คนทำไม่พอกินครับ

ระบบ"สามแปด"เอาเข้าจริงก็เป็นเพียงแผนในกระดาษครับ..ทำให้รวยกระจุก และจนกระจาย ไร้หนทาง(ถูกขังคอกพันธนา..)ไปอีกยาวนาน จนกว่า ใช่ จนกว่า..

Comment #4
ทำไมต้องประทวง (Not Member)
Posted @23 ก.พ. 50 11:34 ip : 61...30

/|อย่าทำอย่างนี้ซิคั........................................................................................................................................................................................................

Comment #5
Nan (Not Member)
Posted @7 พ.ค. 51 11:26 ip : 58...62
Photo :  , 400x306 pixel 25,961 bytes

เห็นด้วยบางส่วนกับความคิดเห็นที่ 3  กับคำว่า ระบบสามแปด ที่ใช้ไม่ได้จริง ในองค์กรจ้างงาน ในกระบวนการผลิต
ในกระบวนการจ้างงาน  เชื่อว่าคนที่เป็นนายจ้างก็มักเห็นลูกจ้างหรือคนงานเป็นเครื่องจักร มองผ่านคุณค่าความเป็นมนุษย์
ให้ความสำคัญกับผลกำไรมากเกินไป

การทำงานล่วงเวลา  มันมีผลต่อการทำงานในวันรุ่งขึ้นที่ทำให้ประสิทธิภาพลดต่ำลงและต่ำลงเรื่อยๆๆ

บางครั้งผลกำไรบริษัท ก็ควรปันกลับคืนมาสู่พี่น้องผู้ใช้แรงงานแลกเงิน ทั้งนี้เพื่อขวัญและกำลังใจ เพื่อให้เขารู้สึกภาคภูมิใจในการทำงาน การใช้ทั้งแรงงาน และความคิดของเขาทุกวินาที

เงินไม่ใช่ทุกอย่าง แต่เงินก็เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมทุนนิยมทุกวันนี้

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว