"วันกรรมกรสากล" หรือ "วันเมย์เดย์" (May Day) มีจุดกำเนิดมาจากการต่อสู้ของชนชั้นกรรมาชีพในยุโรปและอเมริกา ในยุคของ "การปฏิวัติอุตสาหกรรม" จากสังคมเกษตรไปสู่สังคมอุตสาหกรรมที่ส่งผลให้ผู้คนอพยพจากการผลิตภาคเกษตรกรรมไปเป็นแรงงานภาคอุตสาหกรรม ซึ่งผู้ใช้แรงงานต้องทุนกับการถูกกดขี่ขูดรีดจากนายทุนโรงงานอุตสาหกรรม เช่น ถูกบังคับให้ใช้แรงงานเยี่ยงทาส ต้องทำงานหนักถึงวันละ 14-16 ชั่วโมงโดยไม่มีวันหยุด รวมทั้งไม่มีสวัสดิการและมาตรฐานคุ้มครองความปลอดภัยในการทำงานจนทำให้มีการเคลื่อนไหวเพื่อต่อสู้การกดค่าจ้างแรงงานและให้ลดชั่วโมงการทำงานลง ซึ่งแนวความคิดนี้ได้ขยายไปหลายประเทศทั้งในยุโรป อเมริกา ละตินอเมริกา ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2429 คนงานแห่งเมืองชิคาโก ประเทศอเมริกา ได้นัดหยุดงานครั้งใหญ่และจัดการชุมนุมเดินขบวนเพื่อเรียกร้อง "ระบบสามแปด" คือ ทำงาน 8 ชั่วโมง พักผ่อน 8 ชั่วโมง และศึกษาหาความรู้ 8 ชั่วโมง การต่อสู้ครั้งนั้นอำนาจรัฐนายทุนได้ใช้กำลังเข้าปราบปรามอย่างรุนแรง แต่หลังจากนั้น สหพันธ์คนงานแห่งอเมริกาก็ได้ฟื้นการต่อสู้เรียกร้องระบบสามแปดอีกครั้งหนึ่ง โดยมีมติให้เดินขบวนทั่วประเทศในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2433 ขณะเดียวกันในช่วงนั้นก็เริ่มมีแนวคิดที่จะประกาศวันที่แน่นอนให้เป็นวันสามัคคีต่อสู้ของขบวนการกรรมกรทั่วโลก จนกระทั่ง พ.ศ. 2432 ที่ประชุมของสภาสังคมนิยมสากล ณ กรุงปารีส ฝรั่งเศส ได้มีมติให้วันที่ 1 พฤษภาคม 2433 เป็นวันเดินขบวนเรียกร้องให้ลดชั่วโมงทำงานตามที่สหพันธ์คนงานแห่งอเมริกาได้กำหนดไว้แล้ว
และให้วันที่ 1 พฤษภาคม ของทุกปี เป็น "วันกรรมกรสากล" และเป็นวันเดินขบวนแสดงพลังของชนชั้นกรรมาชีพทั่วโลก มติดังกล่าวได้รับการขานรับอย่างกว้างขวาง และการยืนหยัดต่อสู้ของคนงานชิคาโกและอื่นๆ ก็สามารถทำให้นายจ้างลดชั่วโมงการทำงานลงเหลือ 8 ชั่วโมงในทุกๆ แห่ง ดังนั้น จึงถือว่า 1 พฤษภาคม "วันกรรมกรสากล" เป็นสัญลักษณ์แห่งการสามัคคีต่อสู้เพื่อปลดปล่อยชนชั้นกรรมกร ซึ่งกรรมกรทั่วโลกจะจัดให้มีการชุมนุมเดินขบวน เพื่อสร้างวัฒนธรรมการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยจากการกดขี่ขูดรีดของระบบทุนนิยม(ที่มา www.thai labour canpaign)
ในวันนี้ก็เช่นกัน 1 พฤษภาคม 2549 เวลา 16.00 น. ในพื้นที่ อ. หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้มีกิจกรรมเดินรณรงค์และรถแห่กระจายเสียงให้ความรู้วันกรรมกรสากล พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐเลิกขายรัฐวิสาหกิจ ต่อต้านระบบทุนนิยม ในการเดินรณรงค์ครั้งนี้มีสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ สาขาสงขลา และเครือข่ายแรงงานนอกระบบ (โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและอาชีพแรงงานนอกระบบภาคใต้) มาร่วมเดินขบวน โดยมีจุดเริ่มต้นจากสถานีรถไฟหาดใหญ่ เรื่อยไปตามถนนนิพันธ์อุทิศ 2 และ 3 ตลาดกิมหยง ซึ่งเป็นที่สนใจของประชาชนทั่วไป
นางสุพร น้อยสำลี เครือข่ายแรงงานนอกระบบภาคใต้ ได้กล่าวว่า ต้องการให้หน่วยงานภาครัฐให้ความสำคัญกับแรงงานที่ทำการผลิตอยู่ในชุมชนหรือที่บ้าน ซึ่งแรงงานเหล่านี้มีรายได้น้อย และไม่มีความปลอดภัยในการทำงาน ไม่มีสวัสดิการส่งเสริมด้านต่างๆ จึงต้องการให้หน่วยงานภาครัฐเข้าส่งเสริมสวัสดิการด้านคุณภาพชีวิตมากที่สุด โดยให้สามารถมีบัตรประกันสังคม ไว้ตรวจสุขภาพร่างกายตามความเสี่ยงของอาชีพ ปีละ 1 ครั้ง เหมือนอย่างที่ตัวเองต้องการตรวจสุขภาพปอด ซึ่งอาชีพทอผ้าและเย็บผ้ามีความเสี่ยง คือโรคฝุ่นฝ้าย นอกจากนี้ต้องการให้มีการส่งเสริมด้านทักษะฝีมือ ความรู้ในเรื่องลายผ้า ซึ่งที่ผ่านมาในการพัฒนาลายผ้าจะต้องจ้างนักวิชาการมาให้ความรู้ในเรื่องลายผ้า ซึ่งเป็นค่าจ้างที่สูง รวมทั้งด้านการตลาดที่แรงงานนอกระบบต้องเผชิญ คือ ระบบตลาดที่ไม่แน่นอน แม้จะมีโครงการของรัฐที่ส่งเสริมให้สินค้าในชุมชนมีการพัฒนาเป็นสินค้า OTOP แต่แรงงานนอกระบบก็ต้องยอมรับการคัดสรรสินค้าทั้งในระดับอำเภอ จังหวัด และระดับประเทศ ซึ่งเป็นขบวนการที่ทำให้การผลิตสินค้าในชุมชนไม่สามารถเข้าสู่การคัดสรรได้ทั้งหมด
อาชีพของแรงงานนอกระบบส่วนใหญ่มีรายได้น้อย ทำงานหนักวันละหลายชั่วโมง จึงส่งผลให้สุขภาพแย่ เพราะต้องนั่งเย็บผ้า ทอผ้า เป็นเวลานานๆ ทนกับฝุ่นผ้า การเพ่งสายตา บางครั้งรายได้น้อย ทำให้คาดว่าในอนาคตแรงงานในชุมชนซึ่งเป็นแรงงานนอกระบบ จะมีการหลั่งไหลแรงงานไปสู่โรงงานอุตสาหกรรม ที่แรงงานเชื่อว่า มีการคุ้มครองด้านแรงงาน มีสวัสดิการต่างๆ ซึ่งตนเองเชื่อว่าในอนาคตสินค้าด้านภูมิปัญญาบางอย่างในชุมชนคงหายไปจากสังคมไทย
สำหรับในการเดินรณรงค์ครั้งนี้ เพื่อต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หันมาสนใจคุณภาพชีวิตของแรงงานนอกระบบซึ่งส่วนใหญ่ คือผู้ผลิตสินค้าเพื่อผู้บริโภคทั้งหลาย
หมายเหตุ แรงงานนอกระบบ คือ คนที่ทำงานนอกโรงงานอุตสาหกรรม และไม่ได้รับการคุ้มครองด้านกฎหมายในฐานะลูกจ้าง ส่งผลให้ค่าจ้างต่ำไม่มีความปลอดภัยในการทำงาน ขาดอำนาจการต่อรอง ไม่ได้รับโอกาสในการพัฒนาฝีมือแรงงาน
Relate topics
- อีกหนึ่งอุดมการณ์ สานความตั้งใจฟื้นฟูวิถีชาวนาไทยแห่งลุ่มน้ำคลองภูมี
- เครือข่ายสุขภาวะประกาศความพร้อมนำสงขลาสู่ความเป็นสงขลาพอเพียง
- การประชุมสงขลาพอเพียงครั้งที่ 42
- ภาพสถานที่จัดงาน "สงขลาสร้างสุข 53.
- ๓ ปี สถานีวิทยุพระพุทธศาสนาเพื่อชุมชน ใครได้อะไร? - เรื่องควรรู้ที่ควนรู
- เรื่องเล่าจากควนรู อ.รัตภูมิ จ.สงขลา - เหตุหลังน้ำท่วม
- เน้นพัฒนาหาดใหญ่ - สงขลาแบบ'ทวินซิตี้'
- เปิดคู่มือนำทางชีวิต สมัชชาสุขภาพแห่งชาติปี"49
- ไทย-ออสเตรเลียพัฒนาสารสนเทศฟื้นฟูทรัพยากรแนวชายฝั่งอันดามัน
- อย่าหลงเชื่อโฆษณาเก้าอี้ไฟฟ้ารักษาโรค
nena
คนดี (Not Member)
เด็กเทพา (Not Member)
ทำไมต้องประทวง (Not Member)
Nan (Not Member)