“ลูกวิชาญ ลูกป้าไปรักษา เค้าไม่รับ ต้องก้มลงกราบหมอ เค้าบอกว่า เตียง โรงพยาบาลมันเต็ม”
เสียงของป้ายม กำลังพูดคุยผ่านรายการพิราบคาบข่าวด้วยภาษาถิ่นที่คุ้นเคยคนฟัง เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ขณะที่กำลังจะเข้าสู่เทศกาลปีใหม่ ช่วงที่หลายครอบครัวรอคอยการเดินทางมาถึงของวันแห่งความสุขที่สำคัญสุดในรอบปี แต่สำหรับป้ายมที่โทรศัพท์เข้ามาร่วมพูดคุยปัญหาลูกชายของป้าและครอบครัวที่กำลังลำบาก ผ่านรายการพิราบคาบข่าว ดำเนินคุณวิชาญ ชูใจ สื่อมวลชลน้ำดีอีกคนหนึ่งของภาคใต้ ของวันที่ 28 ธันวาคม เล่าเรื่องราวที่แสนจะชอกช้ำที่ป้าแบกรับภาระมาโดยตลอดเวลา 1 ปี เรื่องของป้าพลั่งพลูมาจากปากอันสั่นเครือว่า “ลูกชายของป้ายมป่วยเป็นไข้เลือดออก ถูกส่งตัวมาจากศุภสารโพลี คลินิก เพื่อมารักษาตัวต่อที่ รพ.มอ. กลับได้รับการปฏิเสธการรักษา บอกคนไข้ว่า เตียงเต็ม ต้องไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลเอกชน เสียเงินไป 70,000 บาท ต้องหยิบยืมเพื่อนบ้าน กลายเป็นลูกหนี้นอกระบบเสียดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 10 ต่อเดือน” อยากให้โรงพยาบาล มอ.ชี้แจง ภายในหลังสิ้นสุดการสนทนาของสายป้ายม ก็พบว่า มีผู้ฟังจากทางบ้านโทรศัพท์มาเล่าให้ฟังถึง ความทุกข์และไม่เข้าใจถึงระบบการรับบริการ ที่ตนเองประสบมา สทท.11 สงขลา บอกว่า สายแทบไหม้เลย
หลังจากวันที่สัมภาษณ์ติดตามและเฝ้าดูการจะออกมาแก้ปัญหาของ มอ.มาหลายวันแล้ว แต่ก็ค่อนข้างแปลกใจถึงบทบาทท่าทีของโรงพยาบาลแห่งนี้ที่เป็นโรงเรียนแพทย์ระดับแนวหน้าของประเทศ เพราะภายหลัง ผอ.โรงพยาบาลก็ปฏิเสธการเข้าร่วมสนทนาออกรายการพิราบคาบข่าว โดยบอกเหตุผลว่าติดรักษาคนไข้ด่วน จนเกิดความคลางแคลงใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น
ต้องขอชื่นชมบทบาทและอำนาจของสื่อมวลชน อย่างรายการพิราบคาบข่าว และมอ.หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาล เองคงต้องเปิดใจกว้างยอมรับในหน้าที่การทำงานของสื่อ ไม่โกรธหรือมองว่าสื่อไม่เป็นกลาง ควรยินดีที่มีช่องทางสำหรับการเป็นกระจกสะท้อนข้อเท็จจริง เพื่อนำข้อมูลมาสะท้อนแก่ มอ.หรือหน่วยงานอื่นได้รับทราบปัญหาที่เกิดขึ้น
หากจะถามว่า กรณีป้ายม สอนอะไรคนดูบ้าง
ความไม่เท่าเทียมของการเข้าถึงการรักษาพยาบาลมีจริงในสังคมไทยและมีมานานแล้ว แม้หลายคนบอกว่า จะมีระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือ 30 บาทรักษาทุกโรคแล้ว เพื่อแก้ปัญหาการเข้าถึงการรักษาของโรงพยาบาล แต่ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจน คนรวยก็ยังมีอยู่ เห็นได้เวลาเป็นไข้ไม่สบายหลายคนก็ยังไม่เลือกใช้บริการของรัฐหรือหลายคนมีความเข้าใจว่า การรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลเอกชนจะดีกว่าโรงพยาบาลของรัฐที่สำคัญประชาชนก็ยังกังขาหรือไม่แน่ใจถึง เรื่องคุณภาพของการรักษาพยาบาล
ความไม่แน่ใจในคุณภาพของโรงพยาบาล ส่งผลให้คนไข้จำนวนมากมักหลั่งไหลหรือพยายามไปรักษาที่ โรงพยาบาลที่มีความซับซ้อนของเทคโนโลยีหรือโรงเรียนแพทย์ เช่น มอ.แน่นอนหรือโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป ส่งผลให้ความเข้มงวดหรือคุณภาพในการรักษาพยาบาลลดน้อยลงจากจำนวนคนไข้ที่กำลังรออยู่หน้าห้อง การหลีกเลี่ยงความผิดพลาดไม่ให้เกิด คงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก
ข้อเท็จจริงที่หลายคนไม่รู้ เรื่องการรักษาพยาบาลนั้นที่พบว่า การรักษาโรคควรไปตามระบบสาธารณสุขที่วางระบบไว้ เช่น หากเจ็บป่วยเล็กน้อยก็ไปหมอที่สถานีอนามัย หรือโรงพยาบาลชุมชนในพื้นที่ หากไม่ดีขึ้นก็ไป โรงพยาบาลสงขลา หรือหาดใหญ่ ตามความหนักเบา โรงพยาบาลก็จะมีระบบส่งต่อเพื่อการรักษาคนไข้ในระดับชุมชนสู่โรงพยาบาลทั่วไปและโรงพยาบาลศูนย์
ตามหลักการของโครงการ 30 บาทหรือ โครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ นั้น ทุกคนที่ใช้สิทธิบัตรทองจะมีสถานพยาบาลเป็นหน่วยสำหรับรับผิดชอบด้านการรักษาพยาบาล หรือส่งเสริมสุขภาพ ตามภูมิลำเนาที่ตนเองอยู่
ปัญหาความเสียหายทางการแพทย์หรือความรู้สึกกังขาถึงปัญหาที่มันเกิดขึ้นกับตัวคนไข้มีมาก หากจะฟังจากเสียงของคนฟังที่พยายามโทรศัพท์เข้าในรายการหรือหลังรายการ แสดงว่า ปัญหาที่มีคล้ายกับขยะกองโตที่ซ่อนอยู่ใต้พรม และคงไม่ใช่เฉพาะที่เกิดกับ มอ.เท่านั้น แต่มีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นเกือบกับทุกโรงพยาบาล
ปัญหาความเสียหายทางการแพทย์ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งระหว่างคนไข้กับหมอตามมาแน่นอน ความสมานฉันท์ที่แพทย์เคยมีกับคนไข้ย่อมลดลง ทั้งนี้ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า การรักษาความเจ็บป่วยเป็นสินค้าทางพานิชย์เรียบร้อยไปเสียแล้ว
ความผิดพลาดทางการแพทย์ สามารถเกิดความผิดพลาดได้เสมอไม่มากก็น้อย สาเหตุทั้งที่จาก ความไม่ตั้งใจประมาทเลินเล่อของบุคลากร แต่เมื่อเกิดปัญหาแล้ว ต้องมีระบบแก้ปัญหาจัดการเพื่อให้เกิดความสมานฉันท์ ที่ผ่านมากฎหมายความรับผิดเนื่องจากความละเมิดของบุคลากรทางการแพทย์ จะกำหนดให้มีการชดเชยเงินแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหาย แต่พบว่า ขั้นตอนการพิสูจน์ก็แสนจะยุ่งยาก ลำบากแสนสาหัสเกิดขึ้นกับคนไข้จะใช้สิทธิตนเองผ่านช่องทางที่ถูกกำหนดขึ้น
แนวทางที่สงขลาควรคิดพิจารณาเพื่อการแก้ปัญหาความผิดพลาดทางการแพทย์กรณี ป้ายม คนทำเคย คือ
มอ. คู่กรณีคงไม่สามารถปฏิเสธการชี้แจง ต้องยืดอกออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงกับผู้ชมทางบ้าน มั่นใจว่าด้วยบารมีหรือความดีที่ มอ.สร้างชื่อมานานกับคนภาคใต้ ทุกคนก็ยังคงเชื่อมั่นและให้เกียรติ มอ.เสมอ การออกมาชี้แจงช้าหรือไม่มาชี้แจง ส่งแค่กระดาษ คงไม่สามารถตอบปัญหาข้อกังขาใจของป้ายมหรือคนไข้ท่านอื่นได้ และควรถือวิกฤตครั้งนี้ให้เป็นโอกาสในการแก้ไขปัญหาเชิงรุกแก่คนไข้
สวรส. มอ. (สถาบันการจัดการระบบสุขภาพภาคใต้) ขณะนี้เรามีแผนงานคุ้มครองผู้บริโภค เรากำลังจะสร้างกลไก ที่มีลักษณะเป็นองค์กรอิสระเพื่อแก้ปัญหาแก่ผู้เสียหายทางการแพทย์ ที่มีการทำงานที่เน้นการสร้างความสมานฉันท์ระหว่างแพทย์-คนไข้
หน่วยงานที่ทำหน้าที่พัฒนาเรื่องคุณภาพของโรงพยาบาล อย่าง สปสช.ต้องออกมาเร่งทำความเข้าใจถึงการเข้าใช้บริการที่ต้องให้ถูกทาง เร่งพัฒนาคุณภาพของสถานพยาบาล เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น
แพทย์และโรงเรียนแพทย์ ทำอย่างไรให้แพทย์เป็นแพทย์ที่มีจิตใจ เน้นประโยชน์ของคนไข้ไม่มีประโยชน์ทับซ้อน มีทักษะสื่อสารที่ดีระหว่างคนไข้กับหมอ
โจทย์เหล่านี้ที่นำเสนอ คงเป็นความรู้สึกที่ผสมปนเปกันไปในฐานะบุคลากรทางการแพทย์และคนที่ทำงานในภาควิชาการ...ไม่เชื่อลองพิจารณาแล...เถอะ
เท่ง ณ สทิงพระ
18/1/53
Relate topics
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 82: เภสัชวิทยาแห่งดอกดิจิทัลลิส
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 81: ประปาดื่มได้
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 80 : วัวนมกับเกษตรวิถีแห่งโลกตะวันตก
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 79: ทุ่ง rapeseed กับคุณลุงชไมเซอร์
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 78: บรัสเซลส์ เมืองหลวงแห่งยุโรป
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 77 : ประท้วง สิทธิในการแสดงออกที่ต้องขออนุญาต
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 76 : แต่ระบบสวัสดิการสังคมในยุโรปกำลังสั่นคลอน
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 75 : ย่านโคมแดง แข่งแสงจันทร์
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 74 : เวลา นาฬิกา และชีวิตที่ต้องเดินเร็ว
- เรื่องเล่าจากเบลเยียม 73: หลังคาพลังแสงอาทิตย์
ken (Not Member)