สงขลาสร้างสุข : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

สาระน่ารู้

จังหวะดนตรี คลื่นความถี่พิชิตโรค

by กรงข้าคือฟ้ากว้าง @September,17 2008 13.45 ( IP : 222...81 ) | Tags : สาระน่ารู้

จังหวะดนตรี คลื่นความถี่พิชิตโรค

      ใคร ๆ ก็เครียด ยิ่งสถานการณ์ในสังคมไทยในภาวะช่วงนี้ ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง อาการเครียดจึงเป็นปัญหาโรคภัยชนิดหนึ่ง ที่กำลังสร้างปัญหาให้คนไทยจำนวนมาก หากแต่ความเครียดนี้แก้ไขได้ไม่ยาก และไม่ต้องยาเคมี ด้วยวิธีการใช้พลังของดนตรีบำบัด ศาสตร์ของ “ครู่ตุ่น” อดีตสมาชิกพิงค์ แพนเตอร์ ที่นำมาศึกษาและใช้ได้ดีอย่างมหัศจรรย์
      สภาพปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้คนในสังคมเกิดภาวะเครียดสะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสภาวะความตรึงเครียดทางการเมืองในสถานการณ์ปัจจุบัน ยิ่งซ้ำเติมให้คนไทยจำนวนไม่น้อยเกิดอาการเครียดหนัก กรมสุขภาพจิต เรียกสิ่งที่เกิดขึ้นว่า กลุ่มอาการเครียดจากการเมือง (Political Stress Syndrome: PSS) โดยมีรายงานตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการว่า  โรงพยาบาลแต่ละแห่งต้องรับผู้ป่วยที่มีอาการเครียดทางการเมือง โดยเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 200 คนต่อวัน
      ผู้จัดการรายวัน LITE ฉบับนี้ จึงขอนำเสนอทางเลือกหนึ่งเพื่อผ่อนคลายความเครียดให้กับคอการเมือง โดยใช้ดนตรีเป็นสื่อ เรียกว่า ดนตรีบำบัดจิต ปรับความคิด ปรุงอารมณ์ (Musical Psychotherapy) ที่คิดค้นโดยอาศัยประสบการณ์ล้วน ๆ ของนักดนตรีคนหนึ่งที่หมั่นสังเกตอาการของผู้ฟังมาหลาย 10 ปี ซึ่งเขาพบว่าตัวโน้ตแต่ละตัวให้ความรู้สึกกับคนแตกต่างกัน และเข้าใจว่าจังหวะดนตรีแบบไหนที่ทำให้ผู้ฟังมีความสุข
      ในแวดวงดนตรีบำบัดจิต รู้จักเขาคนนี้เป็นอย่างดี เรียกกันในวงการสั้น ๆ ว่า “ครูตุ่น” หรือ รุ่งรดิศญ ไวอาษา อดีตสมาชิกวงดนตรีชื่อดังในอดีต “พิงค์ แพนเตอร์” นักดนตรีที่ผันตัวเองมาศึกษาทางจิตอย่างเอาจริงเอาจัง
      ครูตุ่น บอกว่า ดนตรีบำบัดจิตไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นสิ่งที่ในวงการแพทย์ใช้กันมาอย่างยาวนาน เรียกว่าเป็น “Musical Therapy” โดยมีแพทย์คอยดูแล และใช้กันมากในโรงพยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลจิตเวท แต่ทุกวันนี้เริ่มนำมาใช้กันอย่างหลากหลาย แม้แต่ในคลินิกหมอฟัน ก็ยังใช้ดนตรีเพื่อให้คนไข้เกิดความผ่อนคลาย ลืมความเจ็บปวด ลืมความรู้สึกเวลาที่หมอเจียฟัน
      แต่วิธีการของครูตุ่นมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างออกไป มีการผสมผสานหลาย ๆ ศาสตร์เข้าด้วยกัน ศาสตร์หลัก ๆ คือ ดนตรีกับพระพุทธศาสนา เรียกว่า “หลักธรรมมะคีตา” นั่นคือใช้ดนตรีและใช้หลักของพระพุทธศาสนาเข้าด้วยกัน ทั้ง การทำสมาธิ สวดมนต์ เดินจงกลม ฟังเพลง และ เล่นดนตรี ส่วนศาสตร์สาขาอื่น ๆ ที่นำมาใช้ผสมผสานให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ก็อย่างเช่น โยคะ จิตวิทยา หรือ การใช้แสงและกลิ่น แต่ทั้งหมดมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ การบำบัดจิตใจ ผ่อนคลายความเครียด และปรุงแต่งอารมณ์ให้ดีขึ้น

    ครูตุ่น บอกว่า หลักการสำคัญที่มีการนำดนตรีมาประยุกต์ใช้ในเรื่องนี้ก็คือ ดนตรี มี 2 แบบ ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการใช้ว่าจะใช้ให้เกิดประโยชน์หรือให้เกิดโทษ ถ้าใช้ให้เกิดประโยชน์ก็จะช่วยผ่อนคลายความเครียดหรือช่วยล้างใจให้มีจิตใจที่ดีได้
      “ถ้าเราฟังเสียงสวดมนต์หรือเสียงเพลงที่ดีสภาพจิตใจเราก็จะแตกต่างจาก การฟังเพลงที่มีเนื้อหารุนแรงหรือมีคำด่าคำสาปแช่ง สิ่งเหล่านี้จะทำให้จิตใจเราหยาบกระด้าง แม้แต่การพูดถ้าเราพูดด้วยถ้อยคำที่อ่อนหวาน ก็แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการดุด่ากันอย่างรุนแรง” ครูตุ่นให้ข้อสังเกต
      สำหรับกลุ่มคนที่เข้ามาหาครูตุ่นเพื่อใช้ดนตรีบำบัดจิต เป็นกลุ่มคนทุกกลุ่ม ทุกชนชั้น คนธรรมดาไปจนถึงเศรษฐี ครูตุ่น ย้ำว่า คนเหล่านี้ไม่ใช่คนป่วย ไม่ใช่คนที่เป็นโรคจิต แต่เป็นคนที่ต้องการผ่อนคลายจากความตึงเครียด ซึ่งแต่ละคนก็มีวิธีการในการบำบัดจิตแตกต่างกันออกไปตามอาการ
      ปัญหาที่ครูตุ่นประสบมามีอยู่เยอะแยะมากมายตามสภาพปัญหาทางสังคม ตั้งแต่อาการเบา ๆ อย่างเช่น ปัญหาเด็กสมาธิสั้น ก็จะใช้ดนตรีมาช่วยผ่อนคลาย เพื่อไปปรับคลื่นความถี่ในสมองเขา ทำให้เขามีสมาธิที่มั่นคงขึ้น
      หรือแม้แต่ปัญหาสังคมทั่วไป ปัญหาที่พบเยอะคือปัญหาครอบตัวแตกแยก อกหัก หรือ ปัญหาเด็กตั้งท้องไม่พึงประสงค์ ปัญหาการล่าแต้มของเด็กผู้หญิง ซึ่งก่อให้เกิดความเครียดทั้งกับผู้ปกครองและต่อตัวเด็กเอง ส่วนคนวัยทำงานก็จะมีปัญหาเรื่องงาน คนสูงอายุขึ้นมาหน่อยก็จะมีปัญหาในเรื่องของสุขภาพที่มีผลกระทบต่อสภาพจิตใจทางอ้อมให้เกิดการท้อแท้สิ้นหวังเป็นต้น
      แม้แต่ปัญหาเรื่องเซ็กก็เคยมี เช่น ดนตรีบำบัดเซ็กได้ไหม มีปัญหาเซ็กเสื่อม หลั่งเร็วทำอย่างไร สิ่งเหล่านี้ดนตรีช่วยได้เพราะบางคนเซ็กเสื่อมไม่ใช่อาการทางกายเพียงอย่างเดียว แต่สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะความเครียดสะสมทำให้หมดอารมณ์ทางเพศ
      วิธีการบำบัดนั้นมี 2 แนวทางหลัก ๆ คือ คือ การบำบัดจริง กับ การบำบัดปลอม การบำบัดจริง คือ การเล่นดนตรีสดๆ ให้ฟัง ส่วนวิธีการบำบัดปลอมคือเล่นดนตรีผ่านเครื่องเสียงที่จัดเตรียมไว้แล้ว ซึ่งดนตรีที่นำมาใช้ในการบำบัดก็ยังแบ่งออกได้ตามวัยของผู้ฟัง คนวัย 20 อาจเป็นดนตรีแบบหนึ่งแต่วัยมากกว่านี้ก็อาจจะเป็นอีกแบบ
      ในเบื้องต้นคนที่เข้ามาบำบัด จะมีการสอบอารมณ์ก่อน โดยการพูดคุยในเรื่องทั่วๆ ไป มอบสมุดโน้ตให้เล่มหนึ่งแล้วขีดเส้นแบ่งครึ่ง ให้เขาระบายออกมา สิ่งที่คิดดี กับ สิ่งที่คิดไม่ดี เราก็จะพบว่าเขามีความคิดอะไรบ้าง บางคนมีเรื่องดีอยู่แค่ข้อเดียว แต่คิดไม่ดีเยอะแยะเลย ก็จะทำให้รู้เบื้องต้นว่าเป็นคนเช่นไร คิดอะไรหรือมีความเครียดในเรื่องอะไร
      เมื่อทราบอาการแล้ว จากนั้นก็จะจ่ายยาไปตามอาการ ถ้าจิตตกขนาดหนักก็ต้องจ่ายยาหนัก ซึ่งการจ่ายยาในที่นี้จ่ายเป็นดนตรี จ่ายเป็นบทเพลง จ่ายเป็นธรรมมะ การดำเนินการก็จะต้องใช้จิตวิทยาที่สูงเพื่อโน้มน้าวจิตใจเขา
      วิธีการหลักๆ คือ ให้ฟังเพลงตามอาการ หรือว่า ใช้ถ้อยคำมาพูดประกอบการบำบัด อาการหนักก็คือพวกที่เป็นพวกขี้หลงขี้ลืมหรือจิตตกก็อาจจะต้องรักษานานหน่อย หรืออาการเบา ๆ เครียดจากการงาน หรือ นอนไม่หลับ ก็จะต้องเปิดเพลงที่ทำให้เขาอยากนอนหลับ
      “คำพูดของครู โทนเสียงที่พูด ความอ่อนนุ่ม อันดับแรกคนที่มาที่นี่ แสง ภาพ มีผลต่อสายตา ให้ความรู้สึกน่านั่ง น่าอยู่ หรือแม้แต่พัดลม ทำไมต้องเปิดพัดลมทั้งที่มีแอร์ เพราะว่าลมพัดมันทำให้มีความรู้สึกถึงผัสสะของลม หู ได้ฟังเสียงดนตรี และการได้ดมกลิ่นที่หอมดี สิ่งเหล่านี้ช่วยให้อารมณ์ผ่อนคลายเราอาจจะเรียกว่าดีท็อกซ์ใจก็ได้”
      ครูตุ่น กล่าวทิ้งท้ายว่า คนที่เข้ามา ความศรัทธา มาเป็นอันดับแรก ทะเลาะกับสามี ใครพูดก็ไม่ฟัง แต่เขามาหาเรา เขาพร้อมจะพูดหมด มันเหมือนได้ระบายออกมา ดังนั้น ทุกคนที่เข้ามาจึงตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าการใช้ดนตรีบำบัดของคุณครูตุ่น ทำให้ชีวิตเขามีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
      “เราไม่ได้เป็นคนเก่ง แต่ทำไมถึงทำได้ หนึ่ง ผมเข้าใจถึงดนตรี สามารถนำเอามาใช้กับคนบนโลกนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นชาติใดเชื้อชาติใดใช้ได้หมด ทุกคนที่มาแล้วแฮปปี้หมด”
      ติดต่อครูตุ่น : 086-8889097, phantommusic

แสดงความคิดเห็น

« 5618
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ : เนื่องจากได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการขึ้นบรรทัดใหม่ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง